
อ่านแนวคิด ลอรีอัล กรุ๊ป เมื่อธุรกิจความงาม ไม่ได้แค่ทำให้คนดูดี แต่ทำให้คนมีอาชีพและชีวิตที่ดีขึ้น
29 เม.ย. 2026
ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว และมีโอกาสใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน
แต่รู้ไหมว่า เราอาจยังต้องใช้เวลาอีกถึง 123 ปี กว่าผู้ชายและผู้หญิงจะมีความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง
แต่รู้ไหมว่า เราอาจยังต้องใช้เวลาอีกถึง 123 ปี กว่าผู้ชายและผู้หญิงจะมีความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง
สำหรับประเทศไทย หากโฟกัสในมิติด้าน โอกาสทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงอาชีพ การศึกษา คุณภาพชีวิต และการมีส่วนร่วมทางการเมือง ไทยอยู่ในอันดับที่ 66 จาก 148 ประเทศทั่วโลก
ข้อมูลจาก Global Gender Gap Report 2025 ของ World Economic Forum สะท้อนว่า “ความเท่าเทียม” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นโจทย์สำคัญของสังคมไทย ในการเปิดโอกาสในการเรียนรู้ การมีอาชีพ และการสร้างรายได้ของผู้หญิง รวมถึงกลุ่มเปราะบางในสังคม
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ ลอรีอัล ประเทศไทย เลือกใช้สิ่งที่เชี่ยวชาญที่สุดอย่าง “ความงาม” มาเปลี่ยนให้เป็น ทักษะ อาชีพ และรายได้จริง ผ่านโครงการ Beauty for a Better Life
โดยร่วมมือกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพด้านเสริมสวย และยกระดับคุณภาพชีวิตของสตรีและกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถสร้างอนาคตที่มั่นคงขึ้นได้ด้วยตัวเอง

ที่น่าสนใจคือ ผลลัพธ์ของโครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การ “อบรม” แต่สามารถเห็นผลได้จริงในชีวิตของผู้เข้าร่วม
เพียง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2566-2568 โครงการ Beauty for a Better Life ในส่วนที่ร่วมมือกับสค.จัดอบรมไปแล้วทั้งหมด 47 รุ่น มีผู้สำเร็จการฝึกอบรมรวม 656 คน
ในจำนวนนี้ ผู้เข้าร่วมสามารถนำทักษะไปต่อยอดได้จริง แบ่งเป็น
246 คน มีงานทำ
209 คน เปิดร้านเสริมสวยและบาร์เบอร์ของตัวเอง
และ 201 คน นำทักษะไปใช้ในครัวเรือน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
209 คน เปิดร้านเสริมสวยและบาร์เบอร์ของตัวเอง
และ 201 คน นำทักษะไปใช้ในครัวเรือน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
พูดง่าย ๆ คือ ทักษะด้านความงามที่ได้รับจากโครงการนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่ถูกนำไปใช้ได้จริงในชีวิต ทั้งเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว
โดยมีผู้ที่สามารถต่อยอดเป็นงานหรือเปิดร้านของตัวเองรวม 455 คน คิดเป็นเกือบ 70% ของผู้สำเร็จการฝึกอบรมทั้งหมด
จากผลลัพธ์ที่จับต้องได้นี้ ทำให้ ลอรีอัล ประเทศไทย และ สค. ตัดสินใจเดินหน้าสานต่อโครงการระยะที่ 2 ต่อเนื่องอีก 5 ปี โดยตั้งเป้าสร้างผู้สำเร็จการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 1,500 คน
เพื่อขยายโอกาสให้ผู้หญิงและกลุ่มเปราะบางมีทักษะติดตัว มีอาชีพที่ต่อยอดได้จริง และมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้นในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การจะทำให้ทักษะกลายเป็นอาชีพที่ยืนระยะได้จริง ไม่ได้จบแค่การสอนให้ทำเป็นเท่านั้น
ผู้เรียนยังต้องการโอกาสในการก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพจริงหลังจบหลักสูตร
ผู้เรียนยังต้องการโอกาสในการก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพจริงหลังจบหลักสูตร
ดังนั้น ที่ผ่านมา โครงการ Beauty for a Better Life จึงไม่ได้เน้นการเติบโตแบบก้าวกระโดด หรือวัดความสำเร็จจากจำนวนผู้เข้าอบรมเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของผู้เข้าร่วม” เป็นหลัก
ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกผู้เรียน ที่มีการสัมภาษณ์อย่างเข้มข้น เพื่อคัดกรองผู้เรียนที่มีความมุ่งมั่นที่จะนำทักษะไปต่อยอดเป็นอาชีพได้จริง
นอกจากนี้ ในระยะที่ 2 ลอรีอัล ประเทศไทย ยังตั้งใจทำให้โครงการนี้ครบวงจรมากขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผ่านการฝึกอบรมเข้ากับเครือข่ายร้านทำผมกว่า 600-700 แห่งทั่วประเทศ เพื่อช่วยต่อยอดทักษะจากห้องเรียนไปสู่โอกาสในการจ้างงานจริง ไม่ว่าจะเลือกเปิดร้านเองหรือเลือกร่วมงานกับร้านซาลอน

มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจมีคำถามว่า ในบรรดาทักษะอาชีพมากมาย ทำไม ลอรีอัล ถึงเลือกอาชีพเสริมสวย
คำตอบคือ เพราะ “ความงาม” เป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่
คนส่วนใหญ่ล้วนต้องตัดผม ดูแลเส้นผม หรือใช้บริการด้านความงามในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอยู่เสมอ
คนส่วนใหญ่ล้วนต้องตัดผม ดูแลเส้นผม หรือใช้บริการด้านความงามในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอยู่เสมอ
อาชีพช่างเสริมสวยจึงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง และเป็นทักษะที่สามารถฝึกฝน เพื่อต่อยอดเป็นอาชีพได้จริง โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงและกลุ่มเปราะบางที่ต้องการโอกาสในการสร้างรายได้และยืนได้ด้วยตัวเอง
แต่การจะทำให้ทักษะนี้ไปถึงคนที่ต้องการโอกาสจริง ๆ จำเป็นต้องมีพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจพื้นที่ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ ลอรีอัล ประเทศไทย เดินหน้าผนึกกำลังกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว หรือ สค.
เพราะความร่วมมือนี้ช่วยให้โครงการสามารถเข้าถึงผู้หญิงและกลุ่มเปราะบางในหลายพื้นที่ทั่วประเทศได้อย่างตรงจุด ผ่านเครือข่ายและศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวของ สค.
ที่ผ่านมา โครงการ Beauty for a Better Life จัดอบรมผ่านศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวใน 6 จังหวัด และในระยะที่ 2 ยังมีแผนขยายให้ครอบคลุมครบทั้ง 8 จังหวัด

เพื่อให้ผู้หญิงและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ต่าง ๆ เข้าถึงทักษะด้านความงาม โอกาสในการประกอบอาชีพ และช่องทางสร้างรายได้ได้มากขึ้น
เรียกได้ว่า Beauty for a Better Life เป็นอีกหนึ่งต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการสร้าง “สังคมแห่งโอกาส” ให้เกิดขึ้นจริง
อีกทั้งยังเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการที่บริษัทระดับโลกนำ “แก่นของธุรกิจ” มาใช้แก้โจทย์สังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยนำความเชี่ยวชาญของแบรนด์มาช่วยสร้างทักษะ สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คน
เพราะลอรีอัลเชื่อว่า ความงามมีคุณค่า ไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ภายนอก แต่เป็นพลังที่ช่วยสร้างอาชีพ เสริมสร้างความมั่นใจ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวก โดยเปิดโอกาสให้ผู้หญิงยืนหยัดในสังคมได้อย่างเข้มแข็ง
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ โครงการ Beauty for a Better Life ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับพันธกิจด้านความยั่งยืนระดับโลกของลอรีอัล ภายใต้โปรแกรม L’Oréal For The Future
โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ การช่วยให้สตรีและกลุ่มเปราะบางทั่วโลก 100,000 คน สามารถเข้าถึงอาชีพและโอกาสทางเศรษฐกิจได้ภายในปี 2573
ปัจจุบัน ลอรีอัลสามารถดำเนินงานได้เกินเป้าหมายดังกล่าวแล้ว โดยมี Beauty for a Better Life เป็นหนึ่งในโครงการหลักที่ช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายนี้ให้เกิดขึ้นจริง