Tesla ทำอย่างไร ถึงเสียค่าโฆษณา 0 บาท แต่กลับเป็นรถยนต์ในฝันของหลาย ๆ คน

Tesla ทำอย่างไร ถึงเสียค่าโฆษณา 0 บาท แต่กลับเป็นรถยนต์ในฝันของหลาย ๆ คน

3 มิ.ย. 2022
Tesla เป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
Tesla เป็นบริษัทที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในปี 2021
Tesla มียอดการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า EV อันดับ 1 ของโลก
และ Tesla ยังเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีความต้องการล้นตลาดในปัจจุบัน
จนลูกค้าต้องจอง และรอนานหลายเดือนกว่าจะได้รถมาครอบครอง..
เห็น Tesla ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามแบบนี้
แต่รู้หรือไม่ว่า Tesla ไม่เคยเสียเงินค่าโฆษณาสักบาทเดียว..
แล้วคุณอีลอน มัสก์ พา Tesla มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ?
ก่อนอื่น เรามารู้จัก Tesla กันแบบคร่าว ๆ ก่อน
บริษัท Tesla เริ่มก่อตั้งขึ้น เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2003 ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
เพื่อพัฒนา และผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
โดยผู้ก่อตั้งที่เป็นวิศวกรชาวอเมริกัน 2 คน
คือคุณมาร์ติน อีเบอร์ฮาร์ด CEO คนแรกของบริษัท และคุณมาร์ก ทาร์เพนนิง
แล้วไม่นาน พวกเขาก็ได้พบกับคุณอีลอน มัสก์ ในงานสัมมนาแห่งหนึ่ง
ประกอบกับคุยกันถูกคอ จึงชักชวนให้คุณอีลอน มัสก์ เข้ามาเป็นนักลงทุนในบริษัท
แต่คุณอีลอน มัสก์ ไม่เพียงแต่เป็นนักลงทุนที่ดีเท่านั้น เพราะเขาคลั่งไคล้และจริงจังใน Tesla
จนท้ายที่สุด มีการปลดคุณมาร์ติน อีเบอร์ฮาร์ด ออกจากตำแหน่ง
แล้วคุณอีลอน มัสก์ ก็เข้ามาบริหาร Tesla แทน เพื่อแก้ปัญหาด้านการเงินและการดำเนินงาน ที่บริษัทกำลังเผชิญอยู่ในตอนนั้น
ส่วนคุณมาร์ก ทาร์เพนนิง ก็ตัดสินใจลาออกจากบริษัท
หลังจากคุณอีลอน มัสก์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO ของ Tesla ได้ไม่นาน
ถึงแม้ว่าคุณอีลอน มัสก์ จะไม่ใช่ผู้ร่วมก่อตั้งในยุคแรก
แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ เขาสามารถทำให้ Tesla เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนกลายมาเป็นบริษัทที่มียอดขายถล่มทลาย แม้ว่าจะไม่เสียค่าโฆษณา เพื่อโปรโมตรถเลยแม้แต่บาทเดียว
คำถามคือ แล้ว Tesla ทำอย่างไร ถึงไม่เสียค่าโฆษณาสักบาท
แต่กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ในฝันของใครหลายคน ในวันนี้ ?
1. Tesla ใช้กลยุทธ์ Silence Marketing แทน
ที่หมายถึง การทำสินค้า ให้สามารถขายได้ด้วยตัวของมันเอง
ไม่ว่าจะผ่านทางแพ็กเกจจิง, การจัดแสดงบนชั้นขายสินค้า, สัญลักษณ์ หรือป้ายที่ก่อให้เกิดการจดจำ
อย่างกรณีของ Tesla ที่เห็นได้ชัดที่สุด คงจะเป็นสถานีชาร์จ
หรือที่เรียกว่า “Supercharger” ซึ่งมีอยู่กว่า 3,700 สถานีทั่วโลก
ซึ่งสถานีชาร์จเหล่านี้ ก็จะสามารถมองเห็นจากตัวถนนได้อย่างง่ายดาย
คล้าย ๆ เวลาที่เราขับรถแล้วมองเห็นปั๊มน้ำมัน
นั่นแปลว่า ผู้ที่สัญจรผ่านไปมา ก็จะเกิดการรับรู้ในแบรนด์ Tesla ไปโดยปริยาย แบบที่ไม่ต้องยิงโฆษณา หรือซื้อป้ายบิลบอร์ดเพื่อบอกว่า Tesla เป็นใคร
2. Tesla มักจะมีอะไรคูล ๆ ให้คนลองทำ แล้วอัปโหลดโชว์บนโซเชียลมีเดีย
ตัวอย่างวิดีโอ เช่น
- เกมที่คุณสามารถเล่นบนหน้าจอของรถได้
- การปรับแต่งเสียงแตรแบบ Customized ของ Tesla
- สุดยอดอุปกรณ์ Tesla ที่ไม่มีใครไม่พูดถึง
ที่น่าสนใจคือ วิดีโอคอนเทนต์ประเภทนี้ มีอีกมากมายบน YouTube, TikTok และแพลตฟอร์มอื่น ๆ
ซึ่งล้วนเป็นวิดีโอที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์เต็มใจรีวิวสินค้าให้ฟรี แบบไม่ต้องบรีฟ และไม่ต้องจ้างเลย
แต่ถึงแม้ว่าวิดีโอที่ออกไป จะมีการพูดถึงทั้งด้านที่ดี และไม่ดี
มันก็ยังทำให้คนส่วนมาก สามารถจดจำแบรนด์ และรู้สึกว่าอยากซื้อมาลองขับบ้างได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งรถยนต์ Tesla ยังมีความเป็น Iconic ที่สะท้อนบุคลิกภาพของผู้ใช้งาน
ว่าเป็นคนที่ชอบเทคโนโลยี ชอบสินค้าที่มีคุณภาพ และใส่ใจเรื่องพลังงานสะอาด จนไม่ว่าจะเซเลบริตีคนไหนที่ซื้อรถยนต์ Tesla ก็ต้องขอหยิบมาทำคอนเทนต์ด้วยสักหน่อย
3. กลยุทธ์ CEO Marketing ที่เกิดจากความกวนของคุณอีลอน มัสก์
หากเราพูดถึงบุคคลที่ชื่อว่า “อีลอน มัสก์” ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว
ยังมีคนที่เชื่อว่าเขาฟั่นเฟือนอยู่จริง ๆ
เพราะฝันแต่ละอย่างของเขา ฟังดูเหมือนกำลังงมเข็มในมหาสมุทร
คิดอะไรเพ้อฝัน และไม่มีทางเป็นไปได้
ทั้งที่บอกว่าจะไปสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร
จะเอาสมองคนไปไว้ในคอมพิวเตอร์
และอีกหลายอย่าง ที่ใครจะไปเชื่อ ว่ามันจะเกิดขึ้นได้จริง
แต่พอมาถึงในวันนี้ คุณอีลอน มัสก์ กลับมีหลาย ๆ สิ่ง
ที่พิสูจน์ว่าฝันที่เขาบอก มันกำลังจะเกิดขึ้นจริงแล้ว
ซึ่งทำให้เมื่อคุณอีลอน มัสก์ พูดอะไรขึ้นมาสักครั้งหนึ่ง ก็จะกลายเป็นกระแส และเป็นจุดสนใจ
ที่ถึงแม้จะฟังดูเหมือนพูดเล่น แต่หลายครั้งมันกลับกลายเป็นความจริง..
อีกทั้ง ปัจจุบันคนทั่วโลก ก็ยังเพ่งเล็งความสนใจไปที่คุณอีลอน มัสก์ เพราะไม่ว่าเขาจะทวีตอะไร มันก็กลายเป็นกระแส และด้วยผู้ติดตามบน Twitter กว่า 96 ล้านคน ทวีตของเขาจึงมีอิทธิพลต่อสิ่งต่าง ๆ เช่น กระทบต่อมูลค่าทรัพย์สิน หรือความมั่นคงของนักลงทุน
โดยตัวของคุณอีลอน มัสก์ ก็ใช้โอกาสนี้ ในการทวีตอัปเดตพัฒนาการของ Tesla และบริษัทอื่นที่เขาดูแลอยู่ รวมถึงยังขยันแชร์มีมตลก ๆ ที่ทำให้ผู้ติดตามไม่เครียด และรู้สึกสนุกไปกับเขาได้ด้วย
แน่นอนว่า สิ่งที่เขาขยันทวีตเกี่ยวกับ Tesla ก็ส่งผลต่อการรับรู้ และยอดขายที่เพิ่มขึ้นของ Tesla พอสมควร
ลองคิดดูเล่น ๆ ก็ได้ว่า ระหว่าง
- ค่ายรถยนต์ดั้งเดิม ที่เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าหลังเจ้าอื่นในตลาด
- กับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้ารายแรก ๆ ที่บริหารโดย CEO ที่ทุ่มเทเวลาเพื่อพัฒนาสินค้า และถึงกับยอมนอนที่โรงงานผลิตรถยนต์เป็นปี ๆ
ตอบตัวเองในใจดู ว่ารถยนต์ค่ายไหน น่าซื้อมากกว่ากัน..
อย่างไรก็ดี เหตุผลที่ว่ามาทั้งหมด ก็ยังถือว่าเป็นการวิเคราะห์จากสิ่งที่เห็น ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จของ Tesla ในมุมการตลาด
แต่ทางคุณอีลอน มัสก์ เขาเคยออกมาพูดถึงเรื่อง
“เหตุผลที่ Tesla ไม่เสียเงินเพื่อการโฆษณา เพราะเราเอาเงินทั้งหมดไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีที่สุดแทน”
เนื่องจากอย่างที่รู้กันดี ว่าทั้งการพัฒนาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า
และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติตั้งแต่เริ่มนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย
ดังนั้น เงินทุนและกำไรที่ได้มาส่วนใหญ่ Tesla จึงต้องเสียไปกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้ได้สินค้าที่ดีที่สุด
แล้วเมื่อถึงเวลาที่สินค้าที่ดีที่สุด พร้อมออกสู่ตลาดจริง
มันจะขายได้ด้วยตัวของมันเอง..
หมายเหตุ: แม้บริษัท Tesla จะไม่มีงบโฆษณา แต่ยังมีค่าทำการตลาด และการขาย เช่น การวิจัยตลาด การสำรวจความต้องการของลูกค้า และการกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด
© 2022 Marketthink. All rights reserved.