ทำไม.. ธุรกิจแฟรนไชส์การศึกษา คุมอง ถึงน่าลงทุนในยุคนี้

ทำไม.. ธุรกิจแฟรนไชส์การศึกษา คุมอง ถึงน่าลงทุนในยุคนี้

16 มี.ค. 2026
ในวันที่หลาย ๆ อุตสาหกรรมทั่วโลกเลือกจะใช้เทคโนโลยีสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีล้ำ ๆ แทนแรงงานคนเพื่อลดต้นทุน เช่น AI, หุ่นยนต์อัจฉริยะ เป็นต้น
สิ่งที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระทบให้ระบบการศึกษาต้อง “ปรับตัว” ที่ไม่ได้อยู่แค่ “ทฤษฎีและท่องจำ”
เมื่อสิ่งที่เรียกว่า Soft Skills คิดเชิงวิเคราะห์, ความคิดสร้างสรรค์, ทักษะเฉพาะด้าน กลายเป็นอีกหนึ่งอาวุธทางความคิดที่ทุกคนต้องมีติดตัวเพื่อแข่งขันในโลกการศึกษาและตลาดแรงงาน
เมื่อเป็น “เมกะเทรนด์” ทำให้ทั้งนักเรียนเองและผู้ปกครอง เลือกมองหาสถาบันและศูนย์การศึกษา
ที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของตัวเองและทักษะ Soft Skills
หนึ่งในสถาบันกวดวิชาที่มีหลักสูตรเข้ากับเทรนด์โลกที่เกิดขึ้น นั่นคือ “คุมอง” ที่ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ศูนย์การศึกษามานานกว่า 70 ปี โดยปัจจุบันขยายธุรกิจไปถึง 62 ประเทศทั่วโลก มีนักเรียนกว่า 4 ล้านคน
สิ่งที่ทำให้ คุมอง ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ คือแนวคิด Beyond Score
ที่ไม่ได้เน้นในเรื่องคะแนนเกรดเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่คุมองมุ่งเน้นสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตในอนาคตให้กับเด็ก ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น การฝึกฝน ความมีวินัย ความอดทนพยายาม การเรียนรู้ด้วยความกล้าที่จะทำเรื่องใหม่ที่ท้าทายความสามารถ และการสร้างความภูมิใจในตนเองจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้ในแต่ละวัน
หากเปรียบ คุมอง เป็นแบรนด์สินค้า ก็ต้องบอกว่าเป็นแบรนด์ที่ปรับเปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์
การศึกษายุคใหม่ ที่ทำให้บริษัทเติบโตมาตลอด 70 ปี
อย่างในประเทศไทย คุมอง ดำเนินธุรกิจกว่า 25 ปีแล้ว โดยเปิดสอน 3 วิชาหลักคือ คณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ, ภาษาไทย และมีศูนย์กว่า 492 แห่ง มีนักเรียนกว่า 80,000 คน
เบื้องหลังการขยายเครือข่ายศูนย์ ครอบคลุมทั่วประเทศมาจากโมเดล แฟรนไชส์ ที่ทรงพลัง
เป็นตัวขับเคลื่อน
ในวันที่ คุมอง เติบโตด้วยการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์โลกการศึกษายุคใหม่
จนเกิดเป็น Demand ที่เพิ่มขึ้น กลายเป็นโอกาสสำหรับคนที่อยากจะลงทุนในธุรกิจการศึกษา
คำถามคือ คุมอง มีกลยุทธ์อะไรที่จะทำให้การลงทุนในธุรกิจนี้ สร้างความอุ่นใจ
MarketThink สรุปมาให้ 5 ข้อ แบบเข้าใจง่าย ๆ

1. ระบบการเรียนการสอนมาตรฐานชัดเจน
รู้หรือไม่ สิ่งที่ทำให้ คุมอง เติบโตในธุรกิจนี้มาตลอดเวลา 70 ปี นั่นคือ “การปรับตัว”
เพราะแม้จะมีระบบการสอนเป็นของตัวเอง แต่ก็มีการวิจัยแบบฝึกหัด เพื่อปรับปรุงรูปแบบการสอน
มาโดยตลอด เป้าหมายเพื่อพัฒนานักเรียนให้ก้าวไปได้ไกลกว่า
อธิบายคือ สมมตินักเรียนคนหนึ่งอยู่ในระดับการศึกษามัธยมปีที่ 1
แต่ด้วยทักษะที่ คุมอง บ่มเพาะคือ การเรียนรู้ด้วยตนเอง ที่จะทำให้นักเรียนคนนี้สามารถเรียน
เนื้อหาระดับชั้นมัธยมปลายได้ตั้งแต่อายุน้อย ๆ
2. เน้นพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล
หนึ่งในปัญหาที่เด็ก ๆ ในวัยเรียนต้องเผชิญ คือ การเรียนตามเพื่อนไม่ทัน ไม่เข้าใจเนื้อหาที่เรียนในโรงเรียน และการค้นหาศักยภาพของตัวเองให้เจอ
เป็น Pain Point ที่ทาง คุมอง เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ทำให้แนวคิดการสอนคือ “เรียนแบบพอเหมาะพอดี” ที่จะวางแผนการเรียนให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน คุณครูจะวิเคราะห์ความสามารถในการเรียนรู้ของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป และวางแผนพัฒนาความสามารถให้ไปยังจุดสูงสุด
3. มีระบบจัดฝึกอบรมผู้เปิดศูนย์ใหม่
ความกังวลใจใหญ่สุดในการลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ คือ เราไม่มีความรู้ในธุรกิจนี้เชิงลึก
คุมอง ก็มองเห็นปัญหาตรงนี้เช่นกัน ทำให้ทางบริษัทมีทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจที่เชี่ยวชาญ
ทั้งระบบการสอนและการตลาด มาคอยให้คำปรึกษาผู้ลงทุนแฟรนไชส์ เสมือนคนในครอบครัว
เพราะ คุมอง เชื่อมาตลอดว่า ธุรกิจของตัวเองจะเติบโตได้นั้น
นักลงทุนแฟรนไชส์ก็ต้องมีกำไรเติบโตในทุก ๆ ปี ถึงจะเป็นโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน
4. สนับสนุนผู้ลงทุนในทุกช่องทาง
ด้วยแนวคิดธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับนักลงทุน ทำให้เกิดระบบการดูแลจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ
ตั้งแต่ “ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” ที่จะดูแลนักลงทุนตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ, อบรมสัมมนาเพื่อ Upskill ทั้งด้านระบบการสอน, การตลาด, การบริหารธุรกิจ, อัปเกรดศูนย์ของนักลงทุนให้มีมาตรฐานสูงดึงดูดผู้มาเรียน
จนถึงสนับสนุนสื่อการสอนต่าง ๆ
5. การลงทุนคุ้มค่าที่มีคุณค่า
470 ศูนย์ทั่วประเทศเป็นหลักฐานพิสูจน์แล้วว่า คุมอง เป็นการลงทุนที่สร้างกำไรให้แก่นักลงทุน
โดยมี Instructor หรือผู้บริหารแฟรนไชส์เป็นหนึ่งในกุญแจความสำเร็จ ที่จะทำหน้าที่ทั้งบริหารศูนย์
และเป็นคุณครูดูแลพัฒนาการของนักเรียน และเมื่อเด็กประสบความสำเร็จ
ผู้ปกครองก็จะบอกต่อแบบ Word of Mouth ผ่านทาง Social Media และในชีวิตจริง
วิธีนี้นอกจากจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นที่นำมาสู่รายได้แล้วนั้น ยังสร้างความภูมิใจให้แก่ผู้ลงทุน
เมื่อได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา “คน” ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่สู่แรงงานคุณภาพในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ส่วนความท้าทายในยุคนี้ที่สถาบันกวดวิชาต้องเผชิญคือการมาของ AI
เมื่อนักเรียนจำนวนมากใช้ AI แก้โจทย์การบ้าน, เฉลยคำตอบต่าง ๆ ที่มาพร้อมอธิบายวิธีคิด
ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคอร์สการเรียนจากสถาบันกวดวิชา
อย่าลืมว่าสิ่งที่ AI ไม่มีนั้นคือ “จิตวิญญาณครู” ที่คอยดูแลพัฒนาการของเด็กแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน ทำให้หลักสูตร คุมอง ครูจะทำหน้าที่วิเคราะห์ความสามารถในการเรียนรู้ของแต่ละคน
พร้อมกับสอนวิธีคิดเชิงวิเคราะห์
เป็นวิธีที่ประสบความสำเร็จเกินคาด เมื่อมีนักเรียนจำนวนมากประสบความสำเร็จในการศึกษาต่อ
จนถึงเติบโตในหน้าที่การงาน ทำให้เกิด Word of Mouth ผู้ปกครองเลือกจะส่งบุตรหลานมาเรียนที่ “คุมอง”
ถึงตรงนี้ หลายคนอาจคิดว่าการลงทุนแฟรนไชส์ คุมอง ที่เป็นศูนย์การศึกษาแบรนด์ระดับโลก
จะต้องมีขั้นตอนการคัดเลือกที่ยุ่งยากและใช้เงินลงทุนสูง ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น
เมื่อข้อกำหนดการคัดเลือกคือ ต้องเป็นเพศหญิง อายุ 27 ปีขึ้นไป จบการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป
มีความรู้เบื้องต้น ด้านคณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่ทางคุมองเปิดสอน
เมื่อผ่านขั้นตอนการคัดเลือกก็สามารถลงทุน 700,000 - 1.2 ล้านบาท เปิดศูนย์ คุมอง ได้ทันที
โดยมีค่าใช้จ่ายคือค่าใบอนุญาต 70,000 บาท ส่วนค่าตกแต่งอาคาร, เฟอร์นิเจอร์, อุปกรณ์ต่าง ๆ
และเงินทุนหมุนเวียน ขึ้นอยู่กับสภาพและลักษณะอาคาร รวมไปถึงความพร้อมด้านการเงินของแต่ละคน
หากใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุนแฟรนไชส์คุมอง โทร. 061-3866445, 061-4804239
เพราะไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน.. มนุษย์ก็ยังต้องเรียนรู้
และใครที่ ปรับตัว ตอบโจทย์โลกการเรียนรู้ที่เปลี่ยนได้ตลอดเวลา ผู้นั้นก็จะได้เปรียบ
เหมือนอย่าง คุมอง ศูนย์การศึกษาระดับโลกที่เติบโตมายาวนานกว่า 70 ปีนั่นเอง
#ชีวิตBeyondScoreสไตล์เด็กKumon #ALifeBeyondScoreStartWithKumon #Kumon
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.