
ไอเดียทำ “Nostalgia Marketing” Burger King x Dragon Ball ย้อนวัยเด็กดึง Gen X - Gen Y
9 ก.ย. 2026
ล่าสุด Burger King เปิดตัวแคมเปญคอลแลบครั้งใหญ่อีกครั้งในชื่อ “Burger King x Dragon Ball” การ์ตูนสุดฮิต Top 5 ที่เป็นขวัญใจของคนทั้งโลก
โดยแคมเปญนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ไปจนถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2569 พร้อมกับเปิดตัวเมนูสุดพิเศษ ทั้งเบอร์เกอร์ ของทานเล่น ของหวาน และเครื่องดื่มมากมายกว่า 10 เมนู
ตัวอย่างเช่น
- ดราก้อนบอล ซูเปอร์ วอปเปอร์ จูเนียร์ เบอร์เกอร์สีส้มจากผงปาปริก้า ราคา 209 บาท
- คาเมฮาเมฮา ดับเบิลชีสเบอร์เกอร์ เบอร์เกอร์เนื้อย่าง 2 ชิ้น ราคา 209 บาท
- ซูเปอร์ไซย่า วอปเปอร์ เบอร์เกอร์เนื้อย่าง ขนาด 5 นิ้ว ราคา 209 บาท
- ซูเปอร์ไซย่า เชคเค่น ฟรายส์ ราคา 109 บาท
- ดราก้อนบอล มิลค์เชค ราคา 59 บาท
- ดราก้อนบอล ซันเด ราคา 39 บาท
โดยความพิเศษก็คือ ถ้าซื้อชุดเมนูสุดคุ้ม Dragon Ball ราคา 299 บาท จะได้รับของสะสมลิขสิทธิ์ 1 ชิ้น ไปเลยทันที โดยมีทั้งหมด 6 คาแรกเตอร์ด้วยกัน ก็คือ Goku, Piccolo, Vegeta, Beerus, Super Saiyan Blue Goku และ Super Saiyan Blue Vegeta
แต่ถ้าใครไม่อยากสุ่ม ไม่อยากรอ ก็สามารถซื้อชุดสุดคุ้มเมนู Dragon Ball ในราคา 1,499 บาท เพื่อรับของสะสมทั้งเซตไปได้เลยในทันที หรือซื้อผ่าน Burger King App เพื่อรับราคาพิเศษ 1,299 บาทเลยก็ได้
เรียกได้ว่า แคมเปญนี้ Burger King เอาใจคนชอบสะสมฟิกเกอร์การ์ตูนเรื่อง Dragon Ball แบบสุด ๆ และยังมองถึงการสร้างฐานลูกค้า Gen X, Gen Y และคนรักอานิเมะเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ซึ่งแคมเปญนี้ก็ต่อยอดมาจากความสำเร็จในการคอลแลบกับอานิเมะเรื่องอื่น ๆ มาแล้วนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง NARUTO, Star Wars Mandalorian, Looney Tunes และ Paw Patrol
โดยกลยุทธ์ที่ Burger King เลือกใช้นี้ก็คือ “Nostalgia Marketing”
หรือการสร้างคุณค่าทางอารมณ์ด้วยการพาลูกค้าย้อนวัยกลับไปสู่ช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นที่มีความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับการ์ตูน Dragon Ball นั่นเอง
โดยถ้าเรามองย้อนกลับไปที่ฐานลูกค้าของ Burger King จะเห็นว่า ลูกค้าส่วนใหญ่คือคนในวัย Gen X, Gen Y, Gen Z และคนที่อยู่ในวัยเรียน
ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีความโหยหาถึงความทรงจำในวัยเด็กอยู่เสมอ โดยเฉพาะเกี่ยวกับการ์ตูน เกม อานิเมะ ที่ตัวเองเคยชอบและดูอยู่บ่อย ๆ
เพราะแบบนี้ Burger King ก็เลยเลือกใช้กลยุทธ์ Nostalgia Marketing เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าที่ชื่นชอบการ์ตูน Dragon Ball และดึงลูกค้าเก่าที่เคยห่างเหินจากแบรนด์ไปให้กลับมาอีกครั้ง
และผสมกับการตลาดแบบ Scarcity Marketing หรือการตลาดแบบขาดแคลน ที่จำกัดจำนวนสินค้า ก็จะทำให้ลูกค้าแห่มาซื้อกันมากขึ้นและเร็วขึ้น ก่อนที่จะไม่มีของสะสมเหลืออีกต่อไปนั่นเอง
อ้างอิง :
- เอกสารประชาสัมพันธ์จาก Burger King
- เอกสารประชาสัมพันธ์จาก Burger King