
สรุปอินไซต์ Facebook และ IG ยิ่งโพสต์คอนเทนต์บ่อย ยิ่งได้เอนเกจดี จริงไหม ?
25 ก.ค. 2026
แบรนด์และครีเอเตอร์หลายคนเชื่อกันว่า “ยิ่งโพสต์บ่อย ยิ่งเปิดการมองเห็น” เลยเน้นลงคอนเทนต์กันแบบรัว ๆ เอาไว้ก่อน เผื่อจะโชคดีมีสักคลิปสองคลิปกลายเป็นไวรัลขึ้นฟีด
ความเชื่อนี้ก็ไม่ได้ผิดเสียทีเดียว แต่อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป..
เพราะ Socialinsider เปิดเผยอินไซต์ว่า คอนเทนต์บางอย่างที่นิยมทำกัน แท้จริงแล้วอาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ตอบแทนกลับมาคุ้มค่าเสมอไป
เพราะ Socialinsider เปิดเผยอินไซต์ว่า คอนเทนต์บางอย่างที่นิยมทำกัน แท้จริงแล้วอาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ตอบแทนกลับมาคุ้มค่าเสมอไป
และยังเจออีกว่า แต่ละแพลตฟอร์มก็มีรูปแบบคอนเทนต์ที่เป็นลูกรักอัลกอริทึมแตกต่างกันไปอีกด้วย
แล้วแต่ละแพลตฟอร์ม เราควรโฟกัสไปที่จุดไหนบ้าง ?
MarketThink สรุปอินไซต์เด็ด ๆ น่าสนใจมาให้แล้ว
MarketThink สรุปอินไซต์เด็ด ๆ น่าสนใจมาให้แล้ว
1. Instagram
แบรนด์และครีเอเตอร์หลายคน ทุ่มทรัพยากรให้กับการทำ Reels มากที่สุด ถึงเฉลี่ย 10 ครั้งต่อเดือน เพราะเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่แพลตฟอร์มพยายามดัน และช่วยเรื่องการเข้าถึงมากที่สุด
ส่วนคอนเทนต์รูปแบบภาพสไลด์หรือ Carousels มีการโพสต์น้อยกว่าถึงเท่าตัว หรือเฉลี่ยประมาณ 5 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น ขณะที่ภาพเดี่ยว โพสต์เฉลี่ย 8 ครั้งต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม พอมาดูอัตราการมีส่วนร่วมหรือ Engagement Rate จะพบว่า Carousels ทำได้ถึง 0.52% ขณะที่ Reels ทำได้ที่ 0.50% ส่วนภาพเดี่ยวทำได้ต่ำสุดที่ 0.35%
สรุปสั้น ๆ ได้ว่า ปริมาณคอนเทนต์และยอดเอนเกจเมนต์ที่ได้รับใน Instagram ไม่ได้สอดคล้องกันเสมอไป
โดยคอนเทนต์แบบ Carousels แม้จะมีความถี่ในการโพสต์น้อยกว่าคอนเทนต์รูปแบบอื่น ๆ ถึงเท่าตัว แต่กลับสร้างยอดเอนเกจเมนต์ได้มากที่สุด
แบรนด์และครีเอเตอร์เลยไม่ควรทุ่มทรัพยากรไปทำ Reels เพียงอย่างเดียว แต่ควรแบ่งมาทำ Carousels ที่สร้างยอดแชร์ ยอดรีโพสต์ และยอดเซฟได้ดี ควบคู่ไปพร้อม ๆ กัน
2. Facebook
สำหรับ Facebook “รูปภาพ” และ “ลิงก์” คือรูปแบบคอนเทนต์ที่แบรนด์โพสต์บ่อยที่สุดบน Facebook โดยโพสต์เฉลี่ย 10 ครั้งต่อเดือนเท่ากัน ซึ่งสาเหตุน่าจะเป็นเพราะ ทำง่ายและทำกันจนเคยชินมาหลายปี
แต่พอมาดูยอดเอนเกจเมนต์ของลิงก์กลับต่ำมากเพียง 0.05% หรือแทบจะไม่ได้อะไรจากการโพสต์เลย
ส่วนเอนเกจเมนต์ของโพสต์รูปภาพอยู่ที่ 0.15% ซึ่งก็รั้งท้ายตารางเช่นเดียวกัน
ในขณะที่ Reels ทำเอนเกจเมนต์ได้ดีกว่าที่ 0.20% ทั้งที่โพสต์เฉลี่ยเพียง 7 ครั้งต่อเดือน ตามมาด้วยคอนเทนต์แบบ Albums ที่ได้เอนเกจเมนต์เฉลี่ย 0.17% กับยอดโพสต์เพียง 6 ครั้งต่อเดือน
สรุปได้ว่า คอนเทนต์ที่แบรนด์พึ่งพามากที่สุดอย่าง “ลิงก์” และ “รูปภาพ” ให้ผลลัพธ์ที่ต่ำกว่าคอนเทนต์แบบวิดีโอและคอนเทนต์รูปภาพอัลบั้มทั้งคู่
ดังนั้น แบรนด์และครีเอเตอร์จึงควรทำคอนเทนต์ที่เน้นความน่าสนใจให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คลิปสั้นหรือภาพสไลด์
แทนการโพสต์รูปภาพเดี่ยว ๆ หรือแปะลิงก์สินค้ากับลิงก์เว็บไซต์เฉย ๆ เท่านั้น เพราะจะยิ่งทำให้ยอดเอนเกจเมนต์และยอดการมองเห็นลดลงได้
แล้วจากอินไซต์ข้างต้น แบรนด์และครีเอเตอร์ต้องปรับตัวอย่างไรกันบ้าง ?
1. ความสม่ำเสมอ สำคัญกว่า “ปริมาณ”
การโพสต์สัปดาห์ละ 10 ครั้งแล้วหายไปเลย มีผลเสียมากกว่าการโพสต์สัปดาห์ละ 4 ครั้ง แต่โพสต์สม่ำเสมอเป็นประจำทุกสัปดาห์
สาเหตุเพราะอัลกอริทึมชอบแอ็กเคานต์ที่แอ็กทิฟตลอดเวลา และผู้ติดตามจะรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเรา ก็ต่อเมื่อเห็นคอนเทนต์ของเราบ่อย ๆ เช่นเดียวกัน
ดังนั้น เราจึงไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเอง เพื่อลงคอนเทนต์ในปริมาณเยอะ ๆ เสมอไป
แค่ลงคอนเทนต์ในปริมาณที่ทำไหวก็เพียงพอแล้ว เพื่อรักษาความสม่ำเสมอในการลงคอนเทนต์
แต่ทั้งนี้ก็ต้องรักษาคุณภาพคอนเทนต์ไว้ให้ดีเท่าเดิมด้วยเช่นกัน
2. ไม่ควร Copy & Paste คอนเทนต์ ไปลงในทุกช่องทาง
สิ่งที่เวิร์กบน Instagram อาจจะไม่เหมาะบน Facebook เพราะแต่ละแพลตฟอร์มมีอัลกอริทึมและคนดูกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน
ดังนั้น การก๊อบปี้แล้ววางคอนเทนต์เดียวกันเป๊ะ ๆ ในทุกช่องทาง อาจจะได้เอนเกจเมนต์ดีในแพลตฟอร์มที่เราโฟกัส แต่แพลตฟอร์มอื่น ๆ อาจจะได้เอนเกจเมนต์แค่ระดับกลาง ๆ ไม่มีอะไรโดดเด่นเลยก็ได้
เช่น บน Facebook เราสามารถเขียนบทความยาว ๆ ได้ เพราะแพลตฟอร์มมี UI ที่เหมาะกับการอ่าน
แต่พอเป็น Instagram เราอาจต้องปรับคอนเทนต์เป็น Carousels แทน เพื่อให้เหมาะกับแพลตฟอร์มที่เน้นรูปภาพและทำให้อ่านข้อความได้ง่ายขึ้น
3. ใช้อินไซต์นี้ช่วยวิเคราะห์เบื้องต้นเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทุกอย่าง
อินไซต์นี้มีไว้ให้เราดูภาพรวมว่าคนอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม ที่ทำคอนเทนต์ลง Facebook และ Instagram เดือนหนึ่งโพสต์เฉลี่ยกี่ครั้ง แล้วได้เอนเกจเมนต์กันมากเท่าไรเท่านั้น แต่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องทำตามเป๊ะ ๆ
ทั้งรูปแบบคอนเทนต์ที่ผู้ติดตามชื่นชอบ, คุณภาพของคอนเทนต์ และทรัพยากรที่เรามี จะเป็นตัวกำหนดว่าเราควรโพสต์คอนเทนต์รูปแบบไหนมากกว่ากัน และโพสต์มากเท่าไรถึงจะดีที่สุด
สิ่งสำคัญคือ โฟกัสไปที่อินไซต์หลังบ้านของตัวเอง แล้วดูว่า คอนเทนต์ไหนที่ทำให้แอ็กเคานต์ของเราเติบโตได้มากกว่ากัน
ถ้า Carousels ได้เอนเกจเมนต์มากกว่า Reels จริง ๆ ก็ค่อยหันมาโฟกัสที่ Carousels แทน