กรณีศึกษา PODKET สร้างธุรกิจจากวิกฤติ เปลี่ยนให้เป็นโอกาส

กรณีศึกษา PODKET สร้างธุรกิจจากวิกฤติ เปลี่ยนให้เป็นโอกาส

15 ธ.ค. 2020
เทรนด์ออฟฟิศได้เปลี่ยนไปตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในอดีตจะเป็นการแบ่งพื้นที่การทำงานออกเป็นส่วนๆ เน้นความเป็นส่วนตัว มีพาร์ทิชันกั้นระหว่างแผนก แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นออฟฟิศแบบ
Open Space ที่สนับสนุนให้พนักงานมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และแลกเปลี่ยนไอเดียซึ่งกันและกัน
และอีกเทรนด์ที่เกิดขึ้นสำหรับการทำงานในยุคนี้ ก็คือ “Remote Working”
Remote Working คือ รูปแบบการทำงานที่สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ, Co-working Space, ที่บ้าน หรือแม้กระทั่งบนเตียงนอน จุดประสงค์เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์จากสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้นด้วย
การทำงานแบบ Remote Working ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงแค่กลุ่ม Startup แต่ยังมีองค์กรใหญ่ ที่กำลังค่อย ๆ สอดแทรกการทำงานแบบ Remote เข้ามาใช้ในองค์กร เพราะการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน อาจได้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร
หลายบริษัทจึงเริ่มนำการทำงานแบบยืดหยุ่นเข้ามาใช้ เช่น Flexible Hour ที่อนุญาตให้พนักงานจัดการเวลาการเข้าทำงานของตัวเอง หรือ Flexible Office ที่ไม่มี โต๊ะประจำ ให้พนักงานสามารถนั่งทำงานได้ทุกที่ในออฟฟิศ
สถิติจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดยังบอกว่า ประสิทธิภาพของคนที่ทำงานแบบรีโมตสูงกว่าประสิทธิภาพคนที่ทำงานในออฟฟิศถึง 13% นอกจากนั้นคนเหล่านี้มีแนวโน้มการลาป่วยที่น้อยลง และยินดีที่จะทำงานล่วงเวลามากขึ้นถึง 23%
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบริษัทต่างเริ่มพัฒนานวัตกรรมการทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของคน จนเกิดเป็นออฟฟิศรูปแบบพอด (Pod) ที่มีลักษณะคล้ายกับกล่องขนาดเล็กที่เคลื่อนย้ายได้สะดวก โดยโครงสร้างภายในเหมาะกับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ เป็นได้ทั้งห้องโทรศัพท์ ห้องประชุม หรือแม้แต่ห้องทำงานส่วนตัวที่ปราศจากเสียงรบกวน
จาก Pain Point ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดแบรนด์ PODKET หรือ บริษัท พ็อดเก็ต (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าห้องทำงาน ห้องประชุม ห้องโทรศัพท์ แบบสำเร็จรูป ซึ่งต่อยอดมาจากธุรกิจสำนักงานให้เช่า ที่ทำธุรกิจมานานกว่า 5 ปี
คุณภาคภูม จุลนิพิฐวงษ์ ผู้ก่อตั้ง PODKET ได้พูดถึงแนวคิด ที่มีต่อการทำงานยุคใหม่ว่า ”เรามีความเชื่อว่า พื้นที่การทำงานที่ดี จะต้องส่งเสริมทั้ง Creativity และ Privacy เพราะพื้นที่แบบเปิดคือเทรนด์ของการทำงานยุคใหม่ ส่งเสริมให้คนมีปฏิสัมพันธ์กัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันก็จริง แต่ในขณะเดียวกัน ก็ควรมีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการทำงาน เพื่อโฟกัสและถ่ายทอดแก่นความคิดของตัวเอง ให้เข้าไปอยู่ในผลงานนั้นด้วย”
ดังนั้นการเกิดขึ้นของโควิด 19 ในช่วงต้นปี จึงเป็นตัวเร่งให้เกิดความต้องการในตลาดออฟฟิศสำเร็จรูป เพราะการประชุมผ่านออนไลน์ จริงๆ เกิดขึ้นมานาน 10 ปีแล้ว แต่พอเกิดโควิด โควิดเป็นตัวกระตุ้นให้เราใช้เทคโนโลยีได้เก่งขึ้น แก้ปัญหาได้ดีขึ้น รู้จักการแก้ปัญหาในรูปแบบอื่นๆ มากขึ้น
แต่ความท้าทายไม่ได้จบที่โควิด วันข้างหน้าก็จะมีเทรนด์อะไรใหม่ๆ มาท้าทายเราเสมอ ซึ่งจะเป็นตัววัดว่าธุรกิจของคุณมีภูมิคุ้มกันในอุตสาหกรรมนั้นๆ มากน้อยแค่ไหน และจะอยู่รอดในอุตสาหกรรมนั้นได้หรือเปล่า ดังนั้น เราต้องวางตัวให้ยืดหยุ่นพร้อมปรับเปลี่ยนในทุกสถานการณ์ และพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แบบไม่รู้จบ
ซึ่งจุดเด่นของ PODKET คือ ผลิตภัณฑ์ที่จะเข้ามาช่วยในการจัดสรรพื้นที่ให้ดีขึ้น ในระยะเวลาที่จำกัด ด้วยงบประมาณเท่าเดิม
เพราะการปรับปรุงหรือรีโนเวทพื้นที่การทำงาน ต้องใช้เวลานาน หลายขั้นตอน ซึ่งอาจทำให้งบประมาณบานปลาย แต่ PODKET คือห้องทำงานสำเร็จรูป ที่ใช้เวลาในการประกอบเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น
โดย PODKET ได้ร่วมงานกับ SC Asset ด้วยการเข้าไปสร้างสรรค์พื้นที่การทำงาน Co.Lab หรือ Co-working Space บนชั้น 14 อาคารชินวัตร 3 บนพื้นที่ 1,000 ตร.ม. ขึ้นใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานให้กับพนักงาน SC Asset ได้อย่างเต็มที่
ซึ่งเป้าหมายของ SC Asset กับ PODKET มีความเชื่อมโยงกันตรงที่
SC Asset ต้องการจัดสรรพื้นที่การทำงานที่ช่วยกระตุ้นและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
ส่วน PODKET ต้องการสร้างโซลูชัน ที่สนับสนุนให้คน ทำงานอย่างมีศักยภาพมากขึ้น
ทั้งสองจึงตอบโจทย์ซึ่งกันและกัน
เราอาจสังเกตได้ว่า เทรนด์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์อะไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป เทรนด์เหล่านั้นจะถูกปรับเข้าสู่จุดสมดุล อย่างสมัยก่อนที่เน้นการทำงานแบบส่วนตัว ยุคต่อมาเน้นการทำงานแบบพื้นที่เปิด และในปัจจุบันที่ผสมระหว่างพื้นที่การทำงานที่ส่งเสริมทั้ง Creativity และ Privacy ในเวลาเดียวกัน..
© 2021 Marketthink. All rights reserved.