กรณีศึกษา โรบินฮู้ด แอปที่หวังช่วยร้านอาหารขนาดเล็ก ให้หลุดจากฝันร้าย

กรณีศึกษา โรบินฮู้ด แอปที่หวังช่วยร้านอาหารขนาดเล็ก ให้หลุดจากฝันร้าย

21 มิ.ย. 2021
ก่อนที่โรคระบาด จะมาเยือนประเทศไทย
การเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร อาจเป็นความใฝ่ฝันของใครหลาย ๆ คน
เพราะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับปัจจัย 4 และขายง่าย เก็บเงินได้เร็ว
อีกทั้งภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในเมืองไทย ยังมีแนวโน้มสดใส เพราะเติบโตต่อเนื่องทุกปี
แต่วันนี้ เมื่อโรคระบาดได้ยืดเยื้อ มาเป็นแรมปี และยังไม่จบลง
เรื่องที่เกิดขึ้น จึงกลายเป็นสิ่งตรงกันข้าม กับภาพที่หลายคนวาดฝันไว้
และเป็นดั่งฝันร้าย ของธุรกิจร้านอาหารเกือบทุกแห่ง ที่ตอนนี้ยังไม่อาจหาทางตื่นขึ้นจากฝันร้ายได้
พอโรคระบาดทวีความรุนแรงมากขึ้น บรรดาร้านอาหาร ก็ยิ่งได้รับผลกระทบที่หนักขึ้น เป็นเงาตามตัว
และต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน
อย่างที่ผ่านมา ภาครัฐก็ได้ออกมาตรการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อ
โดยให้ร้านอาหาร งดให้บริการนั่งทานภายในร้าน อนุญาตให้ซื้อกลับอย่างเดียว จำกัดเวลาเปิดปิด
ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของร้านอาหารที่น้อยลง อย่างเลี่ยงไม่ได้
ในขณะที่ร้านต่างมีต้นทุนหลาย ๆ อย่างที่เกือบเท่าเดิม ทั้งค่าเช่า, ค่าพนักงาน, ดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งไม่สามารถตัดออกไปได้ในทันที
และเมื่อร้านอาหาร ไม่สามารถหารายได้ มาหล่อเลี้ยงธุรกิจ ได้เพียงพอกับต้นทุนทั้งหมด
ก็จะเกิดภาวะขาดทุน ขาดสภาพคล่อง จนต้องไปพึ่งพาแหล่งเงินทุนภายนอก (เงินกู้) หรือต้องจำใจปิดกิจการ ซึ่งอาจเป็นแหล่งรายได้เดียว ที่มาค้ำจุนครอบครัว ลงไปในที่สุด..
แม้มาตรการของรัฐ จะเป็นเพียงความท้าทายชั่วคราว เพราะพอสถานการณ์ดีขึ้น ภาครัฐก็ปลดล็อกมาตรการ
แต่ความท้าทายจริง ๆ ที่เกิดขึ้นช่วงเวลานี้ และจะเป็นเรื่องถาวร ซึ่งเป็นตัวเร่งให้ร้านอาหารต้องรีบปรับตัว เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด คือ “พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป” โดยหันมาสั่งอาหารแบบดิลิเวอรีกัน จนเป็นเรื่องปกติ และไปทานอาหารในร้านน้อยลง
พอเรื่องเป็นแบบนี้ วิธีแก้เกม และเป็นดั่งประตูทางรอดเดียว ที่บรรดาร้านอาหาร ต่างแห่กันเข้าไป เพื่อต่อลมหายใจ คือ “การทำดิลิเวอรี” โดยเฉพาะการขอเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง บนแพลตฟอร์มฟูดดิลิเวอรีต่าง ๆ จากต่างประเทศ
แต่หลังจากผ่านประตูบานนี้ไปแล้ว แทนที่จะเจอโลกที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เพราะนึกว่ารอดพ้นจากความยากลำบาก บนวิกฤติโควิด
แต่ร้านอาหารต้องเจอกับเรื่องให้กุมขมับ อีกอย่างแทน
นั่นคือ ค่า GP หรือ ค่าคอมมิชชัน ที่ต้องกัดฟันจ่ายให้กับแพลตฟอร์มฟูดดิลิเวอรี ที่สูงลิ่วประมาณ 30%
ซึ่งสมมติ ในยามปกติ ถ้าร้านอาหารขายอาหารได้ 100 บาท ที่หน้าร้าน
จะมีต้นทุนค่าวัตถุดิบ, ค่าพนักงาน, ค่าเช่าร้าน, ค่าการตลาด, ค่าสาธารณูปโภค ฯลฯ ประมาณ 65-70 บาท
และเหลือเป็นกำไรประมาณ 30-35 บาท
แต่พอร้านอาหาร ต้องขายอาหารบนแพลตฟอร์มฟูดดิลิเวอรี
ก็จะถูกเรียกเก็บค่า GP เพิ่มอีก 32.1 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม : VAT) ในทันที
หรือก็คือร้านอาหารจะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ได้กำไรน้อยลง
หรืออาจแทบไม่เหลือกำไรเข้ากระเป๋าเลย เพราะเอามาจ่ายค่า GP หมด
ซึ่งจะให้ทะนงตัว ไม่ง้อ ไม่ขายอาหาร บนแพลตฟอร์มฟูดดิลิเวอรี ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะนี่คือประตูทางรอดเดียว ที่ร้านอาหารจำเป็นต้องก้าวเข้าไป สู่ตลาดดิลิเวอรีอันมีมูลค่ามหาศาล
ถึงแม้บางแพลตฟอร์มฟูดดิลิเวอรี จะออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารบ้าง เช่น ลดค่า GP ลงเป็นการชั่วคราว แต่ก็อาจยังไม่เพียงพอสำหรับร้านอาหาร ที่จะต่อสู้กับวิกฤติในครั้งนี้ และในระยะยาว
แต่ท่ามกลางสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้
ก็ได้มีผู้เล่นหน้าใหม่ เข้ามาสร้างประตูทางรอดอีกบาน เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหาร
ซึ่งก็คือ แพลตฟอร์มฟูดดิลิเวอรีสัญชาติไทยอย่าง “โรบินฮู้ด”
ที่พัฒนาและให้บริการโดยบริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ในเครือ SCB 10X
โรบินฮู้ด เป็นโครงการ CSR ที่ไม่ได้มุ่งหวังกำไร
แต่มีวัตถุประสงค์ คือ มุ่งช่วยเหลือและสนับสนุน “คนตัวเล็ก”
อันได้แก่ ร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านเล็ก ๆ ร้านอาหารตึกแถวหรือริมทาง
ที่สายป่านไม่ยาว เงินทุนไม่หนา และกำลังเผชิญความยากลำบาก ทั้งในด้านวิกฤติโควิด และค่า GP
โดยทางแพลตฟอร์มของโรบินฮู้ด จะชูจุดเด่นเรื่อง
- การไม่เก็บค่าธรรมเนียมการใช้แพลตฟอร์ม (GP) แม้แต่บาทเดียว และมีนโยบายที่จะไม่เก็บตลอดไป
เพื่อช่วยให้ร้านอาหาร ลดต้นทุนในการทำธุรกิจ เพราะไม่ต้องมีต้นทุนส่วนเพิ่มในการใช้งานแพลตฟอร์ม
ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้หรือกำไรให้มากขึ้น นอกจากขายผ่านทางหน้าร้าน
แถมยังได้รับเงินจากการขายผ่านทางดิลิเวอรี แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
เพื่อช่วยพาร์ตเนอร์ร้านอาหาร บรรเทาภาระทางธุรกิจ, พนักงาน และครอบครัว
ซึ่งในฝั่งผู้บริโภค หรือผู้สั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มโรบินฮู้ดเอง
ก็จะได้ประโยชน์จากการที่ ได้รับอาหารที่ไม่ถูกลดปริมาณ และไม่ถูกขึ้นราคาอาหาร
เนื่องจากร้านอาหารไม่ถูกเก็บค่า GP จึงไม่จำเป็นต้องลดต้นทุน ด้วยการลดปริมาณอาหาร หรือบวกเพิ่มราคาอาหาร เหมือนที่อาจเคยประสบพบเจอมาแล้ว กับการใช้งานในแพลตฟอร์มอื่น ๆ
- เงินสดเข้าร้านทุก ๆ ชั่วโมง
ร้านอาหารจะได้รับเงินทันทีภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากที่อาหารและเครื่องดื่ม ส่งถึงบ้านลูกค้า
ซึ่งจะช่วยให้ร้านอาหารมีสภาพคล่องสูง มีกระแสเงินสดหมุนเวียนในกิจการตลอดเวลา
เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น
ไม่ต่างอะไรกับตอนขายอาหารผ่านทางหน้าร้าน ที่เรียกเก็บเป็นเงินสด
- ช่วยร้านอาหารเพิ่มรายได้ นอกช่วงเวลาขายดี (Off-Peak)
ปกติร้านอาหารบนแพลตฟอร์มฟูดดิลิเวอรี จะมีช่วงเวลาขายดี (Peak Time) อยู่สองช่วง คือ มื้อกลางวัน และมื้อเย็น โดยช่วงเวลาที่เหลือนอกจากนั้น (Off-Peak) ยอดขายของร้านจะลดลง
โรบินฮู้ด จึงได้นำเอา Dynamic Delivery Pricing เข้ามาช่วย
เพื่อเพิ่มโอกาสทางการขาย ในช่วงนอกเวลาขายดีของร้าน
ผ่านการกระตุ้นการสั่งอาหาร ด้วยราคาค่าส่งที่โดนใจ เริ่มต้นที่ 9 บาท ระยะทางไม่เกิน 3 กม.
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่โรบินฮู้ดเปิดให้ทดลองใช้งานอย่างเป็นทางการ
ด้วยจุดเด่นต่าง ๆ ที่กล่าวไป ซึ่งเข้ามาแก้ Pain Point ที่ร้านอาหารต่าง ๆ กำลังเผชิญอยู่
ได้ทำให้ปัจจุบัน มีร้านอาหารกว่า 97,000 ร้าน มาตั้งร้านขายบนแพลตฟอร์มโรบินฮู้ด ซึ่งบางร้าน ก็เป็นร้านที่ไม่เคยอยู่บนแพลตฟอร์มฟูดดิลิเวอรี เจ้าใดมาก่อน
โดยมีจำนวนลูกค้าที่ลงทะเบียนใช้งาน ที่เป็นอีกแรงช่วยเหลือ ช่วยพยุงร้านอาหารขนาดเล็ก ให้รอดพ้นจากวิกฤติ แล้วกว่า 1 ล้านคน
ถึงแม้ตอนนี้ โรบินฮู้ด จะให้บริการเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
แต่ก็มีแผนที่จะขยายการให้บริการฟูดดิลิเวอรี ไปสู่ต่างจังหวัด ในระยะถัดไป
ซึ่งนอกจากร้านอาหารแล้ว โรบินฮู้ด ยังได้ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับบรรดาไรเดอร์ หรือผู้ส่งอาหารอีกด้วย ซึ่งปัจจุบัน มีไรเดอร์กว่า 15,000 คน ที่ได้รับการฝึกอบรมด้านการบริการ มาคอยจัดส่งอาหารมื้อโปรด ไปสู่มือของลูกค้า
และเพื่อแสดงถึงการให้กำลังใจ และย้ำว่า โรบินฮู้ด เป็นแอปพลิเคชันเพื่อคนตัวเล็ก
ทางโรบินฮู้ด จึงได้ออกแคมเปนใหม่ ที่เรียกว่า “ร้านเล็กที่คุณรัก” ขึ้นมา
เพื่อชวนลูกค้ากว่า 1 ล้านคน ที่อยู่บนแพลตฟอร์มโรบินฮู้ด
ให้มีส่วนช่วยเหลือและให้กำลังใจร้านอาหารเล็ก ๆ
ไม่ว่าจะเป็น ร้านโปรดในดวงใจ ร้านใกล้บ้านที่คุ้นเคย หรือร้านในความทรงจำ
ที่หวังให้อยู่รอดและเปิดกิจการไปนาน ๆ ให้เรามีโอกาสได้อุดหนุนต่อไป ในวันข้างหน้า
เพียงแค่สั่งอาหารจากร้านที่ชื่นชอบ หรืออยากให้กำลังใจ
ตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป โดยทางโรบินฮู้ด จะช่วยออกค่าอาหารให้ 50 บาท ผ่านการกดโคดส่วนลด “LOVECODE” ซึ่งจะมีวันละ 2,000 กำลังใจ (สิทธิ์) เริ่มระหว่างวันที่ 5 มิถุนายน จนถึง 30 มิถุนายน 2564
สำหรับใคร ที่มีร้านอาหารในดวงใจ หรือร้านเด็ดที่อยากบอกต่อ บนแพลตฟอร์มโรบินฮู้ด
มาร่วมแชร์ชื่อร้านและพิกัดกันได้เลย ใต้โพสต์นี้..
© 2021 Marketthink. All rights reserved.