เจ้าของแบรนด์ “นมแท่ง” ขนมข้าวโพดอบกรอบ รายได้ 900 ล้าน

เจ้าของแบรนด์ “นมแท่ง” ขนมข้าวโพดอบกรอบ รายได้ 900 ล้าน

21 ก.พ. 2021
รู้ไหมว่า ขนมข้าวโพดอบกรอบ ซองใสประจำร้านโชห่วย ที่ราคาซองละ 5 บาท
สามารถทำรายได้มากกว่า 900 ล้านบาทต่อปี
และทำธุรกิจมาแล้วเกือบ 30 ปี
แล้วขนมข้าวโพดอบกรอบชนิดนี้ มีความเป็นมาอย่างไร ?
ย้อนกลับไปเมื่อ 27 ปีที่แล้ว ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไพบูลย์ โปรดักส์ จำกัด
คือคุณไพบูลย์ พัฒนวานิชกิจกุล และ คุณขวัญจิตร ยั่งยืน
ต้องการช่วยเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น จึงได้รับซื้อข้าวโพด แล้วนำมาแปรรูปให้เป็นเกษตรอุตสาหกรรม
โดยสินค้าแรกของทางบริษัทก็คือ ขนมข้าวโพดอบกรอบ ภายใต้ชื่อแบรนด์ว่า “นมแท่ง”
ถึงแม้หลังจากเปิดตัว ข้าวโพดอบกรอบจะได้รับความนิยมอย่างมาก
แต่ทางบริษัท ก็ยังได้หาช่องทางขยายการเติบโตของธุรกิจเพิ่มเติม
โดยการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ข้าวเกรียบกุ้ง, เวเฟอร์, บิสกิต และคุกกี้
รวมถึงขยายตลาดออกไปยังประเทศอื่นๆ เช่น กลุ่มประเทศ CLMV, ตะวันออกกลาง, สิงคโปร์, ไต้หวัน, เกาหลี และจีน
แล้วผลประกอบการ บริษัท ไพบูลย์ โปรดักส์ จำกัด เป็นอย่างไร
ปี 2560 รายได้ 520 ล้านบาท กำไร 2 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 656 ล้านบาท กำไร 4 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 942 ล้านบาท กำไร 59 ล้านบาท
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้
หลายคนคงอยากรู้ว่ากลยุทธ์อะไร ที่ทำให้ขนมห่อเล็กๆ สามารถทำรายได้ ได้มากขนาดนี้
สิ่งแรกเลยก็คือ คุณภาพของสินค้า
เพราะผู้ที่จะอยู่รอดในตลาดได้ สินค้าจะต้องมีคุณภาพที่ดี
สามารถทำให้ลูกค้าที่ซื้อไปแล้ว เกิดความพึงพอใจ และ วนกลับมาซื้อซ้ำอีกครั้ง
ดังนั้น ในทุกๆ การผลิตสินค้าแต่ละชนิด จะต้องคัดสรรวัตถุดิบที่นำมาแปรรูปอย่างดี
กรณีของขนมข้าวโพดอบกรอบ จึงคัดเลือกข้าวโพดอย่างดีนำมาแปรรูป โดยไม่ใส่สารปรุงแต่งใดๆ
ทำให้มีรสชาติที่ดี และมีความหอมมันตามธรรมชาติ
จุดนี้เองที่เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคติดใจในคุณภาพของสินค้า และ กลับมาซื้อซ้ำ
นอกจากคุณภาพสินค้าจะต้องดีแล้ว สิ่งต่อมา คือ ความแตกต่าง
เพราะในการผลิตขนม ธุรกิจประเภทนี้มีการแข่งขันกันสูง
ถ้าไม่สร้างความแตกต่างให้กับสินค้า โอกาสที่จะทำให้ธุรกิจเติบโต ก็แทบจะมองไม่เห็น
ขนมประเภทข้าวเกรียบของทางบริษัท จึงได้สร้างความแตกต่างด้วยการทำขนมข้าวเกรียบ ที่มีน้ำจิ้มอยู่ในซอง และมีให้เลือกหลากหลายรสชาติ
ส่วน เวเฟอร์ ของทางไพบูลย์ ก็ถือได้ว่า เป็นเจ้าแรกๆ ที่ผสมโยเกิร์ตลงไปด้วย
ที่สำคัญ เมื่อกิจการนำสินค้าออกสู่ตลาดได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว
ก็มักจะมีคู่แข่งผลิตสินค้าที่มีลักษณะเดียวกันตามมา
ดังนั้น บริษัทจะต้องคิดค้น หรือหาทางพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่เสมอ
ถึงแม้ว่า ขนมข้าวโพดอบกรอบ จะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมากมาย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
แต่ทางบริษัท ก็ยังได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ออกมาอยู่เสมอ
เช่น การแตกไลน์การผลิต มาทำ เวเฟอร์, บิสกิต และคุกกี้
สิ่งสุดท้ายคือ การมองหาตลาดใหม่ๆ เพื่อขยายการเติบโต
การเติบโตของธุรกิจ เป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับผู้บริหาร และผู้ประกอบการ
ดังนั้น จึงควรมองหา และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
เพื่อเพิ่มรายได้ทางธุรกิจ และเข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ขึ้น
อย่างเช่นที่ บริษัท ไพบูลย์ โปรดักส์ ตัดสินใจขยายธุรกิจ ออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ตะวันออกกลาง สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลี และจีน
จากเรื่องนี้ ก็ถือได้ว่าเป็นกรณีศึกษาที่ดี
เพราะใครจะไปคิดว่า ขนมห่อเล็กๆ ที่ขายอยู่ตามโชห่วย
จะสามารถสร้างรายได้เกือบถึงหลักพันล้านบาทได้..
อ้างอิง :
-https://www.paiboonpro.com/th/
-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.