Unilever และ Coca-Cola ประกาศหยุดซื้อโฆษณาบน Facebook, Twitter เพราะโซเชียลมีเดียเหล่านี้ ล้มเหลวในการจัดการเนื้อหา Hate Speech

Unilever และ Coca-Cola ประกาศหยุดซื้อโฆษณาบน Facebook, Twitter เพราะโซเชียลมีเดียเหล่านี้ ล้มเหลวในการจัดการเนื้อหา Hate Speech

27 มิ.ย. 2020
ตอนนี้มีบริษัทและแบรนด์เกือบ 100 แห่งในสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมแคมเปญ Stop Hate for Profit
เพื่อประท้วงเจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ ซึ่งล้มเหลวในการจัดการกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม รวมถึง Hate Speech บนแพลตฟอร์ม
โดยยุติการซื้อโฆษณาของ Facebook, Instagram และแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น YouTube, Twitter
และล่าสุดบริษัทยักษใหญ่อย่าง Unilever และ Coca-Cola ก็เพิ่งประกาศว่าจะเข้าร่วมแคมเปญด้วย
Unilever จะทำการหยุดลงโฆษณาในสหรัฐฯ บน Facebook, Instagram และ Twitter อย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2020
Coca-Cola จะทำการหยุดลงโฆษณาบนทุกแพลตฟอร์มทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
Verizon Communications ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ในสหรัฐฯ
จะหยุดจ่ายค่าโฆษณาบน Facebook และ Instagram จนกว่า Facebook จะสามารถสร้างโซลูชัน หรือนโยบายที่ชัดเจน ในการจัดการกับปัญหาเรื่อง Hate Speech ได้
Ben & Jerry’s ผู้ผลิตไอศกรีมชื่อดัง
กล่าวว่าจะหยุดโฆษณาบน Facebook และ Instagram ในสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม
และมีบริษัทอีกจำนวนมาก ที่ร่วมรณรงค์หยุดซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Facebook
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทบางแห่ง เช่น Procter & Gamble (P&G)
กำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่าจะยุติการซื้อโฆษณาบน Facebook เช่นกัน
ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว Facebook มีรายได้จากค่าโฆษณาประมาณ 2,152,963 ล้านบาท
และเมื่อต้นปีนี้ มีผู้ลงโฆษณาบน Facebook ไปแล้วมากกว่า 8 ล้านคน
โดยบริษัทที่จ่ายค่าโฆษณาให้ Facebook มากที่สุดในสหรัฐฯ (1 ม.ค. - 24 มิ.ย.)
ได้แก่ Disney ซื้อโฆษณาไป 6,487 ล้านบาท
Procter & Gamble (P&G) ซื้อไป 2,378 ล้านบาท
U.S. Census Bureau ซื้อไป 1,575 ล้านบาท
Donald J. Trump for President, inc ซื้อไป 1,236 ล้านบาท
และ Home Depot ซื้อไป 1,174 ล้านบาท
ล่าสุดเมื่อคืนนี้ หุ้นของ Facebook ราคาดิ่งลง 8.32%
Twitter ราคาดิ่งลง 7.40%
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.