กรณีศึกษา Jack 'n Jill แบรนด์ขนมจากฟิลิปปินส์ รายได้ 6,000 ล้าน

กรณีศึกษา Jack 'n Jill แบรนด์ขนมจากฟิลิปปินส์ รายได้ 6,000 ล้าน

7 ก.ย. 2022
เมื่อพูดถึงแบรนด์ Jack 'n Jill หลายคนคงคุ้นกับหน้าตาโลโก
ซึ่งขนมที่เราเคยทานกันมา ไม่ว่าจะเป็น ขนมโลซาน, ทิวลี่, ฟันโอ, ดิวเบอร์รี่ หรือโรลเลอร์โคสเตอร์
ก็มี Jack 'n Jill เป็นเจ้าของทั้งหมด
และรู้หรือไม่ว่า ถึงแม้แบรนด์ Jack 'n Jill จะมีชื่อไปทางตะวันตก แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ได้เป็นแบรนด์ที่มาจากยุโรปหรืออเมริกา
แต่มาจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนของเรา นั่นคือ ฟิลิปปินส์
ซึ่งในปีที่ผ่านมา แบรนด์นี้ทำรายได้ในไทยมากกว่า 6,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
แล้ว Jack 'n Jill เกิดขึ้นเมื่อไร ?
และทำอย่างไร ถึงมีรายได้จากการขายขนมมากกว่า 6,000 ล้านบาท
Jack 'n Jill เกิดขึ้นในปี 1954 โดยมีจุดเริ่มต้นที่ประเทศฟิลิปปินส์
ภายใต้บริษัทชื่อว่า Universal Corn Products ซึ่งในตอนนั้นขายเพียงแป้งข้าวโพด
ต่อมาในปี 1966 มีการเปลี่ยนชื่อจากบริษัท Universal Corn Products
ไปเป็น Universal Robina Corporation หรือ URC และได้สร้างแบรนด์ Jack 'n Jill ขึ้นมา
โดยมีสินค้าตัวแรกที่วางจำหน่ายในประเทศ คือ มันฝรั่งทอด
หลังจากนั้น URC จึงได้ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย
จนในปี 1992 บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ก่อตั้งขึ้น เพื่อทำตลาดในไทยโดยเฉพาะ
ปัจจุบัน URC มีผลิตภัณฑ์ที่วางขายในประเทศไทยถึง 5 แบบ
ไม่ว่าจะเป็นเค้ก, เวเฟอร์, ลูกอม, บิสกิต และขนมขบเคี้ยว ซึ่งมีชื่อที่แตกต่างกันออกไป
โดยสินค้าตัวหลัก ก็คงหนีไม่พ้นกลุ่มบิสกิตและเวเฟอร์
อย่างเช่น ทิวลี่, โลซาน, ฟันโอ, ดิวเบอร์รี่ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง
หากเราไปดูผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี ของบริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด จะพบว่า
- ปี 2562 มีรายได้รวม 6,066 ล้านบาท กำไร 194 ล้านบาท
- ปี 2563 มีรายได้รวม 5,864 ล้านบาท กำไร 291 ล้านบาท
- ปี 2564 มีรายได้รวม 6,364 ล้านบาท กำไร 386 ล้านบาท
นอกจากทำตลาดในไทยแล้ว บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้มีการส่งออกขนมไปยัง 21 ประเทศทั่วโลก โดยมี 3 ภูมิภาคหลัก ได้แก่ เอเชีย, ออสเตรเลีย และแอฟริกา อีกด้วย
แล้วกลยุทธ์อะไร ? ที่ทำให้ Jack 'n Jill สามารถขายขนมจนมีรายได้มากกว่า 6,000 ล้านบาท
อย่างแรกเลย คือ “ราคาจับต้องได้”
หากเราลองไปสำรวจราคาขนมในแบรนด์นี้ จะพบว่าราคาต่อชิ้นจะไม่สูงมากนัก เช่น
- ฟันโอ ราคาตั้งแต่ 5-10 บาท
- โลซาน ราคาตั้งแต่ 5-50 บาท
เมื่อเป็นแบบนี้ ทำให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มสามารถซื้อมาทานได้ แม้จะมีกำลังซื้อไม่มากนัก
รวมถึงสามารถเลือกซื้อตามปริมาณที่ต้องการบริโภคในแต่ละครั้งได้ ตามความเหมาะสม
ต่อมา คือ “การวางตำแหน่งทางการตลาดของแบรนด์”
ที่มีจุดยืนในเรื่อง “ความหลากหลาย” ของผลิตภัณฑ์ ในราคาที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้
ด้วยเหตุผลที่ขนมทั่วไปที่วางขายในท้องตลาด มักเป็นของเดิม ๆ และมีลักษณะคล้าย ๆ กัน
Jack 'n Jill เลยพยายามออกสินค้าใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย และความแปลกใหม่ของสินค้า
ไม่ว่าจะเป็นในด้านรสชาติหรือบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างการรับรู้แบบใหม่ให้กับผู้บริโภค
ซึ่งก็ทำให้แบรนด์ดูสนุก ไม่ตกยุค และมีสิ่งใหม่ ๆ ให้ผู้บริโภคได้ลองอยู่ตลอดเวลา
และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ได้หมายถึงการทำให้มีสินค้าที่หลากหลายขึ้นเท่านั้น
แต่ URC ยังคอยมองหาสิ่งที่ผู้บริโภคในแต่ละประเทศชื่นชอบ
เพื่อนำไปพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน
อีกทั้งการโฆษณา, การใช้พรีเซนเตอร์ที่มีบุคลิกเฮฮา เป็นกันเอง
และการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ TikTok
ซึ่งสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้เหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง
จึงทำให้แบรนด์ได้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคตลอดเวลา
และง่ายต่อการออกแคมเปญ หรือโปรโมตสินค้าใหม่ ๆ ให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างอีกด้วย
ทั้งหมดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไม Jack 'n Jill จึงสามารถครองตลาดขนมได้เป็นเบอร์ต้น ๆ
ก็เพราะกลยุทธ์การตั้งราคา การวางตำแหน่งสินค้า และการโฆษณา ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวนั่นเอง
กรณีศึกษานี้จึงมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเริ่มต้นมาจากบริษัทผลิตแป้งข้าวโพด
จนกลายมาเป็นบริษัทข้ามชาติ ที่ขายขนมทานเล่น ที่เกือบทุกคนเคยลองทานมา
บทเรียนที่ได้จากเรื่องนี้คือ หากเราสามารถสร้างจุดเด่นของแบรนด์
และปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาสินค้า ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ซื้อได้อยู่เสมอ แต่ยังสอดคล้องกับจุดยืนของแบรนด์
แบรนด์ก็อาจประสบความสำเร็จ และครองใจผู้บริโภคได้เหมือนกับ Jack 'n Jill ขนมสัญชาติฟิลิปปินส์ที่มีอายุมากว่า 56 ปี..
—--------------------------
Sponsored by JCB
JCB แฮปปี้ทุกไลฟ์สไตล์ มากกว่าส่วนลดและสิทธิประโยชน์ แต่เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ ในการใช้บัตรเครดิต JCB อย่างคุ้มค่าตลอดทั้งปี รวบรวมทั้งร้านอาหารชั้นนำ ปั๊มน้ำมัน ซูเปอร์มาเก็ต แพลตฟอร์มการสั่งอาหาร ส่วนลดการจองที่พัก ร้านค้าชั้นนำอีกมากมายทั้งหน้าร้านและแพลตฟอร์มออนไลน์อีกกว่า 100 ร้านค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ติดตามได้ที่ www.facebook.com/JCBCardThailandTH และ LINE Official Account : @JCBThailand (https://bit.ly/JCBTHLine)
© 2022 Marketthink. All rights reserved.