สรุปความสามารถ “AI CMO” ชื่อไม่คุ้นหู แต่เก่งการตลาด วิเคราะห์คู่แข่ง ครบในตัวเดียว

สรุปความสามารถ “AI CMO” ชื่อไม่คุ้นหู แต่เก่งการตลาด วิเคราะห์คู่แข่ง ครบในตัวเดียว

29 มี.ค. 2026
ชื่อของ “Okara AI” คงไม่ใช่ชื่อของ AI ที่คนทั่วไปได้ยินกันบ่อย ๆ เหมือนอย่าง Gemini, ChatGPT หรือ Claude
แต่จริง ๆ แล้ว ยังมี AI อีกหลายตัว ที่มีความน่าสนใจ และเหมาะกับการนำมาใช้งานเฉพาะด้าน เหมือนอย่าง Okara AI ที่เหมาะกับการนำมาใช้งานทางด้านการตลาดโดยเฉพาะ
เพราะ Okara AI เพิ่งจะมีการเปิดตัว AI ตัวใหม่ล่าสุด นั่นคือ “AI CMO”
แล้ว AI CMO ของ Okara AI มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ? MarketThink อธิบายให้อ่านกันในโพสต์นี้
- AI CMO เป็น AI แช็ตบอตตัวใหม่จาก Okara AI แพลตฟอร์ม AI ที่เน้นการรวบรวม AI หลากหลายโมเดล มาให้ใช้ในที่เดียว
ซึ่ง AI CMO เป็น AI ตัวใหม่ล่าสุดจาก Okara AI ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน
ความน่าสนใจของ AI CMO ก็คือ การตั้งชื่อโดยนำคำว่า “CMO” ที่ย่อมาจากคำว่า Chief Marketing Officer ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้เรียก ผู้บริหารด้านการตลาด ในบริษัทต่าง ๆ มาตั้งเป็นชื่อของ AI ตัวใหม่นี้
ทำให้ในมุมหนึ่ง AI CMO จึงกลายเป็น AI ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานด้านการตลาดที่มีความซับซ้อนได้นั่นเอง
ซึ่งการใช้งาน และความสามารถของ AI CMO ก็น่าสนใจมาก ๆ เพียงแค่เริ่มด้วยการกรอก URL ของเว็บไซต์ของแบรนด์เราลงไป
AI CMO จะช่วยวิเคราะห์องค์ประกอบสำคัญของแบรนด์ให้แบบครบ ๆ
แล้ว Generate หน้า Dashboard ที่แบรนด์สามารถอ่านข้อมูลต่าง ๆ ได้แบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องมีความรู้ทางด้านเทคนิคเลย
โดยตัวอย่างของข้อมูลที่ AI CMO จะวิเคราะห์จากเว็บไซต์ของแบรนด์ได้ เช่น
- Company Overview / Product Information
- Brand Voice
- Competitor
- สุขภาพโดยรวมของเว็บไซต์ เช่น ข้อมูลทางด้านเทคนิค และปัญหาที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์
- เช็กลิสต์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับแบรนด์ หรือสิ่งที่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้
แต่ที่น่าสนใจ ก็คือ AI CMO สามารถวิเคราะห์กลยุทธ์การตลาดของแบรนด์ได้อย่างละเอียด โดยอาศัยข้อมูลจากเว็บไซต์ของแบรนด์ ได้แก่
- Ideal Customer Profile
วิเคราะห์ว่าใครคือลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ พร้อมจำลอง Persona ให้แบบคร่าว ๆ ทั้งอายุ อาชีพ พฤติกรรม และ Pain Point ที่กลุ่มเป้าหมายกำลังเผชิญอยู่
- Positioning Statement
วิเคราะห์ Positioning ของแบรนด์ว่า มีพื้นฐานอย่างไร เป็นใคร มีใครเป็นกลุ่มเป้าหมาย และทำไมลูกค้าต้องเลือกแบรนด์ของเรา
ซึ่ง Positioning Statement เป็นเหมือนเข็มทิศที่คอยบอกทิศทาง ให้กับทีมงานภายในทุกคน ให้สามารถทำการตลาดได้อย่างถูกที่ถูกทาง
- Messaging Framework
เป็นการแนะนำเฟรมเวิร์กที่ใช้สำหรับการ Craft Message ต่าง ๆ ที่ใช้สื่อสารไปยังลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
- Channel Prioritization
เป็นการวิเคราะห์ช่องทางการสื่อสารที่ใช้ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
นอกจากนี้ AI CMO ยังสามารถช่วยเขียนคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับแบรนด์ สินค้าและบริการของแบรนด์ รวมถึงกลุ่มเป้าหมาย ได้อัตโนมัติ วันละ 1 คอนเทนต์
รวมถึงยังวิเคราะห์ได้ด้วยว่า คู่แข่งของแบรนด์เราคือใคร พร้อมลิสต์รายชื่อคู่แข่งออกมาให้ด้วย
และอีกหนึ่งความสามารถที่น่าสนใจของ AI CMO ก็คือ การวิเคราะห์ SEO และ GEO (หรือ AI SEO) ของเว็บไซต์ของแบรนด์ว่า แบรนด์ของเรามีแนวโน้มจะติดอันดับของผลการค้นหาบนเซิร์ชเอนจินได้มากน้อยเพียงใด
โดยจะวิเคราะห์ออกมาเป็นคะแนน ตั้งแต่ 0-100 คะแนน เพื่อให้แบรนด์เข้าใจการทำ SEO และ GEO ของตัวเอง
พร้อมทั้งบอกเช็กลิสต์ด้วยว่า หากต้องการทำให้ SEO และ GEO ของเว็บไซต์ดีขึ้น จะต้องทำอย่างไร
ทั้งหมดนี้ ก็คือความสามารถและฟีเชอร์หลัก ๆ ของ “AI CMO” ของ Okara AI
แต่ต้องหมายเหตุว่า AI ตัวนี้ไม่ได้ใช้งานฟรี
เพราะเป็น AI ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานเฉพาะด้าน
โดยมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 99 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือน หรือราว 3,230 บาท
ซึ่งก็เหมือนกับการจ่ายเงินจำนวนนี้ เพื่อจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด มาช่วยงานแบรนด์ของเรา และทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น รวมถึงเร็วขึ้นนั่นเอง..
Tag:AI CMO
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.