Starbucks และ Pepsi ขอร่วมวง หยุดซื้อโฆษณาบน Facebook

Starbucks และ Pepsi ขอร่วมวง หยุดซื้อโฆษณาบน Facebook

28 มิ.ย. 2020
เรียกได้ว่ากระแสแคมเปญ Stop Hate for Profit ที่แบรนด์และองค์กรต่างๆ
กำลังรณรงค์หยุดซื้อโฆษณาบน Facebook ร่วมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆ ยิ่งเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ
มีแบรนด์ระดับโลกหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Unilever, Coca-Cola, Verizon, Ben & Jerry’s และแบรนด์อื่นๆอีกมากว่า 100 แบรนด์ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะหยุดจ่ายค่าโฆษณาให้แก่เจ้าของแพลตฟอร์มชั่วคราว
และล่าสุด Starbucks และ Pepsi ก็ได้ขอเข้าร่วมวงด้วย..
เนื่องจากแบรนด์เหล่านี้ มองว่าแพลตฟอร์มโซเชียลทั้งหลาย ต่างล้มเหลวในการจัดการกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เช่น ข่าวปลอม ข้อความสร้างเกลียดชัง, การใช้ถ้อยคำรุนแรง
จึงทำการประท้วง เพื่อเรียกร้องให้เจ้าของแพลตฟอร์ม เข้ามาจัดการกับปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง
โดย Starbucks ประกาศว่าจะหยุดการโฆษณาชั่วคราว บนทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
PepsiCo จะหยุดการโฆษณาบน Facebook และ Instagram ตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม และสิงหาคม
ทั้งนี้ Unilever หยุดลงโฆษณาในสหรัฐฯ บน Facebook, Instagram และ Twitter อย่างน้อยจนถึงสิ้นปีนี้
Coca-Cola หยุดลงโฆษณาบนทุกแพลตฟอร์มทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
Verizon Communications หยุดจ่ายค่าโฆษณาบน Facebook และ Instagram จนกว่าแพลตฟอร์มจะสามารถจัดการกับปัญหาเรื่อง Hate Speech ได้
Ben & Jerry’s จะหยุดโฆษณาบน Facebook และ Instagram ในสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม
ที่น่าสนใจคือ พอมีแบรนด์ใหญ่ๆเริ่มรณรงค์ หยุดซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียล
ก็จะมีแบรนด์ใหญ่อื่นๆ หรือแบรนด์คู่แข่ง อยากทำตามบ้าง
และเข้าร่วมแคมเปญ จนเกิดเป็นกระแสต่อๆไปเรื่อยๆ
เพราะการเข้าร่วมแคมเปญในครั้งนี้ ก็เป็นการตลาดอย่างหนึ่ง
ที่จะช่วยโปรโมท และป่าวประกาศแก่ผู้บริโภคว่า แบรนด์ก็จริงจังและใส่ใจเรื่องปัญหาทางสังคม..
ต้องบอกเลยว่าคืนนี้ พี่มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก อาจจะนอนไม่ค่อยหลับเท่าไรนัก
เพราะต้องคิดหาวิธีการแก้ปัญหา และชั่งน้ำหนัก เพื่อที่จะสามารถทำให้ทุกฝ่ายพอใจได้มากที่สุด
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.