กรณีศึกษา Tyson แบรนด์อาหารชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา กำลังบุกตลาดไทย

กรณีศึกษา Tyson แบรนด์อาหารชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา กำลังบุกตลาดไทย

15 พ.ย. 2021
สหรัฐอเมริกา​ เป็นประเทศที่มีบริษัทชั้นนำมากมาย ทั้งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี, บันเทิง, แฟชั่น, เชนฟาสต์ฟูด ฯลฯ ที่สามารถส่งออกแบรนด์ไปยังทั่วโลกได้ เพราะด้วยสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ บวกกับภาพลักษณ์ที่ดูน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกต่างยอมรับ
ไม่เว้นแต่ในอุตสาหกรรมอาหารเอง สหรัฐอเมริกาก็มีแบรนด์ระดับโลกเช่นกัน
รู้ไหมว่า ทุก ๆ เนื้อไก่, เนื้อวัว และเนื้อหมู รวมกัน 5 ปอนด์ ในสหรัฐอเมริกา
จะมี 1 ปอนด์ ที่ผลิตโดยบริษัทผู้นำในตลาดนี้ นั่นคือ “Tyson Foods”
ปัจจุบัน Tyson Foods ไม่ได้ทำตลาดเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ยังทำตลาดในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย
แล้ว Tyson Foods มีกลยุทธ์และจุดแข็งอะไร ?
ถึงทำให้สามารถครองใจผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาได้อย่างงดงาม
รวมถึงบริษัทเห็นโอกาสอะไรในประเทศไทย ถึงลงทุนข้ามน้ำข้ามทะเลมาตีตลาด ?
เรื่องนี้ต้องย้อนความกลับไปยังจุดเริ่มต้นของธุรกิจ และแนวคิดเบื้องหลังของแบรนด์..
Tyson Foods ถูกก่อตั้งขึ้นในรัฐอาร์คันซอ เมื่อปี ค.ศ. 1935 โดยคุณ John W. Tyson
เพื่อดำเนินธุรกิจเลี้ยงไก่และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากไก่ ซึ่งช่วงแรก ๆ จะมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นชาวบ้านในเมืองเดียวกัน
หลังจากนั้นธุรกิจก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้น ตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้น จนผู้คนมีกำลังซื้อและบริโภคเนื้อสัตว์กันมากขึ้น
พอคุณ John W. Tyson จากโลกนี้ไป บริษัท Tyson Foods ก็ถูกส่งผ่านมาให้กับครอบครัวของเขา รุ่นสู่รุ่นบริหารต่อ เพื่อขยายธุรกิจและสืบทอดเจตนารมณ์ ที่ต้องการส่งมอบเนื้อไก่และเนื้อสัตว์คุณภาพ ให้กับผู้คนจำนวนมากได้ลิ้มลอง
ปัจจุบัน Tyson Foods ได้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทด้านอาหารและผลิตภัณฑ์โปรตีน รายใหญ่สุดในสหรัฐอเมริกา และแนวหน้าของโลก
โดยบริษัท Tyson Foods จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก และมีมูลค่าบริษัทกว่า 1.0 ล้านล้านบาท
สำหรับผลประกอบการที่ผ่านมาของบริษัท
ปี 2019 มีรายได้ 1,413,952 ล้านบาท กำไร 67,422 ล้านบาท
ปี 2020 มีรายได้ 1,439,961 ล้านบาท กำไร 71,356 ล้านบาท
โดยสัดส่วนรายได้ มาจากเนื้อวัว 36%, เนื้อไก่ 31%, อาหารสำเร็จรูป 20%, เนื้อหมู 12% และอื่น ๆ 1%
จริง ๆ แล้วบริษัทนี้ ไม่ได้มีแค่แบรนด์ Tyson เท่านั้น แต่ยังมีแบรนด์อาหารชื่อดังอื่น ๆ ในเครืออีกมากมาย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อแตกต่างกัน อาทิ
อย่าง Tyson ก็จะเป็นแบรนด์ไก่ปรุงสุกแช่แข็ง อันดับที่ 1 ในสหรัฐอเมริกา
Jimmy Dean เป็นแบรนด์อันดับที่ 1 ด้านผลิตภัณฑ์ไส้กรอกอาหารเช้า (Breakfast Sausage)
Ball Park เป็นแบรนด์อันดับที่ 1 ด้านผลิตภัณฑ์ฮอตด็อก
Hillshire Farm เป็นแบรนด์อันดับที่ 1 ด้านผลิตภัณฑ์ไส้กรอกรมควัน
First Pride แบรนด์น้องใหม่ ที่ทำเนื้อจากพืช (Plant-based) เช่น นักเก็ตจากพืช เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์อาหารยุคใหม่
ทีนี้มาดูกลยุทธ์, จุดแข็ง และแนวคิดของบริษัท ว่าเป็นอย่างไร ?
จึงทำให้บริษัทสามารถประสบความสำเร็จมาได้ถึงขนาดนี้
เดิมที Tyson Foods มีจุดยืนของแบรนด์ที่ชัดเจนว่า
ต้องการเป็นแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญด้านโปรตีน ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง
และเชื่อว่า ถ้าบริษัทสามารถพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าได้ ผลลัพธ์ต่าง ๆ ที่ออกมาก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเอง
ดังนั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทจึงทุ่มเททรัพยากรต่าง ๆ ไปกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ รวมถึงทุกขั้นตอนในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
โดยสิ่งหนึ่งที่ Tyson Foods ให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัททุกรายการ ต้องอร่อย ปลอดภัย, มีคุณภาพ และมีคุณค่าทางโภชนาการแก่ลูกค้า
ซึ่งบริษัทจะมีการประเมินและตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทุกขั้นตอนในห่วงโซ่อุปทาน และทำงานร่วมกับซัปพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ ตลอดจนทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกร เพื่อให้แน่ใจว่ามีการเลี้ยงสัตว์อย่างเหมาะสม ปลอดภัย มีสุขาภิบาล และสัตว์ได้รับโภชนาการที่ดี
ทั้งหมดก็เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทตั้งแต่จาก “ฟาร์ม” ถึง “โต๊ะอาหาร” ของลูกค้า ปลอดภัยและมีคุณภาพ ตามมาตรฐานระดับโลก เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและเชื่อถือในแบรนด์ จนอยากกลับมาอุดหนุนอีกครั้ง
อีกทั้งบริษัทยังมีทีมและศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ระดับโลกเป็นของตัวเอง
จึงช่วยสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้กับบริษัท เพื่อจะได้ส่งต่อสิ่งที่ดียิ่งขึ้นให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้ลิ้มลอง
และด้วยจุดแข็งทั้งหมดนี้ บริษัทจึงนำแบรนด์ Tyson เข้ามาสู่ประเทศไทยด้วย concept “count on us”
เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคว่า ไม่ว่าจะเป็นอาหารในรูปแบบไหนก็ตามที่มาจาก Tyson
วางใจเรา (แบรนด์) ได้ในเรื่องของความอร่อย, คุณภาพ, ความสะดวก และความง่ายในแต่ละมื้ออาหาร
โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ Tyson Foods ก็จะเป็นผู้ประกอบการ เช่น ร้านอาหาร และบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะคนที่ต้องการทานอาหารเองที่บ้าน แต่ทำอาหารไม่เป็น หรือฝีมือยังไม่เก่งมากนัก
ซึ่งก็จะสามารถสรุปเป็นปัจจัยความสำเร็จสั้น ๆ ได้ว่า
หากผลิตภัณฑ์มีคุณภาพจริง มีรสชาติอร่อย และปลอดภัย ขายด้วยความจริงใจ ที่มีต่อลูกค้า
ไม่ว่าจะทำตลาดที่ไหน สุดท้ายผู้บริโภคก็พร้อมยินดีที่จะเปิดใจและเป็น loyalty ต่อแบรนด์ในที่สุด
ซึ่งลูกค้าและพาร์ตเนอร์ธุรกิจที่ไว้วางใจใน Tyson Foods ก็มีตั้งแต่ เชนร้านอาหารชื่อดัง, ร้านสะดวกซื้อ, ซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงผู้จัดจำหน่ายและร้านใหญ่ทั่วโลก
และเหตุผลหลักที่เลือกประเทศไทยในการขยายธุรกิจ เพราะว่า “ตลาดไก่” ในประเทศไทยมีศักยภาพสูง และการบริโภคเนื้อไก่โดยรวม ก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้น ประกอบกับเป็นฐานการผลิตที่ดี สามารถจัดส่งสินค้าไปได้หลายประเทศทั่วโลก
อย่างในปี 2020 เพียงปีเดียว ก็มียอดการบริโภคเนื้อไก่กว่า 1.1 ล้านตันแล้ว..
โดยคาดว่า ตลาดไก่แปรรูปในไทย จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 8% ในช่วงปี 2020-2025
เรื่องนี้จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจ ที่แบรนด์จะเข้ามาทำตลาด
โดยนำผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในสหรัฐอเมริกา และเป็นสูตรลับเฉพาะของ Tyson Foods ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ในท้องถิ่น มาเปิดประสบการณ์ให้คนไทยได้มีโอกาสลิ้มลอง
นอกจากนี้ การที่ Tyson Foods เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ยังเป็นการดึงเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตที่ล้ำสมัยจากสหรัฐอเมริกา เข้ามาสร้างฐานการผลิตในประเทศอีกด้วย
โดย Tyson Foods มีโรงงานการผลิตในประเทศไทยกว่า 6 แห่ง รวมพนักงานกว่า 11,000 ชีวิต
ที่ดำเนินการผลิตเนื้อไก่ ทั้งแบบสด และแบบปรุงสุก
เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าภายในประเทศ และส่งออกไปมากกว่า 20 ประเทศ ในเอเชียแปซิฟิกและยุโรป
ซึ่งโรงงานของ Tyson Foods ในไทย ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไก่แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
สำหรับผลิตภัณฑ์ของ Tyson Foods ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ก็จะมีหลากหลายอย่าง เช่น
- Tyson Classic Fried Chicken ไก่ทอดกรอบสูตรคลาสสิก
- Tyson Chicken Nuggets นักเก็ตไก่เนื้อนุ่ม
- Tyson Buffalo Chicken Wing Stick ปีกบนไก่สไตล์อเมริกัน
- Tyson Hot & Spicy Chicken Popcorn ไก่ป๊อปคอร์น รสฮอตแอนด์สไปซี่
- Tyson Grilled Tender Chicken ไก่ย่างเนื้อนุ่ม
- Tyson Chicken Karaage ไก่คาราเกะสไตล์ญี่ปุ่น
- Tyson Crispy Chicken Strips ไก่กรอบไม่มีกระดูก
- First Pride นักเก็ตจากพืชปรุงสุก, ป๊อบคอร์นจากพืชปรุงสุก, ลาบทอดจากพืชปรุงสุก
และทาง Tyson Foods ก็วางแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อีกในอนาคต เพื่อทำตลาดในไทย
​​ด้วย innovation ต่าง ๆ จากทาง USA ทำให้น่าสนใจและติดตามต่อว่าจะมีสินค้าอะไรแปลกใหม่เข้ามาในตลาดไทยให้ได้ลองกันอีก
โดยช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Tyson Foods ในไทย ก็จะมีตั้งแต่ ซูเปอร์มาร์เก็ตและโมเดิร์นเทรด เช่น Lotus's, Lotus Express, Lotus’s go fresh, Big C, mini Big C, Tops, Central Food Hall, Foodland, MaxValu, Villa Market, Gourmet Market, HOME Fresh MART, Rimping Supermarket และช่องทางออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada, JD Central, Foodpanda
รวมถึงเว็บไซต์ของ Tyson เอง > https://tyson.co.th/
ที่น่าสนใจก็คือ เรื่องการตลาดนั้น
Tyson Foods ได้วางตำแหน่งของแบรนด์ในประเทศไทย แบบเดียวกับในสหรัฐอเมริกา
ก็คือการเน้นนวัตกรรม และการยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง
และเอาจุดขายของแบรนด์ที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกา​ และประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก มาเป็นแต้มต่อทางธุรกิจในประเทศไทย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง สูตรลับเฉพาะของ Tyson Foods
การนำความเชี่ยวชาญในการพัฒนาและผลิตอาหารชั้นนำระดับโลกกว่า 80 ปี มาปรับใช้
โดยเฉพาะเรื่องการผลิตที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอน รวมถึงการหมักโดยระบบสุญญากาศ เพื่อให้รสชาติเครื่องเทศทุกอย่างผสมเข้ากับเนื้อไก่ ให้เนื้อไก่นุ่มและรสชาติเข้มข้น รวมถึงการเคลือบแป้งกรอบด้วยเทคนิคพิเศษ เพื่อให้สินค้ากรอบตั้งแต่คำแรกยันคำสุดท้าย ถูกใจผู้บริโภคชาวไทย
เพราะผลิตภัณฑ์ของ Tyson Foods ถูกออกแบบมาให้ทำง่าย
เพียงแค่นำออกจากตู้เย็น ฉีกซอง ทอดได้ทันทีโดยไม่ต้องทำละลาย และไม่ต้องเสียเวลาหมักเอง
ทำยังไงก็อร่อย ตรงกับ concept count on us
ซึ่งช่วยให้การทำอาหารไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป ตอบโจทย์สังคมคนเมืองและคนยุคใหม่ ที่ต้องใช้ชีวิตเร่งรีบ และอาจไม่ค่อยมีเวลาเข้าครัวมากนัก
รวมถึงในช่วงล็อกดาวน์ ที่ผู้คนต้องกักตัวอยู่บ้าน ไม่สะดวกไปทานอาหารนอกบ้าน หรือเบื่อการสั่งฟูดดิลิเวอรี
และเพื่อให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ทาง Tyson Foods จึงต้องนำกลยุทธ์และเครื่องมือทางการตลาดต่าง ๆ เข้ามาช่วย เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยรับรู้ถึงแบรนด์ สนใจแบรนด์ และตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ในที่สุด
อย่างในด้านการสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness)
ก็จะเป็นการใช้ประโยชน์จากจุดเด่นหลัก ๆ ของแบรนด์ กลายมาเป็นที่มาของแคมเปญ “ฟินเต็มคำ อร่อยง่าย ได้คุณภาพ” และ “ฉีก ทอด อร่อย ฟิน” เพื่อสื่อว่า ไม่ว่าลูกค้าจะไปทอดเองที่บ้านเมื่อไร รสชาติของไทสันก็ยังอร่อย และสามารถทำได้เองง่าย ๆ โดยลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาหมักเอง แค่ฉีกถุง แล้วนำมาทอดเองที่บ้าน ก็อร่อยได้ง่าย ๆ ทุกเวลา
โดยได้โปรโมตแคมเปญทั้งคู่นี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ
ใช้สื่อโฆษณานอกบ้าน เพื่อให้แบรนด์สามารถสื่อสารไปถึงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
นอกจากนี้ Tyson Foods ยังใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อนำพาแบรนด์และผลิตภัณฑ์เข้าไปใกล้กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เช่น ตั้งบูทชวนชิม หรือ Food truck ขนผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองและมั่นใจได้กับความอร่อยของ Tyson
และนี่คือเบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดของ Tyson Foods ในตลาดสหรัฐอเมริกา และเป็นอีกผู้เล่นที่สำคัญของตลาดในประเทศไทย ที่ยึดเอาผู้บริโภคเป็นที่ตั้ง และมองว่า ความพึงพอใจ ความอร่อย และความสุขของลูกค้า คือความสำเร็จและความปรารถนาของแบรนด์นั่นเอง
© 2022 Marketthink. All rights reserved.