สรุป 5 ข้อ วิธีทำคลิปสั้น TikTok ให้อัลกอริทึม ดันคลิปเรา ขึ้นหน้าฟีด ในโพสต์เดียว

สรุป 5 ข้อ วิธีทำคลิปสั้น TikTok ให้อัลกอริทึม ดันคลิปเรา ขึ้นหน้าฟีด ในโพสต์เดียว

17 ม.ค. 2026
ปี 2026 น่าจะเป็นปีที่หลายคนสนใจทำการตลาดผ่านช่องทาง “คลิปสั้น” โดยเฉพาะ TikTok กันมากขึ้น
ล่าสุด Buffer แพลตฟอร์ม Social Media Management ชื่อดัง ได้ทำการสำรวจโพสต์บน TikTok หลักล้านโพสต์ เพื่อหาเคล็ดลับว่าแนวทางการทำ TikTok ควรจะเป็นแบบไหนในปี 2026 เอาไว้ได้น่าสนใจมาก ๆ
แล้วรายละเอียดที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง ? MarketThink สรุปมาให้แล้ว ครบ จบในโพสต์เดียว
เรามาเริ่มกันจากการทำความเข้าใจกันก่อนว่า TikTok จะมีฟีดอยู่หลัก ๆ 3 แบบให้ผู้ใช้งานเลือก ได้แก่
- Friends ฟีดที่จะแสดงผลเฉพาะคนที่เราติดตาม และติดตามเรากลับ
- Following ฟีดที่จะแสดงผลเฉพาะคนที่เราติดตาม แต่ไม่ได้ติดตามเรากลับ
- For You ฟีดที่จะแสดงคอนเทนต์ที่มีแนวโน้มว่า เราจะชอบจาก “ใครก็ได้”
พอเป็นแบบนี้ หมายความว่า ถ้าอยากให้คอนเทนต์ของเรามีคนเห็นมากที่สุด เราจะต้องเน้นไปที่การทำให้คอนเทนต์ของเราไปขึ้นฟีด For You ให้ได้
เพราะต่อให้จะเป็นผู้ใช้งานใหม่บน TikTok ที่ยังไม่ได้เริ่มติดตามใครเลย ก็จะมีโอกาสเห็นคลิปของเราได้จากฟีดนี้นั่นเอง
- คำถามต่อมาคือ แล้วคอนเทนต์แบบไหนมีโอกาสไปแสดงผลในหน้า For You ได้บ้าง ?
Buffer บอกว่า ทุกครั้งที่เราโพสต์คอนเทนต์บน TikTok อัลกอริทึมจะเริ่มทำงาน โดยการปล่อยคอนเทนต์ของเราไปให้ผู้ชมในกลุ่มเล็ก ๆ ดูก่อน
จากนั้นระบบจะวิเคราะห์ว่าคอนเทนต์ดังกล่าวมียอด “การมีส่วนร่วม” เช่น การกดไลก์, การแชร์, การบันทึก, การแสดงความคิดเห็น หรือระยะเวลาในการรับชมคอนเทนต์ เยอะแค่ไหน
ถ้าคลิปนั้นมีการตอบรับจากคนดูในกลุ่มดังกล่าวค่อนข้างดี เช่น คนดูคลิปนาน หรือมีคนกดไลก์เยอะ
คลิปก็จะถูกดันขึ้นฟีดของคนกลุ่มใหม่ เพื่อรอดูผลอีกครั้งว่ากระแสตอบรับดีไหม
ถ้าระบบพบว่า กระแสยังดีอยู่ กระบวนการนี้ก็จะเกิดขึ้นซ้ำอีกเรื่อย ๆ กับคนกลุ่มใหม่
แต่ถ้ากระแสไม่ดี คลิปก็อาจจะไม่ถูกนำส่งให้คนกลุ่มใหม่แล้ว
เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมคลิปบางคลิปถึงหยุดวิ่งไปดื้อ ๆ หรือบางคลิป ถ้าได้วิ่งแล้วก็วิ่งแบบไม่หยุดนั่นเอง
ที่น่าสนใจคือ มีข้อมูลว่า สิ่งที่ TikTok จะให้น้ำหนักในการเอามาวิเคราะห์คอนเทนต์มากที่สุด จะเป็น “เวลาในการรับชมวิดีโอ”
หมายความว่า ถ้าเราสามารถทำเนื้อหาคลิปให้คนหยุดดูนาน ๆ ได้ตั้งแต่ช่วงแรก ก็มีโอกาสสูงที่อัลกอริทึมของ TikTok จะดันคลิปของเราขึ้นฟีดนั่นเอง..
นอกจากนี้แล้ว Buffer ยังได้แนะนำแนวทางในการทำให้คอนเทนต์ของเราถูกดันขึ้นฟีดมาอีก 5 ข้อ ได้แก่
1. TikTok SEO
ตอนนี้ผู้ใช้งาน TikTok หลาย ๆ คนโดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z มักจะใช้ช่องทางนี้ในการหาข้อมูลต่าง ๆ ในลักษณะ “คีย์เวิร์ด” แทน Google ไปแล้ว

ทำให้เริ่มมีเทรนด์เกี่ยวกับการทำ SEO บน TikTok เกิดขึ้นมา
โดยหลักการของ TikTok SEO จะคล้าย ๆ กับการทำ SEO บน Google
คือให้พยายามหา “คีย์เวิร์ด” หรือคำที่คิดว่ากลุ่มเป้าหมายจะใช้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรามาใส่ในองค์ประกอบต่าง ๆ ของวิดีโอให้ได้
ยกตัวอย่างเช่น
ถ้าเราเปิดร้านอาหารอยู่แถวบางแสน แล้วอยากให้คนบน TikTok หาคอนเทนต์ของเราเจอ ให้เราพยายามใส่คีย์เวิร์ดที่คิดว่าคนจะใช้หาข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารแถวบางแสน
เช่น “คาเฟบางแสน” หรือ “ร้านอาหารบางแสน” มาใส่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบบนแคปชัน หรือข้อความบนวิดีโอ เพื่อเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์ของเรามีโอกาสที่จะถูกค้นหาเจอได้ง่ายและเยอะขึ้น
โดยทาง Buffer ได้แนะนำไอเดียสำหรับหาคีย์เวิร์ดแบบง่าย ๆ แถมไม่ต้องใช้เงินเยอะไว้ว่า ให้เข้าไปดูใน “ช่องค้นหา”
เพราะ TikTok จะแสดง “คำค้นหาที่ใกล้เคียงกับคำค้นหาหลัก” มาแสดงให้ดูด้วยว่าผู้ใช้งานค้นหาคำว่าอะไรบ้าง ซึ่งเราจะสามารถนำคำเหล่านั้นมาใช้เป็นคีย์เวิร์ดได้นั่นเอง
2. ใช้เครื่องมือของ TikTok ให้เยอะ ๆ
อย่างที่บอกว่าอัลกอริทึมจะวิเคราะห์องค์ประกอบต่าง ๆ ของคอนเทนต์ก่อนที่จะปล่อยขึ้นฟีด จากคนกลุ่มเล็กไปกลุ่มใหญ่
และหนึ่งในองค์ประกอบที่ TikTok เอามาใช้วิเคราะห์และให้น้ำหนักด้วยก็คือ “การใช้เครื่องมือของ TikTok”
ทำให้การใช้ฟีเชอร์ภายในแอปพลิเคชัน เช่น การถ่ายวิดีโอจากแอปโดยตรง, การตัดวิดีโอบน CapCut, การใช้ฟีเชอร์ Duets, การใช้ Hashtag ที่กำลังเป็นกระแส รวมถึงการใส่เพลงที่กำลังฮิตจากคลังเพลงของ TikTok จะช่วยให้คอนเทนต์วิ่งได้ดีขึ้นด้วย
3. โพสต์คอนเทนต์ให้ถี่ ยอดวิวจะยิ่งดีขึ้น
Buffer บอกว่าการโพสต์คอนเทนต์ถี่จะช่วยเพิ่มยอดวิวได้จริง ๆ
โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจว่า
- การโพสต์คอนเทนต์ 2-5 ครั้ง/สัปดาห์ ช่วยให้ยอดวิวเพิ่มขึ้น 17%
- การโพสต์คอนเทนต์ 6-10 ครั้ง/สัปดาห์ ช่วยให้ยอดวิวเพิ่มขึ้น 29%
- การโพสต์คอนเทนต์มากกว่า 11 ครั้ง/สัปดาห์ ช่วยให้ยอดวิวเพิ่มขึ้น 34%
แต่ถึงอย่างนั้น ต้องหมายเหตุไว้ด้วยว่า คอนเทนต์ที่จะเอามาลงก็ควรมีคุณภาพ มีความสม่ำเสมอด้วย ไม่ใช่ว่าจะเน้นแต่ปริมาณอย่างเดียว
4. เจาะจงกลุ่มเป้าหมายให้ชัดไปเลย
Buffer แนะนำว่าการจะทำ TikTok ควรจะต้องมีเป้าหมายชัดเจนไปเลยว่า “เราจะทำคอนเทนต์ให้ใครดู” เพราะจะช่วยให้ผู้ติดตามจำเราได้ง่ายขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น
ถ้าจะทำคอนเทนต์ท่องเที่ยว เนื้อหาในช่องก็ควรไปในทางเดียวกันทั้งหมด แทนการทำคอนเทนต์แบบที่ไม่มีแนวทางชัดเจน เช่น ทำคลิปท่องเที่ยวและสอนลงทุนไปพร้อม ๆ กัน แบบนี้จะทำให้ผู้ชมจดจำเราได้ไม่ชัดเจน
5. รักษาความ “เรียล” ให้สม่ำเสมอ
Buffer บอกว่า ผู้ใช้งานบน TikTok มักจะชอบเนื้อหาที่ให้ความรู้สึกเหมือนคนจริง ๆ มาแชร์เรื่องราวมากกว่าวิดีโอที่ตัดต่อคม ๆ เหมือนโฆษณาจากฝั่งแบรนด์
ดังนั้น ไม่ว่าคอนเทนต์จะมีจุดประสงค์อะไร เช่น โฆษณาสินค้า สอนการเงิน ก็ควรจะต้องเริ่มต้นจากความ “เรียล” เอาไว้ก่อน
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.