กรณีศึกษา การปรับตัวของ ZAAP PARTY ในวันที่ธุรกิจอีเวนต์กำลังเจ็บหนัก

กรณีศึกษา การปรับตัวของ ZAAP PARTY ในวันที่ธุรกิจอีเวนต์กำลังเจ็บหนัก

16 ม.ค. 2021
ธุรกิจอีเวนต์ คืออีกธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์โควิด ไม่แพ้ธุรกิจท่องเที่ยว
เพราะนาทีนี้มีเพียง 2 ทางเลือก คือ ถ้าไม่ยกเลิก ก็ต้องเลื่อนการจัดงานออกไปก่อน
นั่นหมายความว่า เส้นเลือดใหญ่ที่กำลังหล่อเลี้ยงธุรกิจอีเวนต์ ซึ่งมีรายได้มาจากการจัดงาน
ได้ถูกระงับไม่ให้จ่ายเลือด หรือ ถูกตัดออกไป..
คำถามคือ ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดที่ยังไม่รู้จะจบลงเมื่อไร
เจ้าของธุรกิจอีเวนต์ และออร์แกไนเซอร์ จะต้องปรับกลยุทธ์ธุรกิจอย่างไร เพื่อประคับประคองธุรกิจให้ไปต่อได้ในภาวะวิกฤติโควิดระลอกใหม่ ซึ่งท้าทายกว่าเดิม
เพราะ แผลเก่าที่เกิดจากการล็อกดาวน์รอบก่อน ยังไม่ทันหาย
ก็ต้องเจอแผลใหม่ ที่แม้การระบาดรอบใหม่ จะยังไม่มีการประกาศล็อกดาวน์
แต่ก็มีข้อกำหนดมากมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด “คลัสเตอร์” ใหม่
แถมยังต่อสู้กับความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ ที่เริ่มล็อกดาวน์ตัวเองกันมากขึ้น
เรื่องทั้งหมดนี้ เราจะตามไปหาคำตอบจาก คุณบาส - เทพวรรณ คณินวรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง ZAAP PARTY และ คุณธันยพร สว่าง เจ้าหน้าที่บริหารด้านสายงานธุรกิจ
เอ่ยชื่อ ZAAP PARTY ถ้าไม่ใช่สายชอบออกงานอีเวนต์ อาจไม่คุ้นหู
แต่เชื่อว่า ถ้าเอ่ยชื่อผลงานที่ผ่านมา หลายคนต้องร้องอ๋อ
เพราะ ZAAP PARTY อยู่เบื้องหลังงานคอนเสิร์ตและปาร์ตี้ดังๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น
-คอนเสิร์ต BODYSLAM FEST ที่ราชมังคลากีฬาสถาน มีผู้ร่วมงานรวมกันสองรอบ กว่าแสนคน
-คอนเสิร์ต G19 ที่มีคนร่วมงาน 6 หมื่นคน
-งาน Single Festival ที่จัดต่อเนื่องมาหลายปี มีคนร่วมงานปีละหลายหมื่นคน
-งาน S2O งานปาร์ตี้ดนตรี EDM ผสานความสนุกของเทศกาลสงกรานต์ มีผู้ร่วมงานทั้งไทยและต่างชาติปีละหลายหมื่นคน
ผลประกอบการของ ZAAP PARTY
บริษัท แซ๊ปปาร์ตี้ จำกัด
ในปี 2560 มีรายได้ 199 ล้านบาท
ในปี 2561 มีรายได้ 351 ล้านบาท
ในปี 2562 มีรายได้ 496 ล้านบาท
ที่ผ่านมา ธุรกิจของ ZAAP PARTY เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งโควิดมาเยือน ทำให้ธุรกิจอีเวนต์ราวกับถูกแช่แข็ง
ส่งผลให้รายได้ของ ZAAP PARTY ในช่วงสองไตรมาสแรก ของปี 2020 นั้น หายไปราว 75-80%
เพราะโควิดดันมาระบาดตอนต้นปี และ ทำให้ต้องมีการล็อกดาวน์ในช่วงสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วง Prime Time ในการจัดอีเวนต์ของบริษัท เทียบแล้วเป็นสัดส่วนที่มากถึง 30% ของรายได้ทั้งปี..
โดยกลยุทธ์ที่ ZAAP PARTY ใช้รับมือในตอนนั้น คือ ​สำรองไอเดียไว้ให้มากที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมว่า หากสถานการณ์คลี่คลาย บริษัทจะจัดอีเวนต์ในรูปแบบของ Social Distancing ได้อย่างไร
ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ถูกทาง เพราะเป็นเหตุผลที่ทำให้ เมื่อคลายล็อกดาวน์ ZAAP PARTY จึงสามารถเป็นผู้บุกเบิกในการจัดอีเวนต์รูปแบบ New Normal
ไม่ว่าจะเป็นงาน
Amazing Thailand TUK TUK Festival เทศกาลดนตรีที่ทำให้คนได้สนุกสุดเหวี่ยงบนรถตุ๊กตุ๊ก
Social This Camping อีเวนต์สุดเก๋ ที่ชวนคนไปตั้งแคมป์ฟังคอนเสิร์ต
Hotel Fest เปิดประสบการณ์ชมคอนเสิร์ตจากริมระเบียงห้องพัก
โดยทุกอีเวนต์ล้วนอยู่ภายใต้นโยบาย Social Distancing
เพื่อสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจให้ผู้ร่วมงาน
อย่างไรก็ดี หากมองในเชิงธุรกิจแล้ว
สิ่งเหล่านี้ต้องแลกมาด้วย จำนวนผู้เข้าร่วมงานที่ลดลง ซึ่งก็หมายถึง รายได้ที่ลดลงด้วย
อารมณ์เหมือนร้านอาหาร ต่อให้มีเวลาเปิดทำการเท่าเดิม แต่จำกัดปริมาณลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ
รายได้ก็ต้องลดลงเป็นธรรมดา ในขณะที่ต้นทุนค่าเช่า ค่าพนักงาน เท่าเดิม
ด้วยเหตุนี้ นอกจากรูปแบบการจัดอีเวนต์จะเปลี่ยนไป โมเดลการหารายได้ของ ZAAP PARTY ก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย โดยหันมาพึ่งพารายได้จากสปอนเซอร์มากขึ้น แทนที่จะอาศัยรายได้จากการขายบัตร
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความหวังว่าสถานการณ์กำลังจะดีขึ้น
โควิดระลอกใหม่ก็กลับมา ทำให้ภาพรวมของธุรกิจอีเวนต์กลับมาหยุดชะงักอีกครั้ง..
แม้หลายคนจะบอกว่า ครั้งนี้สาหัสกว่าคราวที่แล้ว
แต่คุณบาส ยังคิดบวกว่า หลังจากอยู่กับวิกฤติมาเกือบปี ธุรกิจจึงเหมือนมีภูมิคุ้มกัน
พอเห็นภาพอนาคตว่า จะเกิดอะไรขึ้น และต้องรับมืออย่างไร
อย่างน้อย ก็ต้องผ่านปีนี้ไปให้ได้ ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่
สำหรับกลยุทธ์เอาตัวรอดของ​ ZAAP PARTY ต่อจากนี้ ยิ่งต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์
มองหาเทรนด์ใกล้ๆ ตัว แล้วเอามาต่อยอด
เพราะ ZAAP PARTY เชื่อว่า เราไม่จำเป็นต้องนำเทรนด์ แต่ต้องตามเทรนด์ให้ทัน แล้วนำเทรนด์นั้นมาต่อยอด ประยุกต์ให้เป็นสไตล์ของเรา
เช่นเดียวกับรูปแบบการจัดงาน ไม่จำเป็นต้องยึดติด
ไม่ต้องเน้นสเกลงานใหญ่ รับคนหลักหมื่น หลักแสนเหมือนแต่ก่อน
แต่ปรับมาเป็น Pop-up Event ที่อาจจะจำกัดผู้ร่วมงาน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้คนที่จะมาร่วมงาน
และสร้างความคุ้มค่าให้ผู้จัดงาน ด้วยการลงทุนครั้งเดียว แต่งานอยู่ได้ยาวขึ้น
แต่ไม่ว่ารูปแบบจะเป็นอย่างไร อรรถรสที่อยากมอบให้คนที่มาร่วมงานต้องไม่เปลี่ยน
ซึ่งก็ย้อนมาสู่แก่นของธุรกิจเรา นั่นคือ ความคิดสร้างสรรค์
ถ้าแก่นเราแข็งแรง ก็เหมือนสื่อที่คอนเทนต์แข็งแรง ไม่ว่าจะไปอยู่ในแพลตฟอร์มไหน ก็ไม่มีปัญหา
เพียงแต่ตอนนี้ ข้อกำหนดสังคมเป็นแบบนี้ ถ้ามัวไปยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ก็เหมือนเป็นการจำกัดโอกาส
วันนี้ สองผู้บริหารของ ZAAP PARTY มองว่า เป้าหมายในการทำธุรกิจยังไม่เปลี่ยน และไม่ได้คิดว่ามาผิดทาง จนต้องมองหาโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด
เพียงแต่ต้องพร้อมไปยืนต่อแถวคนอื่นอีกหลายคน กว่าจะมายืนอยู่แถวหน้าของวงการได้
ดังนั้น เมื่อเจอกำแพง แทนที่จะหันหลังหนี เราจะหาอะไรมาช่วยให้ปีนข้ามไปให้ได้
ครั้งนี้ก็เช่นกัน อยากให้รอติดตามว่า จากนี้ ZAAP PARTY จะนำเสนออีเวนต์อะไรใหม่ๆ ออกมาให้ชมกัน..
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.