ทำไม ธุรกิจ “ร้านหม้อไฟจีน” ถึงกำลังมาแรง ในบ้านเรา ?

ทำไม ธุรกิจ “ร้านหม้อไฟจีน” ถึงกำลังมาแรง ในบ้านเรา ?

20 ม.ค. 2023
ถ้าให้พูดถึงประเภทอาหารที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้น “หม้อไฟจีน”
อาหารที่มีทีเด็ดอยู่ตรงน้ำซุปหม่าล่ารสชาติเผ็ดชา 
ที่ถูกปากทั้งคนไทยและคนจีนเอามาก ๆ
สังเกตได้จากหน้าร้านหม้อไฟ ขวัญใจคนไทยและคนจีนอย่าง สุกี้จินดา, CQK 
หรือแม้แต่ Haidilao ที่แม้จะมาทำตลาดในบ้านเรานานแล้ว
แต่ก็ยังคงมีคนมารอต่อแถวกันอย่างแน่นร้านอยู่เสมอ
ซึ่งจนถึงตอนนี้.. ก็ยังมีร้านหม้อไฟจีนใหม่ ๆ มาเปิดแข่งกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
จนเราตามกินกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว
แล้วทำไมอยู่ ๆ “หม้อไฟจีน” ถึงฮิตขึ้นมาดื้อ ๆ 
และเรื่องนี้มีโอกาสอะไรซ่อนอยู่บ้าง ?
บทความนี้ MarketThink จะมาวิเคราะห์ให้ฟัง..
เริ่มกันจากคำถามที่ว่า ทำไมร้านหม้อไฟจีน ถึงฮิต ?
ต้องยอมรับว่า ช่วงหลัง ๆ มานี้ทางภาครัฐมีนโยบายเอื้อให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก 
ซึ่งก็ทำให้นักธุรกิจชาวจีน เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นตามไปด้วย
อีกทั้งคนจีนจำนวนไม่น้อย ก็มีความสนใจที่จะเข้ามาอยู่อาศัยในไทย เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
เรื่องนี้เห็นได้จากตัวเลขการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ
ที่คนจีนครองแชมป์ในบ้านเรามาหลายปีแล้ว
โดยถ้าเอาเฉพาะแค่ในปี 2564 อย่างเดียว 
คนจีน ก็มียอดการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดอยู่ที่ 4,867 หน่วย 
หรือคิดเป็น 59.4% ของอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดที่ขายให้ชาวต่างชาติในปีนั้นเลยทีเดียว
ซึ่งแค่นี้ก็น่าจะพอทำให้เราเห็นภาพได้ว่าประเทศของเราตอนนี้ มีคนจีนมาอาศัยอยู่มากขนาดไหน..
และในเมื่อคนจีนเยอะ.. มันก็แน่นอนว่าความต้องการอาหารจีน ก็ต้องมีมากขึ้นตามไปด้วย
แล้วคนจีนชอบกินอะไร ?
ถ้าเราลองเทียบสัดส่วนการเติบโตของร้านอาหารประเภทหม้อไฟ กับร้านอาหารประเภทอื่น ๆ ของประเทศจีนในปี 2565
- ปี 2565 ร้านหม้อไฟ ในจีน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 269,080 ร้าน  
- ปี 2565 ร้านอาหารซูชิญี่ปุ่น ในจีน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 30,537 ร้าน
- ปี 2565 ร้านอาหารเกาหลี ในจีน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 36,266 ร้าน
จะเห็นได้ว่า คนจีนเขานิยมกินหม้อไฟกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ที่เป็นแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาทางการจีนเอง ก็มีการสนับสนุนอาหารประเภทนี้เยอะมาก
จนถึงขนาดมีการรับรอง “อาชีพเชฟหม้อไฟ” อย่างเป็นทางการกันมาแล้ว ในปีที่ผ่านมา
และเมื่อคนจีนที่กำลังคลั่งหม้อไฟกันหนักมาก กำลังเข้ามาอยู่ในไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ
จึงไม่แปลกเลยที่ความต้องการของร้านอาหารประเภทหม้อไฟจีนในบ้านเรา จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวนั่นเอง
และนอกจากจะขายให้คนจีนได้แล้ว..
รสชาติของหม้อไฟจีน ที่มีซุปหม่าล่าเป็นตัวนำ 
ก็ดันไปถูกจริต “คนไทย” บางส่วน ที่กินเผ็ดเก่งมาตั้งแต่บรรพบุรุษกันอยู่แล้ว
แถมยังมีพลัง Soft Power ของซีรีส์จีน 
ที่ช่วงหลัง ๆ มีการปรับปรุงเนื้อหาให้ร่วมสมัยมากขึ้น
และมีช่องทางการดูที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม อย่าง WeTV และ iQIYI
ก็ยิ่งทำให้วัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เริ่มเข้ามานั่งในใจคนไทยได้ทีละนิด 
ไม่ต่างจากพลัง Soft Power ของเกาหลีใต้ ที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว
ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้ร้านหม้อไฟ กลายเป็นธุรกิจที่จะขายคนจีนก็ดี ขายคนไทยก็ได้..
แถมก่อนหน้านี้ บ้านเราก็ยังมีผู้เล่นในตลาดนี้น้อยรายอีกต่างหาก
การเข้ามาของผู้เล่นหน้าใหม่ ๆ จึงช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นตลาดไปในตัว
และเป็นสาเหตุว่า ทำไมร้านหม้อไฟจีนในบ้านเรา ถึงฮิตติดลมบน 
จนมีคนสนใจโดดเข้าไปเปิดร้านร่วมวง เพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดกันเป็นว่าเล่น..
อย่างไรก็ตาม ก็น่าสนใจว่า แม้ร้านหม้อไฟจะเป็นที่นิยมอย่างมาก และก็มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่สร้างรายได้จากกระแสนี้
แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า “คนจีน” เอง ก็สามารถเข้ามาแข่งขันในตลาดนี้ได้เช่นกัน
เพราะสำหรับประเทศไทยแล้ว การที่ชาวต่างชาติจะมาจดทะเบียนสร้างบริษัท มันไม่ได้ยากเย็นขนาดนั้น
ขอแค่ต้องมีคนไทยถือหุ้นเกิน 51% ของบริษัท ก็สามารถเปิดกิจการได้แล้ว
พอเป็นแบบนี้ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยอาจจะเสียเปรียบในเรื่องของคอนเน็กชันในการนำเข้าวัตถุดิบบางอย่าง หรือแม้แต่ Know-how ที่ผู้ประกอบการชาวจีน น่าจะเชี่ยวชาญมากกว่า..
ถึงกระนั้น นี่ก็อาจเป็นโอกาสครั้งสำคัญ ที่ถ้าใครจับจุดได้ก่อน
ก็น่าจะสร้างรายได้จากการมาของคนจีน และกระแสหม้อไฟได้ไม่น้อยเลย..
อ้างอิง:
© 2022 Marketthink. All rights reserved.