
วิธีปั้นศูนย์การค้าให้เป็น King of Festive เบอร์หนึ่งของเมืองไทยในแบบฉบับ centralwOrld
26 มี.ค. 2026
รู้หรือไม่ .. ในแต่ละปีมีผู้คนมาเยือน centralwOrld กว่า 70 ล้านคน
เหตุผลที่ศูนย์การค้าแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงจนถูกยกให้เป็น “Global Destination” จากนักท่องเที่ยวทั่วโลก นอกจากทำเลที่อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เดินทางสะดวกแล้วนั้น centralwOrld ยังถือเป็นแลนด์มาร์กที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตครบทุกรูปแบบ “กิน-เที่ยว-ช็อป” หรือ Center of Life นั่นเอง
และอีกหนึ่งแม่เหล็กที่สำคัญไม่แพ้กัน ในการดึงดูดให้คนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือน centralwOrld นั่นคือการเป็นศูนย์การค้า King of Festive เพราะไม่ว่าจะเทศกาลไหน หรืออิเวนต์ยิ่งใหญ่ระดับโลก centralwOrld จะมีสถานะเป็นแลนด์มาร์กแรก ๆ ที่คนนึกถึง

โดยเฉพาะพื้นที่หน้าศูนย์การค้า ที่สร้างปรากฏการณ์อิเวนต์ระดับโลกมากมาย
อย่างเทศกาลเคานต์ดาวน์ที่จัดมานานกว่า 20 ปี ถูกยกย่องให้เป็น “Times Square of Asia”
หรือแลนด์มาร์กเคานต์ดาวน์ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ
อย่างเทศกาลเคานต์ดาวน์ที่จัดมานานกว่า 20 ปี ถูกยกย่องให้เป็น “Times Square of Asia”
หรือแลนด์มาร์กเคานต์ดาวน์ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ
ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมาพื้นที่หน้าศูนย์การค้า centralwOrld จะถูกใส่ไอเดียสุดครีเอทิฟเนรมิตอิเวนต์ต่าง ๆ มากมาย ทำให้ภาพของ centralwOrld ไม่ใช่แค่ศูนย์การค้าที่ตอบโจทย์ทุก ๆ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต
แต่ยังสร้างประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากศูนย์การค้าอื่น ๆ
แต่ยังสร้างประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากศูนย์การค้าอื่น ๆ

Case Study ล่าสุดนั้นคือแคมเปญ Summer Fest: centralwOrld The Summer Club 2026
ที่จัดขึ้นในวันที่ 13 มีนาคม - 10 พฤษภาคม 2569 โดยจะเป็นการพลิกโฉมพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็น Summer Club ที่ผู้คนไม่ได้มาช็อปปิงอย่างเดียว แต่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมทั้งด้าน Sport, Fashion, Music สร้างพลังคอมมิวนิตียุคใหม่
ที่จัดขึ้นในวันที่ 13 มีนาคม - 10 พฤษภาคม 2569 โดยจะเป็นการพลิกโฉมพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็น Summer Club ที่ผู้คนไม่ได้มาช็อปปิงอย่างเดียว แต่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมทั้งด้าน Sport, Fashion, Music สร้างพลังคอมมิวนิตียุคใหม่
ต้องบอกว่าเป็นกลยุทธ์ Festival Marketing ที่ฉีกกรอบไอเดียในธุรกิจศูนย์การค้า
แต่เป็น DNA ของทาง centralwOrld ที่จะเป็นผู้สร้างอะไรใหม่ ๆ เป็นคนแรกอยู่เสมอ หรือที่เรียกว่า Trendsetter เพื่อทำให้ทุก ๆ อิเวนต์ที่จัดขึ้นมากลายเป็นกระแส ประสบความสำเร็จ สร้างยอด Traffic ผู้เข้าร่วมงานมหาศาล
แต่เป็น DNA ของทาง centralwOrld ที่จะเป็นผู้สร้างอะไรใหม่ ๆ เป็นคนแรกอยู่เสมอ หรือที่เรียกว่า Trendsetter เพื่อทำให้ทุก ๆ อิเวนต์ที่จัดขึ้นมากลายเป็นกระแส ประสบความสำเร็จ สร้างยอด Traffic ผู้เข้าร่วมงานมหาศาล

โดยงาน Summer Fest: centralwOrld The Summer Club 2026 จะมีการใช้ 3 กลยุทธ์หลัก ๆ รวมเป็นหนึ่งเพื่อเชื่อมต่อกิจกรรมหลากหลาย สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ
เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้มาเยือนอิเวนต์ในครั้งนี้
เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้มาเยือนอิเวนต์ในครั้งนี้
1. Multi-Community Playground: สูตรผสมกีฬา + แฟชั่น + ความบันเทิง สร้าง Traffic Engine
โดยมี Sport & Wellness ที่ศูนย์การค้าแห่งนี้จะมี Flagship Store แบรนด์กีฬาและสุขภาพระดับโลก
ที่มาเปิดสาขาแรกในเมืองไทย ที่จะมาร่วมกันสร้าง Sport Community มากมาย
ที่มาเปิดสาขาแรกในเมืองไทย ที่จะมาร่วมกันสร้าง Sport Community มากมาย
โดยเฉพาะกิจกรรมที่เป็นไฮไลต์และกำลังเป็นกระแสใน Social Media นั่นคือการสร้างสนาม Pickleball
หน้าศูนย์การค้าให้กลายเป็น Community Hub ที่คนสาย Active Lifestyle ได้มาประลองฝีมือกัน
หน้าศูนย์การค้าให้กลายเป็น Community Hub ที่คนสาย Active Lifestyle ได้มาประลองฝีมือกัน
Fashion & Content Creator: ในอิเวนต์ครั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้ทั้งคนทั่วไปและ Content Creator ได้
ครีเอตแฟชั่น Summer Collection และ Fashion Activation จากแบรนด์ชั้นนำ ในสไตล์ที่เป็นตัวเอง
ที่จะช่วยสะท้อนภาพ centralwOrld ในการเป็นศูนย์การค้าที่เป็นหมุดหมายแฟชั่นของกรุงเทพฯ
ครีเอตแฟชั่น Summer Collection และ Fashion Activation จากแบรนด์ชั้นนำ ในสไตล์ที่เป็นตัวเอง
ที่จะช่วยสะท้อนภาพ centralwOrld ในการเป็นศูนย์การค้าที่เป็นหมุดหมายแฟชั่นของกรุงเทพฯ

Music & Party: ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ต้องมีในการดึงดูดผู้คนให้มาสนุกด้วยกัน
โดยมีทั้ง THAI LIZM 2026 มหกรรมดนตรีและสาดน้ำสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ ต่อด้วย FWD Music Fest เป็นการสร้าง Music Community ดึงดูดผู้คนให้มาร่วมงานในเทศกาลสงกรานต์
โดยมีทั้ง THAI LIZM 2026 มหกรรมดนตรีและสาดน้ำสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ ต่อด้วย FWD Music Fest เป็นการสร้าง Music Community ดึงดูดผู้คนให้มาร่วมงานในเทศกาลสงกรานต์
2. Urban-Scale Lifestyle & Landmark Creation: ดิไซน์อิเวนต์ให้เป็นงานศิลปะไลฟ์สไตล์ลงตัว
เรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของอิเวนต์เลยก็ว่าได้ เพราะการดิไซน์บรรยากาศโดยรอบที่มี Theme น่าสนใจผ่านการออกแบบที่สวยงามจะสร้างความประทับใจให้แก่คนที่มาเที่ยวในงาน
โดยครั้งนี้ทาง centralwOrld ได้กลับมาร่วมงานกับ Prang Vipaluk ศิลปินนักวาดภาพประกอบไทย
ผู้มีลายเส้นสดใส โดยผลงานของเธอจะถูกนำมาเปลี่ยนพื้นที่ศูนย์การค้าให้กลายเป็นประสบการณ์ซัมเมอร์ที่มีทั้งศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และผู้คนหลอมรวมกันอย่างลงตัว
ผู้มีลายเส้นสดใส โดยผลงานของเธอจะถูกนำมาเปลี่ยนพื้นที่ศูนย์การค้าให้กลายเป็นประสบการณ์ซัมเมอร์ที่มีทั้งศิลปะ ไลฟ์สไตล์ และผู้คนหลอมรวมกันอย่างลงตัว
3. Experience to Revenue Driven: โปรโมชันที่ถูกคิดขึ้นมาจากประสบการณ์ลูกค้า
เป็นกลยุทธ์นำข้อมูล “ประสบการณ์ลูกค้า” มาคิดค้นเป็นโปรโมชันที่ตอบโจทย์ผู้มาร่วมงานอิเวนต์
เช่น สะสมยอดซื้อสูงสุด 3 ท่านแรก รับแพ็กเกจห้องพักจาก Thann Wellness รวมทั้งช็อป Sport Fashion ในศูนย์การค้า รับฟรี Summer Bag พร้อมทำ DIY Custom Charms ที่ร้าน Craftfeteria ฟรี 100 ท่านแรก สำหรับร้านอาหาร ทานสะสมครบ 10,000 บาท รับคะแนน The 1 1,000 คะแนน
ส่วนร้านค้าในศูนย์การค้า เตรียมพบกับ Summer Collection รวมถึง Summer Menu จากร้านค้าชื่อดัง
เช่น สะสมยอดซื้อสูงสุด 3 ท่านแรก รับแพ็กเกจห้องพักจาก Thann Wellness รวมทั้งช็อป Sport Fashion ในศูนย์การค้า รับฟรี Summer Bag พร้อมทำ DIY Custom Charms ที่ร้าน Craftfeteria ฟรี 100 ท่านแรก สำหรับร้านอาหาร ทานสะสมครบ 10,000 บาท รับคะแนน The 1 1,000 คะแนน
ส่วนร้านค้าในศูนย์การค้า เตรียมพบกับ Summer Collection รวมถึง Summer Menu จากร้านค้าชื่อดัง

นอกจากภาพรวมกลยุทธ์ในการดึงดูดผู้คนให้มาในงาน Summer Fest: centralwOrld The Summer Club 2026 แล้วนั้น ทาง centralwOrld ต้องการตอกย้ำการเป็น World Food Destination แหล่งรวมร้านอาหารอร่อยทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่อาหารไทยพรีเมียม ร้านดังที่ได้รับการการันตีจาก Michelin Guide ที่จะดึงดูดผู้คนให้มาเยือนทั้งอิเวนต์ และศูนย์การค้า

หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ “ข้าวแช่” เมนูคลายร้อนตำรับไทยของร้าน Nara Thai Cuisine
ที่จะเสิร์ฟ “ข้าวแช่นารา” ผ่านแคมเปญ The Symphony of Thai Summer Delicacy ที่จะคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ ยกระดับสำรับไทยสู่เมนูระดับพรีเมียม
ที่จะเสิร์ฟ “ข้าวแช่นารา” ผ่านแคมเปญ The Symphony of Thai Summer Delicacy ที่จะคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ ยกระดับสำรับไทยสู่เมนูระดับพรีเมียม
ส่วน Kiew Kai Ka ร้านอาหารไทยชื่อดังระดับ Michelin Guide 7 ปีซ้อน นำเสนอข้าวแช่ที่โดดเด่นด้วยข้าวแช่น้ำดอกไม้เครื่องหอม อบควันเทียนอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงชั้นเลิศ
รวมไปถึงเมนู Seasonal จากผลไม้ไทยยอดนิยมอย่างมะยงชิด มะพร้าว มะม่วง
และเมนูอาหารคาวอย่างปลาแห้งแตงโมตำรับโบราณ รวมถึงยังมีเมนูของหวานและเครื่องดื่มมากมาย เช่น มะยงชิดปั่นพริกเกลือ จากร้านเครือ iberry, เมนูพิเศษจาก YOLK ในแคมเปญ Amazing Thai Fruits ที่นำผลไม้ไทยอย่างมะม่วง ทุเรียน และมะพร้าว มาผสานกับทาร์ตไข่ซิกเนเชอร์ของแบรนด์
และเมนูอาหารคาวอย่างปลาแห้งแตงโมตำรับโบราณ รวมถึงยังมีเมนูของหวานและเครื่องดื่มมากมาย เช่น มะยงชิดปั่นพริกเกลือ จากร้านเครือ iberry, เมนูพิเศษจาก YOLK ในแคมเปญ Amazing Thai Fruits ที่นำผลไม้ไทยอย่างมะม่วง ทุเรียน และมะพร้าว มาผสานกับทาร์ตไข่ซิกเนเชอร์ของแบรนด์
จะเห็นว่าหลาย ๆ แบรนด์ต่างครีเอตเมนูใหม่ ๆ ที่มีกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยสอดคล้องกับเทศกาลสงกรานต์
รู้หรือไม่ นอกจากแบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่เลือกเปิด Flagship & Concept Store
แบรนด์กีฬาระดับโลกก็เลือกเปิด Flagship & Concept Store ใน centralwOrld เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็น Adidas Brand Center, Nike, lululemon, New Balance, PUMA เป็นต้น
โดยแต่ละแบรนด์จะออกแบบหน้าร้านสะท้อนตัวตนและนวัตกรรมที่แตกต่างกันออกไป
แบรนด์กีฬาระดับโลกก็เลือกเปิด Flagship & Concept Store ใน centralwOrld เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็น Adidas Brand Center, Nike, lululemon, New Balance, PUMA เป็นต้น
โดยแต่ละแบรนด์จะออกแบบหน้าร้านสะท้อนตัวตนและนวัตกรรมที่แตกต่างกันออกไป
ความน่าสนใจของอิเวนต์ครั้งนี้อยู่ที่การรวมตัวของแบรนด์กีฬาระดับโลก
ที่พร้อมใจกันเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ควบคู่กับการนำเสนอสินค้ารุ่นเอกซ์คลูซิฟ และยังยกระดับบริการหน้าร้านผ่านเทคโนโลยี เพื่อสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าครบทุกมิติ
ที่พร้อมใจกันเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ควบคู่กับการนำเสนอสินค้ารุ่นเอกซ์คลูซิฟ และยังยกระดับบริการหน้าร้านผ่านเทคโนโลยี เพื่อสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าครบทุกมิติ
โดยแต่ละแบรนด์ไม่เพียงดึงดูดผู้คนให้เข้ามาร่วมงาน แต่ยังออกแบบประสบการณ์ให้ผู้บริโภค ได้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด
ผ่านการสร้างพื้นที่ร้านค้าในรูปแบบ Sports Flagship ขนาดใหญ่ที่สะท้อน Brand Culture อย่างชัดเจนจากแบรนด์ชั้นนำ อย่าง Adidas Brand Center, NIKE, New Balance และ lululemon
ผ่านการสร้างพื้นที่ร้านค้าในรูปแบบ Sports Flagship ขนาดใหญ่ที่สะท้อน Brand Culture อย่างชัดเจนจากแบรนด์ชั้นนำ อย่าง Adidas Brand Center, NIKE, New Balance และ lululemon
ขณะที่แบรนด์อย่าง ASICS, PUMA, Skechers, The North Face และ HOKA ได้นำเสนอ Concept Store รูปแบบใหม่ที่ผสาน Sport, Performance และ Lifestyle เข้าด้วยกันอย่างลงตัว
อีกทั้งยังมีการเปิดตัว Exclusive Product และ Limited Collection จาก NIKE, PUMA และ New Balance ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ centralwOrld เท่านั้น
พร้อมเสริมประสบการณ์ผ่านโซน Interactive และบริการเฉพาะบุคคล เช่น Customization และ Fitting Experience จากหลากหลายแบรนด์

นอกจากนี้ centralwOrld ยังร่วมมือกับแบรนด์กีฬาภายในศูนย์การค้า สร้าง Sport Community ใจกลางกรุงเทพฯ ที่เชื่อมโยงกีฬา ไลฟ์สไตล์ และคอมมิวนิตีเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
การรวม Flagship & Concept Store ทั้งแบรนด์แฟชั่นและกีฬาระดับโลกไว้ในที่เดียว
เป็นการตอกย้ำว่า centralwOrld มีสถานะ Global Retail Platform ที่แบรนด์ระดับโลกต่างมั่นใจ
ถึงการเป็นศูนย์การค้า ที่แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคคนไทยโดยตรงเพื่อสร้าง Brand Love ได้อย่างทรงพลัง
เป็นการตอกย้ำว่า centralwOrld มีสถานะ Global Retail Platform ที่แบรนด์ระดับโลกต่างมั่นใจ
ถึงการเป็นศูนย์การค้า ที่แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคคนไทยโดยตรงเพื่อสร้าง Brand Love ได้อย่างทรงพลัง

ที่น่าทึ่งกว่านั้นก็คือ ทั้งแบรนด์กีฬาและแบรนด์แฟชั่นระดับโลกต่างเข้าร่วมทุก ๆ อิเวนต์ที่ทาง centralwOrld จัดขึ้นมา ถือเป็นอีกหนึ่งพลังตอกย้ำการเป็น “King of Festive” ใจกลางกรุงเทพฯ
Reference
- ข้อมูลประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
- ข้อมูลประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
#CTWSummer2026 #CTWTheSummerClub #centralwOrld