หมดยุค กดแชร์ไปหน้าฟีด.. ทำไม คนหันไปส่ง DM เติมไฟให้กัน ในแช็ตแทน ?

หมดยุค กดแชร์ไปหน้าฟีด.. ทำไม คนหันไปส่ง DM เติมไฟให้กัน ในแช็ตแทน ?

17 ก.ค. 2026
เคยสังเกตกันไหมว่า ตอนนี้หน้า Feed บน Facebook ของเรา เปลี่ยนไปมากแค่ไหน ?
หลายปีก่อน หน้า Feed บน Facebook ของคนทั่วโลก เต็มไปด้วยเรื่องราวของเพื่อน ทั้งการเช็กอิน ลงรูปสวย ๆ รวมถึงการแชร์โพสต์จากคนอื่นให้เพื่อนได้เห็นในหน้า Feed
แต่ในตอนนี้ หน้า Feed บน Facebook ของคนทั่วโลก แทบไม่มีใคร “กดปุ่มแชร์” คอนเทนต์ต่าง ๆ กันอีกต่อไปแล้ว
จนนักการตลาด และครีเอเตอร์ที่ทำคอนเทนต์ลงเพจ Facebook น่าจะรู้สึกได้ว่า Engagement ของตัวเองค่อย ๆ หายไป
รวมถึงเกิดการตั้งคำถามว่า คนทั่วโลกเลิกแชร์สิ่งต่าง ๆ บนโลกโซเชียลไปแล้วหรือ ? MarketThink จะวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ให้อ่านในโพสต์นี้
- พฤติกรรมการแชร์ของคนทั่วโลกไม่ได้หายไปไหน
เราทุกคนยังคงชอบแชร์สิ่งต่าง ๆ ให้คนอื่นได้รับรู้อยู่เช่นเดิม เพียงแต่มีพฤติกรรมการแชร์ที่เปลี่ยนไปจากในอดีต
แต่เดิม เราเคยกดปุ่มแชร์โพสต์บน Facebook ให้เพื่อนเห็นบนหน้า Feed
แต่ตอนนี้ คนทั่วโลกกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการแชร์ มาเป็นการแชร์คอนเทนต์ให้เพื่อน ๆ โดยตรงผ่าน Direct Message โดยเฉพาะใน Instagram และ TikTok
เพราะเราไม่ได้คุยกับเพื่อนผ่านคอนเทนต์ที่อยู่บนหน้า Feed แต่คุยกันผ่านหน้า Direct Message แทน
ซึ่งเรื่องนี้ เกิดขึ้นกับคนทั่วโลก จนกลายเป็นสถิติที่น่าสนใจ ได้แก่
- Engagement เฉลี่ยของโพสต์ต่าง ๆ บน Facebook อยู่ที่เพียง 1.3% เท่านั้น แสดงให้เห็นว่า คนเลิกแชร์โพสต์บน Facebook กันไปแล้ว
- Adam Mosseri ผู้บริหารของ Instagram บอกว่าตอนนี้คนทั่วโลก มีการแชร์โพสต์บนหน้า Feed ของ Instagram น้อยลง แต่หันไปแชร์ผ่าน Direct Message มากกว่า
- ข้อมูลจาก GWI (Global Web Index) พบว่า คนทั่วโลกกว่า 63% เลือกที่จะแชร์คอนเทนต์ หรือลิงก์ต่าง ๆ ผ่านช่องทางที่เป็นส่วนตัว หรือ Direct Message แทนที่จะแชร์แบบสาธารณะ
นอกจากข้อมูลเชิงสถิติที่ยืนยันถึงพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียที่เกิดขึ้น คำว่า “เติมไฟ” ยังกลายเป็นศัพท์ใหม่ของวัยรุ่น Gen Z ที่หมายถึงการส่ง Direct Message หรือแชร์คอนเทนต์ต่าง ๆ ให้กันเป็นประจำ จนมีสัญลักษณ์รูปไฟขึ้นที่หน้าจอ
เป็นสัญลักษณ์แทนความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และติดต่อกันตลอดเวลา จนต้องรักษาไฟเอาไว้ ไม่ให้หายไป
แล้วถ้าถามว่าทำไมคนทั่วโลก ถึงหันมาแชร์คอนเทนต์ผ่าน Direct Message เรื่องนี้สามารถวิเคราะห์ได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น
- Facebook ไม่ใช่พื้นที่ที่เราจะเป็นตัวของตัวเองได้เต็มร้อย
เพราะใน Facebook เต็มไปด้วยเพื่อนที่สะสมไว้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่ใช้ Facebook มาเป็นเวลานาน ย้อนกลับไปไกลถึงเพื่อนสมัยมัธยม ครู อาจารย์ เพื่อนในที่ทำงาน หรือแม้แต่หัวหน้าของเราเอง
ซึ่งในบางครั้งเพื่อนใน Facebook เหล่านี้ อาจเป็นเพียงคนที่เคยสนิท แต่ปัจจุบันไม่ได้คุ้นเคยกันแล้ว ทำให้ Facebook ไม่ได้เป็นพื้นที่ที่เราจะเป็นตัวของตัวเองได้เต็มร้อย และต้องใช้ความระมัดระวังในการแชร์โพสต์ต่าง ๆ มากกว่าเดิม
คิดภาพตามง่าย ๆ ว่า หากเราอยากแชร์มีมตลก ๆ คลิปข่าวสารบ้านเมือง ทุกอย่างที่เราแชร์ล้วนสะท้อนตัวตนของเราให้คนอื่นได้รับรู้ทั้งสิ้น
- ห้องแช็ต คือพื้นที่ส่วนตัว เป็นตัวเองได้เต็มที่
ในทางกลับกัน ห้องแช็ตของฟีเชอร์ Direct Message ของแพลตฟอร์มต่าง ๆ เป็นเหมือนพื้นที่ส่วนตัว ที่มีเพียงตัวเองกับเพื่อนเพียง 1 คน หรือกับกลุ่มเพื่อนที่มีความสนิทสนมกัน ทำให้การแชร์คอนเทนต์ต่าง ๆ ผ่าน Direct Message ทำได้อย่างสบายใจ
ไม่มีคนแปลกหน้า ไม่มีเพื่อนที่ไม่สนิทมาเห็น ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน สามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่
และเรายังสามารถแชร์คอนเทนต์ที่เหมาะกับความชอบ หรือความสนใจของเพื่อนแต่ละคนได้ทันที เช่น
ส่งคลิปสูตรอาหาร ให้กับเพื่อนที่ชอบทำอาหาร
ส่งคลิปคาเฟสวย ๆ ให้กับเพื่อนที่ชอบเที่ยวคาเฟ
ส่งคลิปแฟชั่นสวย ๆ ให้กับเพื่อนที่ตามเทรนด์ตลอดเวลา
- ต่อบทสนทนาได้ไม่สิ้นสุด
นอกจากนี้ การที่เราแชร์คอนเทนต์ที่เหมาะกับความชอบ หรือความสนใจของเพื่อนแต่ละคน ยังทำให้เกิดเป็นบทสนทนาที่ต่อเนื่องได้
เพราะทั้งเราและเพื่อนสามารถพิมพ์ตอบโต้ แสดงความคิดเห็น ต่อมุกตลกขำ ๆ หรือพูดคุยเกี่ยวกับคอนเทนต์นั้นได้ทันที ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากขึ้นไปอีกขั้น
เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ น่าจะเห็นกันแล้วว่าจริง ๆ แล้วการแชร์ไม่ได้หายไปไหน คนทั่วโลกไม่ได้เลิกแชร์คอนเทนต์ไปอย่างสิ้นเชิง เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการแชร์ จากการแชร์ในที่สาธารณะ สู่การแชร์ผ่าน Direct Message ซึ่งเป็นพื้นที่ปิดเท่านั้นเอง
ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ ในมุมของนักการตลาดและแบรนด์ก็เป็นความท้าทาย เพราะการทำคอนเทนต์แบบเดิม อาจไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดการแชร์ได้อีกแล้ว
ทำให้นักการตลาดต้องกลับไปคิดว่า จะทำคอนเทนต์อย่างไร ให้มีคุณค่าในสายตาของผู้ใช้โซเชียลมีเดีย จนคนกดแชร์ให้กับเพื่อน ๆ ใน Direct Message ของตัวเอง
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.