
วิเคราะห์ การตลาด “ผ้าอนามัย elis” ให้ CEO ผู้ชาย ลองใช้สินค้า รับฟังเสียงจากลูกค้าด้วยตัวเอง
14 ส.ค. 2026
- สาว ๆ น่าจะรู้กันดีว่า ผ้าอนามัย elis (เอลิส) มีจุดเด่นที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ กาวที่ติดทนกว่าผ้าอนามัยแบรนด์อื่น
แต่จุดเด่นที่ว่านี้ กลับไม่ได้เป็นเพียง Unique Selling Point ของแบรนด์ elis เพียงอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาเสียงของลูกค้าสาว ๆ ชาวไทย แตกออกเป็น 2 ส่วน
บ้างก็ว่า กาวที่ติดทนเป็นข้อดี แต่ก็มีอีกหลายคนที่คิดว่า กาวที่ติดทนเกินไปจนยากที่จะแกะออก ก็เป็นข้อเสียของแบรนด์เช่นเดียวกัน
ล่าสุด เราได้เห็นเพจ elis Thailand บน Facebook โพสต์คลิปวิดีโอสั้น ๆ ความยาวเพียง 1 นาที ของผู้บริหารชายที่กำลังทดลองใช้ผ้าอนามัยของผู้หญิง เพื่อรับฟังเสียงจากลูกค้าด้วยตัวเอง
แล้วเรื่องนี้มีความน่าสนใจในมุมการตลาดอย่างไร ? MarketThink ชวนวิเคราะห์ในโพสต์นี้
- ก่อนอื่น ถ้าใครได้ดูคลิปจากเพจ elis Thailand จะเห็นเลยว่าผู้บริหารที่กำลังทดลองใช้ผ้าอนามัย เป็นผู้ชาย มองแบบผิวเผินเรื่องนี้ช่วยจุดกระแสไวรัลให้คลิปได้ดีมาก ๆ
เพราะผ้าอนามัยเป็นสินค้าเฉพาะสำหรับผู้หญิง การที่ผู้บริหารผู้ชายทดลองใช้ผ้าอนามัยด้วยตัวเอง จึงเป็นอะไรที่แปลกใหม่ และสร้างความน่าสนใจให้กับคลิปวิดีโอได้ดีมาก ๆ
แต่หากวิเคราะห์ในมุมการตลาด และการสร้างแบรนด์ให้ลึกกว่าเดิม จะพบว่าเรื่องนี้มีความน่าสนใจอยู่หลายข้อด้วยกัน ได้แก่
1. สร้างภาพลักษณ์ความใกล้ชิด เสียงของลูกค้าถูกรับฟัง
เริ่มด้วยข้อแรก หากลองวิเคราะห์ดูจะพบว่าการที่ผู้บริหารชายทดลองใช้ผ้าอนามัยด้วยตัวเอง เพื่อสัมผัสประสบการณ์จริงที่ลูกค้าผู้หญิงจะได้รับจากการซื้อผ้าอนามัยของแบรนด์ไปใช้ด้วยตัวเอง
เรื่องนี้ถือว่าน่าสนใจมาก ๆ เพราะในมุมการตลาด เรามักเห็นแบรนด์ต่าง ๆ ที่ได้รับความคิดเห็น หรือคำติชมจากลูกค้า มักจบลงด้วยการตอบกลับเพียงว่า “ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น” หรือ “ขออภัยในความไม่สะดวก”
แต่เรากลับไม่ได้เห็นเบื้องหลังที่ลึกกว่านี้เลยว่า ความคิดเห็น หรือคำติชมจากลูกค้าที่แบรนด์ได้รับไป จะถูกนำไปใช้ต่ออย่างไร
แต่ elis กลับแสดงให้เห็นแบบชัด ๆ เลยว่า ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รับรู้ความคิดเห็น หรือคำติชมจากลูกค้าจริง ๆ ด้วยตัวเองโดยไม่ได้ปล่อยผ่าน
กลายเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ elis ดูมีความจริงใจ ใกล้ชิด และพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าจริง
2. เป็น Storytelling ที่ทรงพลังมาก ๆ ในยุคนี้
แม้ว่าจะเป็นคลิปที่ถ่ายทำง่าย ๆ ไม่ต้องใช้โปรดักชันใหญ่ ๆ เพียงถ่ายทำจากในสำนักงาน ด้วยกล้องเพียงตัวเดียว
แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ Earned Media ที่มีมูลค่าทั้งยอดวิว ยอดไลก์ ยอดแชร์ เป็นการทำการตลาดที่เข้าถึงง่าย มีความเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพยายาม
เพราะอย่าลืมว่า คลิปนี้มีตัวละครสำคัญคือ ทีม CEO และผู้บริหารชาย ที่กำลังทดลองใช้ผ้าอนามัยของผู้หญิง เป็นกลยุทธ์ Storytelling ที่เรียกความสนใจจากคนดูได้ดีมาก ๆ
และที่สำคัญคือ แบรนด์ได้เล่าถึงจุดแข็งของตัวเองแบบชัด ๆ ให้ลูกค้าเข้าใจ ผ่านคลิปสั้น ๆ เพียง 1 นาที ทั้งกาวที่ติดแน่น หรือสินค้าที่มีคุณภาพตามแบบฉบับของแบรนด์ญี่ปุ่น
รวมถึงลูกค้าได้เห็นเบื้องหลังการทำงานจริง ในการพัฒนาและปรับปรุงสินค้า ให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าอยู่เสมอ
3. แบรนด์ได้ Feedback ดี ๆ กลับไปอีกเพียบ
และในข้อสุดท้าย การทำคลิปแบบนี้ทำให้ elis ได้รับความคิดเห็นดี ๆ จากลูกค้ากลับไปอีกเยอะมาก โดยเฉพาะลูกค้าผู้ใช้จริง ที่แสดงความคิดเห็นใต้คลิปแบบตรง ๆ เช่น
- สิ่งที่ชอบ และสิ่งที่ไม่ชอบ
- ประสบการณ์การใช้สินค้า
- สิ่งที่อยากให้แบรนด์ต้องปรับปรุง
เพราะหากใครที่อยู่ในแวดวงการตลาดจะรู้ดีว่า เสียงของลูกค้าเหล่านี้มีค่ามาก ๆ รวมถึงมีค่าใช้จ่าย และใช้เวลากว่าจะได้มา
ซึ่งการที่ elis ได้ Feedback จากลูกค้าตัวจริงของแบรนด์มาแบบนี้ เรื่องต่อไปที่น่าติดตามก็คือ elis ต้องกลับไปคิดว่า จะรักษาสมดุลอย่างไร ให้สินค้าของตัวเองเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า
เพราะอย่างที่บอกไปตอนต้นบทความว่า กาวที่ติดแน่นทนทาน มุมหนึ่งก็เป็นข้อดี ช่วยสร้างความแตกต่าง
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็เป็นข้อเสีย ที่ลูกค้าบางคนอาจไม่ชอบ ก็เป็นไปได้เช่นกัน..