“ห้าดาว” ทำอย่างไร ถึงเป็นแบรนด์ไก่ย่างยอดนิยมตลอดกาล ​

“ห้าดาว” ทำอย่างไร ถึงเป็นแบรนด์ไก่ย่างยอดนิยมตลอดกาล ​

6 ก.ค. 2021
ถ้าพูดถึงแบรนด์ไก่ย่าง ที่ฮิตมาตั้งแต่รุ่นพ่อ แถมยังครองใจมาถึงรุ่นลูก
เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง “ห้าดาว” แบรนด์ไก่ย่างที่เสิร์ฟความอร่อยให้คนไทยมานานถึง 36 ปี
แล้ว “ห้าดาว” มีกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์อย่างไรให้มัดใจลูกค้ามาอย่างยาวนาน
อันดับแรก มาจากตัวสินค้า แม้จะตั้งต้นจากเมนู “ไก่ย่าง” ที่เป็นพระเอกตลอดกาลของแบรนด์
แต่เพื่อให้ “ห้าดาว” เป็นแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ในทุกมื้อ
สมกับเป็น Meal Destination ของทุกคนในครอบครัว
“ห้าดาว” จึงไม่เคยหยุดพัฒนาเมนูใหม่ ๆ เพื่อเสิร์ฟความอร่อยอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่างสูตรพริกไทยดำ และไก่ย่างสูตรทรงเครื่อง ที่มาเสริมทัพความอร่อยระดับตำนานของไก่ย่างสูตรต้นตำรับ,
ไก่กรอบห้าดาว, ไก่จ๊อ, อกไก่รมควัน, นักเก็ต, ไก่ป๊อป
รวมไปถึงเมนูข้าวสเต็กไก่ย่าง, เป็ดทอดเยอรมัน, เป็ดพะโล้ห้าดาว และน้ำจิ้มรสชาติต่าง ๆ
ซึ่งนอกจากรสชาติที่ถูกปากคนไทยแล้ว ราคายังคุ้มค่า จ่ายเท่าราคาสตรีทฟูด แต่ได้คุณภาพแบบเต็ม ๆ
ทำให้ “ห้าดาว” กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ครองใจลูกค้ามาตลอด 36 ปี
ถัดมาคือ จุดขายที่มีทั่วไทย หาซื้อได้ง่าย หลังจากเปิดให้บริการมา 15 ปี “ห้าดาว” ก็เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ
และกลายเป็นแบรนด์ที่สร้างงาน สร้างอาชีพ ให้คนมีรายได้ เมื่อตัดสินใจเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ จากที่แต่เดิมเป็นทั้งผู้บริหารแบรนด์ และเจ้าของร้านเองทั้งหมด จนขยายสาขาไปได้กว่า 600 สาขา
สู่การเปลี่ยนเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เข้าใกล้ความฝันได้เร็วขึ้น
จุดเด่นของโมเดลแฟรนไชส์ของ “ห้าดาว” คือ เป็นผู้จัดส่งวัตถุดิบคุณภาพดีในราคาต้นทุน ให้ผู้ประกอบการนำไปปรุงสุก
และจำหน่ายในราคาที่กำหนดเป็นมาตรฐาน ทำให้คนที่ฝันอยากเป็นเจ้าของร้านอาหารสามารถเข้าร่วมธุรกิจได้ง่าย และยังเป็นธุรกิจที่คืนทุนไวอีกด้วย
และในปัจจุบัน “ห้าดาว” มีรูปแบบซุ้มแบบใหม่ที่ชื่อว่า Five Star Glass House ซุ้มแบบให้ลูกค้านั่งทานได้ ที่คิดมาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระการลงทุนในช่วงเริ่มต้นธุรกิจให้ผู้ประกอบการ โดย “ห้าดาว” จะเป็นฝ่ายลงทุนในส่วนของโครงสร้างต่าง ๆ ให้นักธุรกิจห้าดาวนำไปใช้ก่อนได้ และมีการพัฒนาระบบบริหารร้านผ่าน เครื่อง POS ที่ช่วยบริหารสต็อก จัดการเรื่องบัญชี ให้นักธุรกิจสามารถบริหารร้านได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
โดยเสียค่าสมัครแรกเข้าเพียง 5,000 บาท และใช้งบลงทุนเริ่มต้นเพียง 84,000 บาท
เพื่อเป็นค่าเช่าที่ งานระบบ อุปกรณ์ต่าง ๆ และวัตถุดิบ นอกจากนี้ยังร่วมกับพันธมิตร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการได้พื้นที่ขายใน Prime Area
เช่น หน้าห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน เพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายให้มากขึ้นอีก
สุดท้าย คือ การประชาสัมพันธ์
การที่จะทำให้แบรนด์เป็นที่ยอมรับและอยู่ในใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน ไม่ใช่เรื่องง่าย
“ห้าดาว” จึงให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์มาตลอด
หนึ่งในภาพจำของใครหลาย ๆ คนเมื่อพูดถึง “ห้าดาว” คือ โฆษณาที่มาพร้อมทำนองสุดติดหู “ป๊าดาดำ ปำปำ ปาดาด๊า” ที่ออกอากาศครั้งแรกในปี 2530
หลังจากนั้น “ห้าดาว” ก็ยังเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง อาทิ
การทำโปรโมชันลดราคา รวมไปถึงการพัฒนาภาพลักษณ์ของแบรนด์
จาก “ห้าดาว” สู่ “Five Star” แบรนด์ที่มีความร่วมสมัย เข้าถึงคนรุ่นใหม่
มีการปรับรูปแบบการสื่อสาร เข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์ หรือออฟไลน์
นอกจากนี้ เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้คนที่เปลี่ยนไป
“ห้าดาว” ยุคนี้ ยังมีการเปิดช่องทางการขายใหม่ ๆ บน Food Delivery Platform
ไม่ว่าจะเป็น GrabFood, Foodpanda, LINE MAN, Gojek
ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ สร้างระบบจัดส่งด้วยตัวเอง ผ่าน Star Delivery
(สามารถค้นหาจุดให้บริการได้ที่ https://fivestar.in.th/deliverylocation)
กลยุทธ์ทั้งหมดนี้เอง ส่งผลให้ “ห้าดาว” สามารถยืนอยู่คู่กับคนไทยมายาวนานกว่า 36 ปี
จนปัจจุบันมีกว่า 5,000 สาขาในประเทศไทย และมีอีกกว่า 2,600 สาขาในต่างประเทศ
มาถึงตรงนี้ หลายคนคงพอจะเห็นภาพแล้วว่า ทำไม “ห้าดาว” ถึงเป็นแบรนด์ที่ครองใจคนไทย
และเป็นทางลัดสำหรับคนที่ฝันอยากมีธุรกิจของตัวเองนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนไทย
เพราะ “ห้าดาว” เชื่อว่า ทุกความฝันเป็นจริงได้ ขอแค่เริ่มต้นให้ถูกที่
สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://fivestar.in.th/contact-us/#section-register
© 2021 Marketthink. All rights reserved.