
สรุป “สูตรเล่าเรื่อง 3 ขั้น” วิธีทำคลิปสั้น ให้ทั้งไวรัล และขายของได้ จากคู่มือ TikTok
19 ก.พ. 2026
อยากทำคลิปสั้น ให้คนดูเยอะ ขายของได้ ต้องทำอย่างไร ? คงเป็นคำถามของครีเอเตอร์ เจ้าของแบรนด์ และนักการตลาดหลายคน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ TikTok ได้เปิดอินไซต์เรื่องนี้เอง
ผ่านคู่มือที่มีชื่อว่า TikTok Creative Made Simple For Small & Medium Businesses
โดยวิธีทำให้คลิปสั้น มียอดวิวดี ขายของได้ จะเกี่ยวข้องกับ 3 ขั้นตอน ตั้งแต่การเริ่มคิดไอเดียทำคอนเทนต์ ตัดต่อวิดีโอ และการจ่ายเงินเพื่อโฆษณา
ซึ่งขั้นตอนที่มีผลต่อการทำให้คลิปสั้นมีคนดูเยอะที่สุดคือ “คอนเทนต์”
แล้วเราจะมีวิธีคิดไอเดียการทำคอนเทนต์อย่างไรให้น่าสนใจ จนคนหยุดดู ?
บทความนี้ MarketThink สรุปอินไซต์น่าสนใจจากคู่มือ TikTok มาให้แล้ว
บทความนี้ MarketThink สรุปอินไซต์น่าสนใจจากคู่มือ TikTok มาให้แล้ว
- TikTok บอกว่าการทำคลิปวิดีโอบนแพลตฟอร์มที่ดี ไม่จำเป็นต้องใช้งบเยอะ หรือโปรดักชันแบบจัดเต็ม
เพราะสิ่งสำคัญกว่านั้นก็คือ “ความครีเอทิฟ” ซึ่งต่อให้คอนเทนต์นั้น ๆ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับแบรนด์ ก็ขอเพียงแค่มีความเรียล และจริงใจ
ซึ่งไอเดียการทำคอนเทนต์ให้ครีเอทิฟ เริ่มจาก
1. รู้จักกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง
ดูว่ากลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ชอบกดไลก์ หรือแชร์คอนเทนต์แบบไหน เพื่อที่ว่าเราจะได้ทำคอนเทนต์ออกมาโดนใจและตรงกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ
ดูว่ากลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ชอบกดไลก์ หรือแชร์คอนเทนต์แบบไหน เพื่อที่ว่าเราจะได้ทำคอนเทนต์ออกมาโดนใจและตรงกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ
2. สร้างตัวตน คาแรกเตอร์ของแบรนด์ ให้โดดเด่น
โดยส่วนมาก คอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมบน TikTok มักจะเป็นคอนเทนต์ที่สะท้อนคาแรกเตอร์ ตัวตน ของคนหรือแบรนด์นั้น ๆ ได้อย่างชัดเจน
โดยส่วนมาก คอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมบน TikTok มักจะเป็นคอนเทนต์ที่สะท้อนคาแรกเตอร์ ตัวตน ของคนหรือแบรนด์นั้น ๆ ได้อย่างชัดเจน
ยกตัวอย่างอินฟลูเอนเซอร์ที่โดดเด่นมาก ๆ ด้านการสร้างตัวตน เช่น
- ช่อง mosjookqs หรือคุณมอส ที่มีผู้ติดตาม 1.6 ล้านคน
จุดเด่นคือ มีคาแรกเตอร์โดดเด่นด้วยคอนเทนต์สัมภาษณ์เด็กฝึกงาน จนดารา นักแสดงที่มีชื่อเสียง ก็มาเข้าร่วมสัมภาษณ์ด้วย
จุดเด่นคือ มีคาแรกเตอร์โดดเด่นด้วยคอนเทนต์สัมภาษณ์เด็กฝึกงาน จนดารา นักแสดงที่มีชื่อเสียง ก็มาเข้าร่วมสัมภาษณ์ด้วย
- ช่อง nicolenam_xo หรือคุณนิโคล ที่มีผู้ติดตาม 596,000 คน
จุดเด่นคือ ทำคอนเทนต์จำลองสถานการณ์ “เด็กเส้นฝึกงาน” ผสมกับความตลก จนกลายเป็นไวรัลหลายคลิป
จุดเด่นคือ ทำคอนเทนต์จำลองสถานการณ์ “เด็กเส้นฝึกงาน” ผสมกับความตลก จนกลายเป็นไวรัลหลายคลิป
ดังนั้น ถ้าอยากทำให้ยอดวิวดี ก็อาจจะต้องเริ่มจากการสร้างคาแรกเตอร์ของแบรนด์ให้ชัด ๆ ก่อน แล้วถ่ายทอดออกมาในคลิปวิดีโอ ซึ่งจะทำให้แบรนด์ดูแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ได้
3. เกาะกระแสให้ทัน
คอยสังเกตว่า อะไรกำลังฮิต แล้วนำมาปรับใช้ให้เป็นสไตล์เราให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็น เพลงที่กำลังเป็นกระแส หรือรูปแบบการทำคอนเทนต์แนวใหม่ ๆ
คอยสังเกตว่า อะไรกำลังฮิต แล้วนำมาปรับใช้ให้เป็นสไตล์เราให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็น เพลงที่กำลังเป็นกระแส หรือรูปแบบการทำคอนเทนต์แนวใหม่ ๆ
ที่สำคัญคือ ต้องใส่ความเป็นตัวเองลงไปด้วย ต่อให้เราจะปรับรูปแบบไปตามเทรนด์ที่กำลังฮิตก็ตาม..
4. โชว์ “ของดี” ที่มี
โดยทำให้สินค้าหรือบริการของแบรนด์ เป็น “พระเอก” ของเรื่อง
โดยทำให้สินค้าหรือบริการของแบรนด์ เป็น “พระเอก” ของเรื่อง
ตัวอย่างแนวทางการทำคอนเทนต์ขายของ เช่น
- สอนการใช้งานแบบมีสไตล์
- พาไปดูเบื้องหลังการทำงาน วิธีคิดการออกเมนูใหม่ ๆ
- สาธิตการใช้งานแบบสด ๆ
- สอนการใช้งานแบบมีสไตล์
- พาไปดูเบื้องหลังการทำงาน วิธีคิดการออกเมนูใหม่ ๆ
- สาธิตการใช้งานแบบสด ๆ
5. รวมพลัง “ระดมสมอง”
TikTok บอกว่า ไอเดียที่ดีที่สุดมักมาจากการคุยกันเป็นกลุ่ม ลองชวนเพื่อน ๆ หรือทีม มาช่วยกันระดมสมอง (Brainstorm) แบรนด์ก็อาจจะได้แนวทางการทำคอนเทนต์ที่แปลกใหม่ และไม่เคยมีใครทำมาก่อน จนแมสมาก ๆ ก็ได้
โดย 5 ขั้นตอนคิดไอเดียและทำคอนเทนต์ ต้องอย่าลืมว่า คอนเทนต์ที่ออกมาต้องดูเรียล มีความจริงใจ และอย่ากลัวที่จะทดสอบ และสร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่สร้างความแตกต่างจากคนอื่นได้
- เมื่อได้ไอเดียทำคอนเทนต์แล้ว TikTok ยังได้แนะนำ “โครงสร้างการเล่าเรื่อง” ที่ช่วยเพิ่มความสนใจให้คนหยุดดู
ซึ่งโครงสร้างการเล่าเรื่อง จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ The Hook, Unique Selling Point และ Call-To-Action
1. The Hook
Hook เป็นสิ่งสำคัญในช่วงเปิดคลิป ที่เราต้องทำอย่างไรก็ได้ให้คนหยุดดูใน 3-6 วินาทีแรก หมายความว่า คอนเทนต์ของเราดึงดูดหรือน่าสนใจมากพอ ที่จะทำให้คนหยุดดูได้
ซึ่ง TikTok ได้ยกตัวอย่าง Hook ที่ดี เช่น แบรนด์ของเราเป็นแบรนด์ขายลิปกลอส ก็จะสามารถพูดถึง Hook ได้หลายแบบ
เน้นความฮิตของสินค้า เช่น
- ใคร ๆ บน TikTok ก็พูดถึงลิปกลอสตัวนี้
- ลิปกลอส ที่เคยขายหมดเกลี้ยง 3 รอบ ตอนนี้กลับมาเติมสต๊อกแล้ว
- ใคร ๆ บน TikTok ก็พูดถึงลิปกลอสตัวนี้
- ลิปกลอส ที่เคยขายหมดเกลี้ยง 3 รอบ ตอนนี้กลับมาเติมสต๊อกแล้ว
ให้เคล็ดลับหรือวิธีแก้ปัญหา เช่น
- วิธีแก้ปัญหา ลิปตกร่อง ที่ใครก็เจอ ด้วยลิปกลอสแบรนด์นี้
- ปากแห้ง ตกร่อง ปัญหาที่ทุกคนเจอ แต่ลิปกลอสตัวนี้ช่วยได้
- ลิปกลอส ต้องมีสำหรับสาวปากแห้ง ทาลิปตกร่อง
- วิธีแก้ปัญหา ลิปตกร่อง ที่ใครก็เจอ ด้วยลิปกลอสแบรนด์นี้
- ปากแห้ง ตกร่อง ปัญหาที่ทุกคนเจอ แต่ลิปกลอสตัวนี้ช่วยได้
- ลิปกลอส ต้องมีสำหรับสาวปากแห้ง ทาลิปตกร่อง
ชูเรื่องราคาหรือโปรโมชัน เช่น
- โปรที่ไม่เคยจัดมาก่อน ลิปกลอส ลด 50% เฉพาะสุดสัปดาห์นี้เท่านั้น
- ลิปกลอสชิ้นนี้ ราคา 99 บาทเท่านั้น
- โปรที่ไม่เคยจัดมาก่อน ลิปกลอส ลด 50% เฉพาะสุดสัปดาห์นี้เท่านั้น
- ลิปกลอสชิ้นนี้ ราคา 99 บาทเท่านั้น
สรุปจุดขายสำคัญ โดยใช้ประโยคที่เน้นย้ำว่า ทำไมต้องลองสินค้า หรือระบุกลุ่มเป้าหมายพร้อมกับคุณค่าของสินค้า เช่น
- สาว ๆ ปากแห้งต้องลอง ลิปกลอสตัวนี้ คิดขึ้นมาเพื่อทุกคน
- สาว ๆ ปากแห้งต้องลอง ลิปกลอสตัวนี้ คิดขึ้นมาเพื่อทุกคน
2. Unique Selling Point
หลังจากเปิดด้วย Hook ให้น่าสนใจใน 3-6 วินาทีแล้ว ขั้นต่อมาคือ เราต้องเล่าถึง Unique Selling Point ซึ่งก็คือจุดขายหรือจุดเด่นของสินค้า เช่น
- บอกเหตุผลที่ว่า ทำไมสินค้าชิ้นนี้ถึงขายดี
- สินค้านี้ แก้ Pain Point ของลูกค้าได้อย่างไร
- เล่าเรื่องส่วนตัว ประสบการณ์ส่วนตัวจากผู้ใช้งานจริง จะทำให้คนดูเข้าใจว่า ทำไมสินค้าตัวนี้ถึงฮิต ขายดี หรือต้องมี
- สินค้านี้ แก้ Pain Point ของลูกค้าได้อย่างไร
- เล่าเรื่องส่วนตัว ประสบการณ์ส่วนตัวจากผู้ใช้งานจริง จะทำให้คนดูเข้าใจว่า ทำไมสินค้าตัวนี้ถึงฮิต ขายดี หรือต้องมี
ซึ่งการบอก Unique Selling Point นี้เอง ที่จะเป็นตัวช่วยปิดการขาย ทำให้คนดูอยากซื้อสินค้าของเรามากขึ้น รวมถึงยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ได้
3. Call-To-Action
หลังจากเปิดด้วย Hook ตามด้วยการเล่า Unique Selling Point แล้วก็ต้องปิดท้ายด้วย Call-To-Action หรือการบอก หรือเชิญชวน ให้ผู้ชมทำอะไรบางอย่าง ตามวัตถุประสงค์ของแต่ละคลิป
ตัวอย่างประโยค Call-To-Action เช่น
ปิดด้วยการกระตุ้นให้คนสั่งซื้อหรือลองใช้
- กดซื้อที่ตะกร้าได้เลย
- กดซื้อที่ตะกร้าได้เลย
ปิดด้วยการเน้นความคุ้มค่า หรือช่วยแก้ปัญหา
- ลองใช้ลิปกลอสตัวนี้ แล้วจะไม่ต้องซื้อลิปกลอสตัวอื่นอีกเลย
- ซื้อในตะกร้าตอนนี้ รับส่วนลดพิเศษ
- ลองใช้ลิปกลอสตัวนี้ แล้วจะไม่ต้องซื้อลิปกลอสตัวอื่นอีกเลย
- ซื้อในตะกร้าตอนนี้ รับส่วนลดพิเศษ
มาถึงตรงนี้ ถ้าให้สรุปสั้น ๆ ว่าแบรนด์ต้องทำคอนเทนต์อย่างไร ให้ทั้งไวรัล และขายของได้ไปพร้อม ๆ กัน
อย่างแรกคือ แบรนด์ต้องทำคอนเทนต์แบบเรียล ๆ มีความจริงใจ รู้จักกลุ่มเป้าหมายว่าชอบอะไร สนใจอะไร จากนั้นก็สร้างคาแรกเตอร์ของแบรนด์ให้แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ รวมถึงเกาะกระแสใหม่ ๆ ในแบบฉบับของตัวเอง
เมื่อสร้างคาแรกเตอร์ที่น่าสนใจได้แล้ว ในด้านการเล่าเรื่องก็ต้องมี 3 ขั้นตอน คือ มีท่อน Hook ให้คนหยุดดู ตามด้วยการบอก Unique Selling Point และจบด้วย Call-To-Action ให้ลูกค้าซื้อของแบรนด์เรานั่นเอง..
Tag:TikTok