วงษ์พาณิชย์ ผู้เปลี่ยนขยะ ที่ดูไม่มีค่า ให้เป็นเงิน 100 ล้าน

วงษ์พาณิชย์ ผู้เปลี่ยนขยะ ที่ดูไม่มีค่า ให้เป็นเงิน 100 ล้าน

17 ก.ค. 2021
27.4 ล้านตัน คือปริมาณขยะมูลฝอย ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อปี 2563
และขยะคือสิ่งที่หลาย ๆ คน อาจมองว่ามันไม่มีค่า แล้วทิ้งไว้หน้าบ้าน หรือไม่ก็ขายให้กับซาเล้ง
แต่รู้หรือไม่ว่า มีอยู่หนึ่งธุรกิจ ที่เห็นคุณค่าของขยะเหล่านี้
และนำมาสร้างเป็นกิจการ ที่มีรายได้หลักร้อยล้านบาทได้
ซึ่งธุรกิจนั้นก็คือ วงษ์พาณิชย์ ที่ทำธุรกิจรับซื้อขยะรีไซเคิล มากว่า 47 ปี
แล้วจุดเริ่มต้นธุรกิจนี้เป็นมาอย่างไร ?
วงษ์พาณิชย์ เป็นธุรกิจที่ก่อตั้งโดย ดร.สมไทย วงษ์เจริญ
ซึ่งก่อนที่เขาจะมาทำธุรกิจรับซื้อขยะนี้ เขาได้ลองผิดลองถูกมากว่า 100 อาชีพ
แต่ก็ไม่มีอาชีพไหนเลย ที่ตอบสนองความชอบของเขาได้
จนกระทั่งเมื่อ 47 ปีที่แล้ว ดร.สมไทย ก็ได้พบกับคุณค่าของขยะ
ของที่ใครหลาย ๆ คนต่างก็มองเป็นเรื่องน่ารังเกียจและเป็นปัญหาสังคม
แต่สำหรับ ดร.สมไทย แล้ว เขากลับพบคุณค่าของขยะ นั่นคือ ขยะเป็นทรัพยากรที่ไม่มีวันหมด
และขยะสามารถขายได้ทุกชิ้น ไม่ว่าจะมีมากขนาดไหนก็ขายได้ และยังขายได้เงินสดอีกด้วย
เพียงแค่เราต้องมีความรู้ความเข้าใจว่า ขยะนั้นมีอะไรบ้าง แล้วสร้างมูลค่าได้อย่างไร เท่านั้นเอง
ซึ่ง ดร.สมไทย ก็ได้ศึกษาจนเข้าใจและแยกประเภทได้ว่า ขยะมีชนิดอะไรบ้าง, มีรายจ่ายในการจัดการเท่าไร, มีต้นทุนในการจัดการเคลื่อนย้ายต่อครั้งเท่าไร และจะสร้างตลาดขนาดใหญ่ให้ขยะ ทำให้เกิดแรงซื้อได้อย่างไร
ซึ่งสุดท้าย ดร.สมไทย ก็พบว่า วิธีสร้างรายได้จากขยะ คือ Marketing Recycling Waste
ด้วยการสร้างตลาดในการซื้อขายขยะขึ้นมา แล้วทำมาร์เก็ตติง
เพราะถ้าหากไม่มีตลาด ก็จะไม่สามารถหาเงินได้เลย แล้วกิจการก็จะไปต่อไม่ได้
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เขาจึงเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยเงินลงทุนเพียง 1,000 บาท และรถกระบะเก่า ๆ อีก 1 คัน เพื่อใช้ขับออกรับซื้อของเก่าตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในจังหวัดพิษณุโลก
จากนั้นธุรกิจได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ทำให้มีปริมาณขยะเพิ่มมากขึ้น วงษ์พาณิชย์จึงรับซื้อขยะได้มากขึ้นตามไปด้วย
และสามารถขยายกิจการ จนมีรถ 3 คัน และมีตึกแถวเป็นของตัวเอง
หลังจากนั้น 15 ปี กิจการวงษ์พาณิชย์ก็เติบโต จนสามารถสร้างโรงงานคัดแยกขยะแบบครบวงจร บนเนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน
นับเป็นโรงงานคัดแยกขยะรีไซเคิลที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย ในขณะนั้น
ซึ่งทางวงษ์พาณิชย์จะรับซื้อวัสดุเหลือใช้และวัสดุที่ต้องการต่าง ๆ เช่น พลาสติก, กระดาษ, โลหะ, ขวดแก้ว, อุปกรณ์สำนักงาน, ขยะเศษอาหาร, ขยะที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ รวมไปถึงขยะอุตสาหกรรม
จากครัวเรือน, ร้านค้าต่าง ๆ, ห้างสรรพสินค้า, โรงงานอุตสาหกรรม
และยังมีบริการรวบรวมขนย้ายขยะ ทั้งที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย
เพื่อนำมาคัดแยกสิ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ เป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรมการรีไซเคิล และฝังกลบสิ่งปฏิกูลที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้
ปัจจุบัน วงษ์พาณิชย์ มีสาขาทั่วประเทศประมาณ 1,600 สาขา
และยังขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่น ๆ ด้วย เช่น ลาว, มาเลเซีย, ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา
ทีนี้เราลองมาดูกันว่าผลประกอบการของ วงษ์พาณิชย์ เป็นอย่างไรบ้าง ?
ผลประกอบการของบริษัท วงษ์พาณิชย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ปี 2561 รายได้ 55 ล้านบาท กำไร 0.2 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 99 ล้านบาท กำไร 1.9 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 140 ล้านบาท กำไร 2.8 ล้านบาท
*หมายเหตุ ผลประกอบการของบริษัท ไม่รวมบริษัทอื่น ๆ ที่ได้รับแฟรนไชส์จากวงษ์พาณิชย์ ไปดำเนินธุรกิจ
ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รายได้ของวงษ์พาณิชย์เติบโตก็คือ ความต้องการขยะรีไซเคิล
เพื่อเอามาทำสินค้าต่าง ๆ มีมากขึ้นเรื่อย ๆ
เช่น ในประเทศจีน มีการทำผ้าห่มกับเสื้อกันหนาว ที่มาจากขยะที่เป็นขวดพลาสติก PET ที่ถูกนำมาแปรสภาพเป็นเส้นใยสังเคราะห์
นอกจากนี้ยังมีมาตรการจากสหภาพยุโรป ที่บังคับให้ผู้ผลิตกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ เส้นใย ผลิตภัณฑ์พลาสติกต่าง ๆ จำเป็นต้องมีส่วนผสมของพลาสติกรีไซเคิล 30% ภายในปี 2020
ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทั่วโลก มีความต้องการใช้พลาสติกรีไซเคิลเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
ส่วนในปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดวิกฤติโควิดขึ้น ทำให้ผู้คนต้อง Work From Home
ร้านอาหารไม่สามารถเปิดให้ทานในร้านได้ รวมไปถึงการเติบโตของธุรกิจดิลิเวอรี
ทำให้มีปริมาณพลาสติกเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับสถานการณ์ปกติ
ถึงแม้ขยะพลาสติกจะมีเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การที่ภาครัฐและห้างร้านต่าง ๆ ออกนโยบาย ลด ละ เลิก ใช้พลาสติก เช่น นโยบาย Everyday Say No To Plastic Bags ที่ออกมาเมื่อ 1 มกราคม 2563
หรือการที่ภาคีความร่วมมือจากผู้ให้บริการดิลิเวอรีต่าง ๆ ที่ต้องการลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ก็อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ วงษ์พาณิชย์ ได้เช่นกัน
จะเห็นว่า วงษ์พาณิชย์ เป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจในโลกธุรกิจ
เพราะการเห็นคุณค่าในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น
อาจทำให้เรานำสิ่งนั้น มาต่อยอดสร้างเป็นธุรกิจ ที่ทำรายได้ให้กับเราอย่างมหาศาลได้
สุดท้ายนี้ ดร.สมไทย ก็ได้กล่าวไว้ว่า “โลกนี้ไม่มีขยะ แต่เป็นแค่ทรัพยากรที่ไว้ผิดที่
ถ้าไว้ถูกที่ถูกทาง มีการคัดแยกที่ถูกต้อง ส่งตรงไปยังโรงงานอุตสาหกรรมรีไซเคิลได้สำเร็จ
มันก็ไม่ใช่ขยะอีกต่อไป”
© 2021 Marketthink. All rights reserved.