กรณีศึกษา TikTok แอปจีนที่ดังไปไกลทั่วโลก

กรณีศึกษา TikTok แอปจีนที่ดังไปไกลทั่วโลก

8 ก.พ. 2020
แอปพลิเคชันที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดทั้ง Apple Store และ Google Play รวมกัน
5 อันดับแรก ประจำปี 2019 คือ
1) WhatsApp 2) TikTok 3) Messenger 4) Facebook 5) Instagram
ที่น่าสนใจคือ แพลตฟอร์มจากจีน “TikTok” ได้แซงหน้าหลายแพลตฟอร์มของ Facebook ขึ้นมา
เป็นรองเพียง WhatsApp เท่านั้น
TikTok เป็นโซเชียลสำหรับรับชมคลิปวิดีโอสั้นๆ
โดยมีฟีเจอร์เพลงและลูกเล่นตกแต่งคลิปประกอบวิดีโอ
แพลตฟอร์มนี้เป็นของบริษัท ByteDance
บริษัทเทคโนโลยีจากประเทศจีน ซึ่งได้ปล่อย TikTok ออกตลาดเมื่อปี 2016
เพียงแค่ไม่กี่ปีผ่านไป..
ปัจจุบันแอปถูกดาวน์โหลดไปกว่า 1,500 ล้านครั้ง
ให้บริการกว่า 154 ประเทศทั่วโลก และรองรับ 75 ภาษา
โดยประเทศที่มียอดดาวน์โหลดมากสุดได้แก่
อินเดีย 466 ล้านครั้ง
จีน 173 ล้านครั้ง
สหรัฐฯ 123 ล้านครั้ง
และมีผู้ใช้งานประจำ (Active Users) อยู่ราว 800 ล้านบัญชีต่อเดือน
โดยผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีอายุระหว่าง 18-34 ปี
นับเป็นแพลตฟอร์มที่ร้อนแรงและโตเร็วสุดๆ ในตอนนี้
ปกติชาวจีนจะใช้ Weibo แทน Facebook, Twitter
iQIYI แทน Netflix
Youku แทน YouTube
WeChat แทน WhatsApp
Baidu แทน Google
ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้ จะนิยมใช้เฉพาะในจีนเท่านั้น
ต่างจาก TikTok ที่มีคนนิยมทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น
รวมถึงตลาดเจ้าถิ่นอย่างสหรัฐฯ ที่เป็นแหล่งกำเนิดโซเชียลทั้งหลาย
TikTok จึงเป็นแพลตฟอร์มแรกของจีน ที่มีศักยภาพจนขยายฐานผู้ใช้งานได้ทั่วโลก
อะไรทำให้ TikTok ประสบความสำเร็จไปได้ไกลเกินกว่าแดนมังกร?
หลายปีก่อน เคยมีแอปวิดีโอยอดนิยมเกิดขึ้นในบ้านเรา “Socialcam”
กับประโยคสุดฮิตประจำแอป “สวัสดีชาวโซเชียลแคมมมม"
ตอนนั้น Socialcam เป็นแอปยอดฮิตของเด็กวัยรุ่น ไม่ต่างจาก TikTok ในตอนนี้
แต่ Socialcam เปิดให้บริการได้เพียง 4 ปี ก็ต้องปิดตัวลง..
อะไรคือ ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ทำให้ Socialcam ล้มเหลว
ในขณะที่ TikTok กลับประสบความสำเร็จ
TikTok ต่างจาก Socialcam ตรงที่
TikTok จะเป็นวิดีโอสั้นที่เจ้าของคลิปต้องคัดเฉพาะส่วน “ไฮไลต์” มาลง
ประกอบกับเพลงที่มาเสริมคอนเทนต์ให้รู้สึกมีอารมณ์ร่วม
เพื่อทำให้ผู้ชมเกิดความเพลิดเพลิน
ส่วน Socialcam ไม่ได้จำกัดเวลา คลิปจึงเป็นวิดีโอยาว
ซึ่งบางทีเป็นคอนเทนต์ที่ผู้ทำพูดไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมาย ผู้ชมจึงอาจรู้สึกเบื่อ
อีกทั้ง TikTok จะมีคอนเทนต์ที่หลากหลายกว่า
เวลาเราเปิดใช้งานแอป จะพบคอนเทนต์ตั้งแต่
ร้อง เล่น เต้น มายากล ตลก เกม สัตว์เลี้ยง ทำอาหาร ศิลปิน และความสามารถด้านต่างๆ
ซึ่งหลั่งไหลเข้ามาจากทั่วทุกมุมโลก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป สหรัฐฯ
และคอนเทนท์ต่างประเทศจำนวนมาก ก็มาพร้อมความสร้างสรรค์ และสาระ
ดังนั้น ถึงเราอยู่ไทย ก็ไม่จำเป็นต้องรับชมคอนเทนต์เฉพาะของคนไทย
สังเกตได้จากวิดีโอคอนเทนต์ จะมีคอมเมนต์ที่หลากหลายภาษา
นอกจากนี้ TikTok ยังใช้ AI และอัลกอริทึม
มาช่วยเลือกวิดีโอที่คิดว่าเราจะชอบอีกด้วย
ถ้าวันนี้เราดู วิดีโอ ลิซ่า BLACKPINK จนจบ 3 คลิป กดไลก์ 1 คลิป
หน้าโฮมของเรา ก็จะปรากฏวิดีโอที่เกี่ยวกับ ลิซ่า ไม่ก็ BLACKPINK รัวๆ
แต่ถ้าพรุ่งนี้ เราเปลี่ยนไปสนใจวิดีโอแมวแทน
AI ก็จะจัดคอนเทนต์สำหรับทาสแมวมาโดยเฉพาะ..
การที่แพลตฟอร์ม TikTok ตอบโจทย์ความสนใจของผู้ใช้งานได้ดี
เรื่องทั้งหมด เลยทำให้ TikTok ปัง เป็นที่ชื่นชอบของเด็กรุ่นใหม่ทั่วโลก
ซึ่งดารา ศิลปิน และแบรนด์ต่างๆ จำนวนไม่น้อย
ก็สนใจกระโดดเข้ามาร่วมวงในแพลตฟอร์มนี้ด้วย
แม้แต่สำนักงานข่าว เวิร์คพอยท์ ก็เปิดบัญชีบน TikTok แล้ว
ปัจจุบันบริษัท Bytedance เจ้าของ TikTok เป็นสตาร์ตอัปที่มีมูลค่ามากสุดในโลก
ด้วยมูลค่า 2.3 ล้านล้านบาท
ถ้าถามว่าความร้อนแรงของ TikTok จะมาแย่งฐานผู้ใช้งานของแพลตฟอร์มอื่นไหม
คำตอบคงไม่
TikTok ไม่สามารถแย่งพื้นที่คอนเทนต์รูปแบบตัวอักษรจาก Facebook และ Twitter
คอนเทนต์วิดีโอยาวๆ จาก Youtube
หรือรูปภาพจาก Instagram ได้
กลับกัน แพลตฟอร์มเหล่านี้ จะเติบโตไปพร้อมๆ กัน
สังเกตจาก คนเล่น TikTok ส่วนใหญ่ก็จะเล่น แพลตฟอร์มอื่นไปด้วย เช่น IG, Youtube
แต่.. ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่ TikTok มาแย่งไปแทนก็คือ “เวลา”
จากสถิติพบว่าผู้ใช้งาน TikTok ใช้เวลาบนแอปเฉลี่ย 52 นาทีต่อวัน
ในเมื่อเวลาของคนเรามีจำกัด
แสดงว่า เราต้องลดเวลาในการเสพแพลตฟอร์มอื่นลงเกือบชั่วโมง
เพื่อมาชมวิดีโอสั้นๆ 50-200 คลิปต่อวัน
ซึ่งแพลตฟอร์มไหน สามารถฉวยเวลาของคนได้มากที่สุด
แพลตฟอร์มนั้น ก็น่าจะขโมยเม็ดเงินโฆษณาไปโดยปริยาย..
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.