SMOOTO ครีมซองใน 7-Eleven ยอดขาย 600 ล้าน

SMOOTO ครีมซองใน 7-Eleven ยอดขาย 600 ล้าน

2 ต.ค. 2020
เวลาเราเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ชั้นวางสินค้าแรกๆ ที่มักโชว์ให้เราเห็น
จะเป็นโซนของเครื่องสำอางต่างๆ โดยเฉพาะ “ครีมซอง”
ซึ่งรายล้อมไปด้วยสินค้าหลากหลายแบรนด์ จนลายตา..
แต่มีอยู่แบรนด์หนึ่ง ที่ดูโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่น
ซึ่งมาพร้อมกับ ซองสีสันสดใส และภาพผักผลไม้ กำลังยิ้มมีความสุข
SMOOTO หรือ สมูทโตะ เป็นแบรนด์ครีมซองฝาเปิด-ปิดแบบ Easy Cap สไตล์ญี่ปุ่น
ของบริษัท โกลบอล เมดดิคัล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2556
โดย 2 เภสัชกรหญิง คุณอัญชลี ชุติไพจิตร และ นิษฐกานต์ ภัทรกานต์
ที่เป็นเพื่อนกันตอนเรียนเภสัชที่มหาวิทยาลัยมหิดล
เดิมที คุณอัญชลี ทำงานเป็นนักวิจัยและพัฒนาเครื่องสำอาง ในโรงงานผลิตเครื่องสำอาง
ส่วน คุณนิษฐกานต์ เป็นหัวหน้าฝ่ายผลิต ในโรงงานผลิตยา
แต่ด้วยความที่ทั้ง 2 คนต่างอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ และร่วมมือกันเปิดโรงงานรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง (OEM) ให้กับแบรนด์อื่น
อย่างไรก็ดี แม้ทั้ง 2 คน จะมีประสบการณ์ด้านวิจัยพัฒนา และการผลิตเครื่องสำอาง มานาน
แต่ก็ไม่มีความชำนาญเรื่อง ธุรกิจและการตลาด มากพอ
ทำให้การดำเนินธุรกิจในปีแรก ต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายอย่าง จนกิจการขาดทุน
เช่น มีความเห็นเรื่องการผลิตตัวสินค้าไม่ตรงกับลูกค้า
หรือ ผลิตสินค้า 300-400 ชนิดพร้อมกัน ทำให้ควบคุมต้นทุนลำบาก
คุณอัญชลี และ นิษฐกานต์ จึงปรึกษากัน และลงความเห็นว่าควรปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ
จากรับจ้างผลิต (OEM) ไปเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเอง
และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ สมูทโตะ
โดยที่ตั้งชื่อว่า สมูทโตะ ก็เพราะทั้ง 2 คน อยากได้คำว่า
“สมูทตี้” (SMOOTHIE) เพื่อสื่อว่าเป็นสินค้าธรรมชาติ
และอยากให้ชื่อมีภาพลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่น เพราะสินค้าจะได้ดูน่าเชื่อถือในสายตาคนไทย
จึงเติบคำว่า “โตะ” และกลายเป็น สมูทโตะ นั่นเอง..
ซึ่งหลังจากมีแบรนด์เป็นของตัวเองแล้ว
ทั้ง 2 คน ก็บังเอิญไปเห็นชั้นวางสินค้าโซนกลุ่ม SME ในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่มีเครื่องสำอางวางขายอยู่มากมาย
เลยมองว่า 7-Eleven เหมาะจะเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าให้กับ สมูทโตะ
สมูทโตะ จึงได้สร้างสินค้าขึ้นมาเพื่อนำไปเสนอขายกับทาง 7-Eleven โดยขายในราคา 700 บาท
แต่ก็โดนปฏิเสธกลับมาทันที เพราะสินค้าราคาแพงเกินไป ไม่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าในร้าน 7-Eleven
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ไม่ยอมแพ้
สมูทโตะ จึงได้ร่วมมือกับทางทีมงาน 7-Eleven ในการพัฒนาสินค้า
ทั้งปรับขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เล็กลง จากเป็นขวด ก็เปลี่ยนเป็นซอง เพื่อลดต้นทุนสินค้า
ทำให้สามารถขายได้ในราคาที่ถูกลงเหลือเพียง 39 บาท/ซอง
แถมยังออกแบบซอง ให้มีดีไซน์ทันสมัย และความสดใส เพื่อเจาะกลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะ
นอกจาก สมูทโตะ จะชูจุดเด่นเรื่อง ราคาที่เข้าถึงได้ง่ายแล้ว
จุดขายอีกอย่างคือ ตัวสินค้าจะชูความเป็นธรรมชาติ โดยเอาสารสกัดจากผักและผลไม้ มาทำ
และในที่สุด ปี พ.ศ. 2557
สมูทโตะ ก็ได้รับอนุญาตให้ทดลองนำสินค้าไปวางขายใน 7-Eleven จำนวน 100 สาขา
ก่อนจะขยายไปสู่กว่า 12,000 สาขาในปัจจุบัน
ด้วยคุณภาพของสินค้า ราคาสินค้าที่ไม่แพง หยิบซื้อได้ง่าย และช่องทางจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ
ทำให้ สมูทโตะ เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว
จนเกิดกระแสการตลาดแบบ บอกปากต่อปาก และ ถูกนำไปพูดถึงกันบนโลกออนไลน์
เช่น มีคนดัง และบิวตี้บล็อกเกอร์ นำตัวสินค้าไปรีวิว
ซึ่งทำให้ สมูทโตะ มีรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดเรื่อยมา
บริษัท โกลบอล เมดดิคัล (ประเทศไทย) จำกัด
ปี 2560 มีรายได้ 418 ล้านบาท กำไร 20 ล้านบาท
ปี 2561 มีรายได้ 516 ล้านบาท กำไร 30 ล้านบาท
ปี 2562 มีรายได้ 665 ล้านบาท กำไร 38 ล้านบาท
ปัจจุบัน สมูทโตะ มีกำลังการผลิตราว 5 ล้านซอง/เดือน
มีการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย, ไต้หวัน, มาเลเซีย, พม่า, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์ และฮ่องกง
แต่สัดส่วนรายได้ประมาณ 90% จะมาจากการขายผ่านร้าน 7-Eleven
ทั้งนี้ สมูทโตะ มีสินค้าวางจำหน่ายทั้งในหมวด Skin Care และ Make Up รวมกันมากกว่า 40 ชนิด
ซึ่งสินค้าที่ขายดี คือ ซีรีส์ครีมมะเขือเทศ และซีรีส์ว่านหางจระเข้
แต่ถึงธุรกิจจะไปได้ดี สมูทโตะ ก็ยังมีความท้าทายที่ต้องฟันฝ่าอยู่
ไม่ว่าจะเป็น จำนวนคู่แข่งในตลาดที่มีมากมาย และการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดเครื่องสำอาง
รวมถึง สินค้าของสมูทโตะ จะเน้นเจาะกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก
ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว ไม่ต่างกับธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่น ที่เทรนด์เปลี่ยนตลอดเวลา
ดังนั้น แบรนด์ต้องตอบสนองต่อตลาดให้ทัน
ทั้ง ทำความเข้าใจปัญหา, พฤติกรรม และความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ที่เปลี่ยนไป
เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาหรือออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ, กลยุทธ์การตลาด, โปรโมชัน
ที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด และเหนือกว่าคู่แข่งรายอื่น
แต่ต้องยอมรับว่า สมูทโตะ มาได้ไกลมาก
เพียงดำเนินธุรกิจมาได้ไม่กี่ปี จาก SME เล็กๆ ที่ไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง
ก็สามารถสร้างแบรนด์ สร้างรายได้ให้เกิน 600 ล้านบาท ได้ในระยะเวลาอันสั้น
เรื่องราวของ สมูทโตะ จึงเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่ดี
สำหรับคนที่มีฝันอยากสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง และส่งสินค้าวางขาย 7-Eleven ทั่วประเทศ..
Tag:SMOOTO
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.