
สรุป The Next Chapter ของ KBTG ชู AI ผสานทุกกระบวนการต้นน้ำถึงปลายน้ำ
19 มิ.ย. 2026
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทิศทางการเติบโตของ IT ในแต่ละปียังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีสะดุดบ้างในช่วงวิกฤติโรคระบาด แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมยังคงเติบโต สังเกตได้จากการลงทุนด้าน IT ของ KBTG เติบโตตามปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น
แม้จะมีสะดุดบ้างในช่วงวิกฤติโรคระบาด แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมยังคงเติบโต สังเกตได้จากการลงทุนด้าน IT ของ KBTG เติบโตตามปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น
แถมในส่วนของเทคโนโลยี AI ก็เติบโตเร็วมากจนเปลี่ยนโลกไปแล้ว ซึ่งรู้หรือไม่ว่า ประเทศไทยเองก็มีการใช้ AI สูงเป็นอันดับ 2 ของโลกเลยทีเดียว
ไม่นานมานี้ KBTG ที่ใครรู้จักกันดีในนามบริษัทเทคโนโลยีในเครือธนาคารกสิกรไทย
ประกาศย้ำจุดยืนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งในด้าน AI, Data และ Regional Growth ที่เชื่อว่าจะเป็นองค์ประกอบของ The Next Chapter ในการบริการภาคการเงินในประเทศไทย
ประกาศย้ำจุดยืนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งในด้าน AI, Data และ Regional Growth ที่เชื่อว่าจะเป็นองค์ประกอบของ The Next Chapter ในการบริการภาคการเงินในประเทศไทย
ภายใต้มุมมองจากขุนพลแนวหน้า นำโดย คุณวรนุช เดชะไกศยะ Executive Chairman
มาพร้อม ดร.ทัดพงศ์ พงศ์ถาวรกมล Managing Director และคุณชัชวัฒน์ อัศวรักวงศ์ Vice Chairman & Group CISO
มาพร้อม ดร.ทัดพงศ์ พงศ์ถาวรกมล Managing Director และคุณชัชวัฒน์ อัศวรักวงศ์ Vice Chairman & Group CISO

แล้ว KBTG กำลังเดินเครื่องเต็มกำลังในด้านไหนบ้าง ? MarketThink สรุปมาให้ในโพสต์นี้
เริ่มต้นจากการอัปเดตภาพรวมใต้ร่มเงา KBTG
ปัจจุบัน KBTG มีการขยายสาขาไปต่างประเทศถึง 7 ประเทศ ทั้งในจีน, ฮ่องกง, เวียดนาม, อินโดนีเซีย รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า, กัมพูชา และลาว
ปัจจุบัน KBTG มีการขยายสาขาไปต่างประเทศถึง 7 ประเทศ ทั้งในจีน, ฮ่องกง, เวียดนาม, อินโดนีเซีย รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า, กัมพูชา และลาว
โดยผลิตภัณฑ์หลักอย่าง K PLUS มีจำนวนผู้ใช้งานราว 24.5 ล้านบัญชี
ขณะเดียวกันแอปพลิเคชันสำหรับคนรุ่นใหม่อย่าง MAKE by KBank ก็เติบโตจนมีผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านบัญชี
ขณะเดียวกันแอปพลิเคชันสำหรับคนรุ่นใหม่อย่าง MAKE by KBank ก็เติบโตจนมีผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านบัญชี
นอกจากนี้ ยังมีแอปพลิเคชัน เหมียวจด ที่มีผู้ใช้งานกว่า 600,000 ราย
และยังมีการพัฒนาเทคโนโลยี Face Recognition ยืนยันตัวตนภายใต้ชื่อ “AINU” อีกด้วย
และยังมีการพัฒนาเทคโนโลยี Face Recognition ยืนยันตัวตนภายใต้ชื่อ “AINU” อีกด้วย
ซึ่งถ้าพูดถึงการเปลี่ยนผ่านของ KBTG
คงต้องเล่าย้อนว่า ในปี 2016 ที่เริ่มต้นจากการนำงาน IT กลับมาทำเอง (Insource) และตั้งกลุ่มบริษัท KBTG ขึ้นมา
คงต้องเล่าย้อนว่า ในปี 2016 ที่เริ่มต้นจากการนำงาน IT กลับมาทำเอง (Insource) และตั้งกลุ่มบริษัท KBTG ขึ้นมา
จากนั้นมาในช่วงวิกฤติโรคระบาด ปริมาณธุรกรรมเติบโตพุ่งสูงกว่า 30 เท่าตัว ทำให้ต้องพัฒนาระบบสถาปัตยกรรม (Architecture) เพื่อรองรับบริบทที่จะเกิดขึ้น
รวมทั้งเริ่มนำ Data พร้อมด้วย Machine Learning และ AI เข้ามาใช้งานอย่างจริงจัง
รวมทั้งเริ่มนำ Data พร้อมด้วย Machine Learning และ AI เข้ามาใช้งานอย่างจริงจัง
ส่วนการใช้งาน AI และการวัดผล (ROI) เริ่มต้นขึ้นในปี 2024
ยุคที่เลิกทดสอบ (POC) แต่เป็นยุคที่มีการนำ AI มาใช้งานจริงเพื่อสร้าง Business Value และแก้ปัญหาทางธุรกิจ
ยุคที่เลิกทดสอบ (POC) แต่เป็นยุคที่มีการนำ AI มาใช้งานจริงเพื่อสร้าง Business Value และแก้ปัญหาทางธุรกิจ
ความท้าทายคือ การวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของ AI
ที่มองว่า AI ควรถูกมองเป็น “การลงทุน (Investment)” ไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่าย (Expense)”
ที่มองว่า AI ควรถูกมองเป็น “การลงทุน (Investment)” ไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่าย (Expense)”
อย่างไรก็ตาม จากการประเมินเบื้องต้น พบว่า AI ช่วยประหยัดเวลาในการเขียนโคด (Coding) กว่า 20% สามารถตีมูลค่ากลับมาเป็นตัวเลขการประหยัดต้นทุน (Cost Saving) กว่า 240 ล้านบาท
ที่สำคัญ ยังมองว่าบุคลากรทำงานเองต้องตอบให้ได้ว่า เมื่อ AI ช่วยประหยัดเวลาทำงานไปแล้ว เวลาที่เหลือจะนำไปสร้างประสิทธิผล (Productivity) อย่างไรให้เพิ่มขึ้นได้บ้าง
ที่สำคัญ ยังมองว่าบุคลากรทำงานเองต้องตอบให้ได้ว่า เมื่อ AI ช่วยประหยัดเวลาทำงานไปแล้ว เวลาที่เหลือจะนำไปสร้างประสิทธิผล (Productivity) อย่างไรให้เพิ่มขึ้นได้บ้าง

ล่าสุดมาในปี 2026 นี้ KBTG ประกาศเข้าสู่ยุค Scaling และ Optimizing ภายใต้กลยุทธ์สำคัญคือ AI 5+P ประกอบด้วย
- AI for Banking Business
- AI for IT Delivery and Operation
- AI Platformization and Governance
- AI Ecosystem and Partnership
- AI Venture and Innovation Products
- AI for IT Delivery and Operation
- AI Platformization and Governance
- AI Ecosystem and Partnership
- AI Venture and Innovation Products
สะท้อนให้เห็นว่า KBTG กำลังนำ AI มาใช้ทั้งกับบริการธนาคาร และกระบวนการทำงานภายใน เพื่อบริหารจัดการต้นทุนขององค์กร
รวมทั้งการนำ AI มาช่วยในทุกขั้นตอนของการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle) ตั้งแต่การเขียนสเปก วิเคราะห์ผลกระทบ ไปจนถึงการเขียนโคด
ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็เช่น Arjuna โครงการริเริ่มเพื่อสร้างความยืดหยุ่นและทนทานให้ระบบ (Resilience)
โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2030 ระบบแอปพลิเคชันต้องสามารถตรวจจับปัญหาล่วงหน้า และฟื้นฟูระบบ (Recovery) กลับมาให้เร็วที่สุดหากเกิดข้อผิดพลาดได้จริง
อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องจับตาคือ การมาของควอนตัม ที่คาดว่าจะเริ่มส่งผลกระทบอย่างจริงจังในปี 2030
โดย KBTG เตรียมพร้อมมาตั้งแต่ปี 2024 ทั้งการปรับโครงสร้างบุคลากร, การพัฒนาแอปพลิเคชัน, การพัฒนาการเข้ารหัส (Cryptography) ให้เป็นไปตามมาตรฐานควอนตัมระดับโลก
ซึ่งแนวคิดหลักที่ KBTG ชูมาตลอดคือ Human First, AI First
เพราะแม้ว่าจะนำ AI มาประยุกต์ใช้กับทุกสิ่ง แต่ “คน” จะต้องเป็นศูนย์กลางเสมอ และ AI จะเป็นเพียงเทคโนโลยีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ปัจจุบัน KBTG ใช้กรอบการประเมินมูลค่า AI แบ่งเป็น 9 รูปแบบ ตามหลักการของ Forrester ซึ่งประกอบด้วย 2 แกนหลัก คือ
- แกนที่ 1 Value Creation สร้างมูลค่าที่จุดไหน
แบ่งเป็น Productivity ในส่วน Back Office, Engagement ในส่วน Front Office และ Strategy ในส่วนของการวางแผน
แบ่งเป็น Productivity ในส่วน Back Office, Engagement ในส่วน Front Office และ Strategy ในส่วนของการวางแผน
- แกนที่ 2 Value Capture วัดผลเป็นมูลค่าอย่างไร
แบ่งเป็น การเพิ่มรายได้ (Top Line), การลดค่าใช้จ่าย (Bottom Line) และการลดความเสี่ยง
แบ่งเป็น การเพิ่มรายได้ (Top Line), การลดค่าใช้จ่าย (Bottom Line) และการลดความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือ การประยุกต์ใช้ AI จะโฟกัสที่การยกระดับกระบวนการมากกว่าแค่เฉพาะ Task
เช่น AI-SDLC ที่นำ AI Agent มาประกอบตลอด Lifecycle ทั้งในส่วนของ Business Analysis, Solution Architecture, Development และ Testing
หรืออย่างการทำควบคู่กับมนุษย์ หรือ Human in the Loop ที่มุ่งมั่นพัฒนาทักษะไปพร้อมกับการพัฒนาแพลตฟอร์ม
สรุปง่าย ๆ กลายเป็นสูตรสำเร็จคือ V = (P+P+P)E ที่ย่อมาจาก Value, Process, People, Platform และ Experimentation นั่นเอง
ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นภายใต้ร่มเงา KBTG ที่ต้องการเป็นพลังขับเคลื่อนที่มี AI แทรกซึมอยู่ (AI-Infused Power)
เพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้กับกลุ่มธนาคารกสิกรไทย
เพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้กับกลุ่มธนาคารกสิกรไทย
โดยตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพด้าน IT ในภาพรวมให้ได้ถึง 15% พร้อมกับยึดมั่นในปรัชญา Human First เสมอมา
อย่างไรก็ตาม แม้จะก้าวหน้าไปไกลด้วยเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมใหม่
แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้ธนาคารก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงคือ การสร้าง Digital Trust เพื่อให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยของธนาคาร
แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้ธนาคารก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงคือ การสร้าง Digital Trust เพื่อให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยของธนาคาร

ปัจจุบัน KBTG จึงมีการแบ่ง AI Security ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ
- Cybersecurity for AI เช่น การจัดทำ Gateway หรือ AI Red Teaming
- AI for Cybersecurity เช่น การประเมินความเสี่ยงด้วย AI, การตรวจจับช่องโหว่ด้วย AI
- AI for Cybersecurity เช่น การประเมินความเสี่ยงด้วย AI, การตรวจจับช่องโหว่ด้วย AI
ที่น่าสนใจคือ การเตรียมพร้อมรับมือด้าน Quantum Computing
โดย KBANK เริ่มปรับโครงสร้างการเข้ารหัสให้เป็นแบบทนทานต่อควอนตัม หรือ Post-Quantum Cryptography (PQC)
โดย KBANK เริ่มปรับโครงสร้างการเข้ารหัสให้เป็นแบบทนทานต่อควอนตัม หรือ Post-Quantum Cryptography (PQC)
ซึ่งตั้งเป้าหมายจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2029
ที่สำคัญคือ KBTG มองว่า เรื่องนี้ต้องเร่งสร้างความตระหนักรู้แก่นักพัฒนาและผู้บริหาร เพราะอาจมีผลกระทบคล้ายกับยุค Y2K แต่ไม่รู้วันเวลาเกิดที่แน่ชัด
นอกจากนี้ ยังมีการจัดการความเสี่ยง Third Party โดยจัดทำแผนซักซ้อมร่วมกับ Third Party เพื่อเตรียมวิธีรับมือที่ชัดเจนหากธุรกิจของพาร์ตเนอร์ถูกแฮกอีกด้วย
ท้ายที่สุด ประเด็นที่หลายคนกังวลคงหนีไม่พ้น ปริมาณบุคลากรสาย Cybersecurity ที่อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ
KBTG มองความโดดเด่นของตนเองที่เชื่อว่าจะสร้างแรงจูงใจ ดึงดูดและรักษาคนเก่งไว้ได้ คืองานที่ท้าทาย
เพราะทั้งเรื่องควอนตัมหรือการนำ AI มาใช้ในงาน Security ล้วนเป็นเรื่องของอนาคต
การให้บุคลากรได้คิดค้นวิธีประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดหรือทำเป็นเชิงพาณิชย์ (Commercialize) เลยถือเป็นเรื่องใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นมาก ๆ สำหรับคนที่ทำงานสายนี้
การให้บุคลากรได้คิดค้นวิธีประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดหรือทำเป็นเชิงพาณิชย์ (Commercialize) เลยถือเป็นเรื่องใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นมาก ๆ สำหรับคนที่ทำงานสายนี้
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ Investment is King
เมื่อ KBTG กลายเป็นองค์กรที่กล้าลงทุนในเทคโนโลยีระดับสูง
ทำให้พนักงานได้สัมผัสและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ก่อนใคร เกิดความหลงใหล (Passion) ในงาน และมองเห็นโอกาสเติบโตในสายอาชีพ (Career) ของตนเองนั่นเอง
ทำให้พนักงานได้สัมผัสและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ก่อนใคร เกิดความหลงใหล (Passion) ในงาน และมองเห็นโอกาสเติบโตในสายอาชีพ (Career) ของตนเองนั่นเอง
ถึงตรงนี้คงเห็นแล้วว่า ภาพความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของ KBTG กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในทุกกระบวนการทำงานในธุรกิจการเงิน
เพราะมองว่า AI ควรถูกมองเป็น “การลงทุน (Investment)” ไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่าย (Expense)” นั่นเอง..
#KBTG