สรุปอินไซต์ โซเชียลมีเดียปีนี้ คอนเทนต์แบบไหน ได้ไปต่อ หรือควรหยุดทำ จาก Wisesight

สรุปอินไซต์ โซเชียลมีเดียปีนี้ คอนเทนต์แบบไหน ได้ไปต่อ หรือควรหยุดทำ จาก Wisesight

5 ต.ค. 2026
เคยสงสัยไหม ทำไมเพจของเราลงคอนเทนต์จัดโปรโมชันหนัก ๆ ลดราคาสินค้าอยู่ตลอด แต่กลับไม่มีใครสนใจ แถมยอดกดไลก์ กดแชร์ หรือคอมเมนต์ก็เงียบเหงาอีก
แต่ขณะเดียวกันเพจของแบรนด์อื่นกลับมียอดเอนเกจเมนต์ดีอยู่ตลอด
แล้วคำตอบอยู่ที่อะไร ?
ล่าสุด Wisesight ได้แชร์รายงาน Business Usage Q2 2026 ซึ่งเก็บรวบรวมอินไซต์ภาพรวมของ คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียจากแบรนด์ต่าง ๆ กว่า 3,000 แบรนด์ จาก 38 กลุ่มธุรกิจ ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2026 ที่ผ่านมา
ซึ่งรายงานฉบับนี้มีอินไซต์หลายจุดที่น่าสนใจ MarketThink เลยสรุปมาให้ทุกคนได้อ่านกัน
1. คอนเทนต์ไหนที่ได้ไปต่อ และคอนเทนต์ไหนที่ควรทำน้อยลง
- คอนเทนต์บอกโปรโมชันและนำเสนอผลิตภัณฑ์
คอนเทนต์บอกโปรโมชันมีปริมาณคอนเทนต์คิดเป็น 47% ของทั้งหมดที่แบรนด์ผลิตขึ้นมา
ส่วนคอนเทนต์นำเสนอสินค้ามีจำนวน 21% ซึ่งถ้าเอามารวมกัน จะคิดเป็น 68% หรือกว่า 2 ใน 3 ของคอนเทนต์ทั้งหมด
แต่คอนเทนต์ทั้ง 2 หมวดนี้กลับสร้างเอนเกจเมนต์ได้เพียง 40% เท่านั้น
สิ่งนี้สะท้อนว่า แม้การแจ้งโปรโมชันและบอกคุณสมบัติสินค้าจะเป็นเรื่องจำเป็นทางธุรกิจ แต่ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะรับรู้แบบผ่าน ๆ มากกว่าจะเข้ามามีส่วนร่วมจริงจังกับแบรนด์
- คอนเทนต์บันเทิง
คอนเทนต์บันเทิงมีสัดส่วนเพียง 15% ของทั้งหมดที่แบรนด์ผลิตขึ้นมา
แต่สามารถสร้างยอดเอนเกจเมนต์ได้สูงถึง 38% จากทั้งหมด โดยคอนเทนต์ที่ทำให้ยอดเอนเกจเมนต์ดีมักเกี่ยวข้องกับ ศิลปิน ดนตรี และกิจกรรมความบันเทิง
- คอนเทนต์เชิงคอมมิวนิตีและกลุ่มแฟนคลับแบรนด์
คอนเทนต์ในกลุ่มนี้คือคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ เพราะมีสัดส่วนแค่ 4% แต่สร้างเอนเกจเมนต์ได้สูงถึง 16% หรือคิดเป็น 4 เท่าเลยทีเดียว
โดยคอนเทนต์แนวนี้มักเกี่ยวกับการคอลแลบกับศิลปิน กิจกรรมแฟนคลับ และการแจกของรางวัล
ในส่วนนี้อาจสรุปได้สั้น ๆ ว่า ผู้บริโภคไม่ได้เข้าโซเชียลมีเดีย เพื่อมาดูว่าแบรนด์พูดถึงตัวเองแบบไหน แต่พวกเขาเข้ามาหาความบันเทิง และพื้นที่ในการมีส่วนร่วมกับสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบมากกว่านั่นเอง
____________________
2. อินไซต์จากแต่ละแพลตฟอร์ม
- Facebook เป็นศูนย์กลางข่าวสาร และพื้นที่โปรโมตโปรโมชันที่ดีที่สุด
Facebook ยังเป็นช่องทางหลักสำหรับการสื่อสารแบบทางการ โดยคอนเทนต์รูปแบบการประกาศข่าวสาร ยังกระจุกตัวอยู่บนแพลตฟอร์มนี้ถึง 72% และการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์หรือ Branding อีก 45%
และ Facebook ยังเป็นแพลตฟอร์มที่ Users เปิดรับคอนเทนต์ขายของมากที่สุด โดยคอนเทนต์แบบ Promotions + Product สร้างเอนเกจเมนต์ได้รวมกันถึง 54%
- Instagram
คอนเทนต์หมวด Community บน Instagram สร้างปรากฏการณ์กวาดเอนเกจเมนต์ไปถึง 31% ทั้งที่มีสัดส่วนการโพสต์เพียง 5% หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 6.2 เท่า
ในทางกลับกัน แบรนด์ต่าง ๆ ก็กระหน่ำลงคอนเทนต์แนว Promotions บน Instagram สูงถึง 50% แต่ได้เอนเกจเมนต์กลับมาเพียง 20% เท่านั้น ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่แย่สุดในทุกแพลตฟอร์ม
- X (Twitter)
คอนเทนต์หมวด Entertainment บน X สร้างเอนเกจเมนต์สูงถึง 58% จากสัดส่วนการโพสต์เพียง 35% ของคอนเทนต์ทั้งหมด
โดยแบรนด์ที่โดดเด่นบน X คือ แบรนด์ที่ดึงศิลปิน ดารา หรือมุกตลกมาเชื่อมโยงกับกระแสได้เร็ว
- TikTok
TikTok ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นที่เน้นยอดเอนเกจเมนต์ เพราะทุกคนมักจะวัดผล TikTok ด้วยยอดเข้าชม หรือ Views เป็นหลัก
ซึ่งในไตรมาส 2 ของปี 2026 TikTok มีการเข้าชมรวมสูงถึง 15,200 ล้านครั้ง
โดยประเภทคอนเทนต์ที่ได้ยอดวิวสูงสุดคือ Product ได้ยอดวิว 38% และ Promotions ได้ยอดวิว 43% ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบนี้ได้ยอดวิวรวมกันสูงถึง 81%
ซึ่งก็เป็นเพราะผู้ใช้งาน TikTok ค้นหารีวิวสินค้าสั้น ๆ การสาธิตวิธีใช้ และส่วนลดผ่านคลิปบันเทิงต่าง ๆ ในแพลตฟอร์ม
ส่วนกลุ่มธุรกิจที่ได้ยอดวิวสูงที่สุดคือกลุ่ม Skincare มียอดเข้าชมกว่า 2,400 ล้านครั้ง
- YouTube
มีจำนวนคอนเทนต์จากแบรนด์ใน 38 กลุ่มธุรกิจ รวม 25,300 โพสต์ และยอดเข้าชม 7,900 ล้านครั้ง โดยกลุ่ม Personal Care ได้ยอดวิวไป 1,200 ล้านวิว และ Skincare ได้ยอดวิว 1,100 ล้านวิว ซึ่งเป็น 2 กลุ่มที่คว้ายอดชมสูงสุด
____________________
3. ตัวอย่างแบรนด์และกลุ่มธุรกิจที่ทำคอนเทนต์ได้ยอดเอนเกจเมนต์สูง
- LINE MAN อยู่ในกลุ่มธุรกิจ Delivery ได้อันดับ 1 แบรนด์ที่สร้างเอนเกจเมนต์สูงสุดบน Facebook และ Instagram กว่า 12 ล้านครั้ง จากการทำ Community Content ร่วมกับศิลปินและการจัดกิจกรรมให้แฟนคลับร่วมสนุก
- PTT Station ในกลุ่มสถานีบริการน้ำมัน โดดเด่นในกลุ่ม Emerging Growth บน Facebook ด้วยการทำ Branding Content ในรูปแบบเรื่องราวสร้างอารมณ์ความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
- ธุรกิจกลุ่ม Shopping Center & Department Store ได้อันดับ 1 ทั้งปริมาณคอนเทนต์และยอดเอนเกจเมนต์กว่า 115 ล้านครั้ง สะท้อนการลงคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องและหลากหลายแพลตฟอร์ม
- ธุรกิจกลุ่ม Delivery สร้างเอนเกจเมนต์รวม 61.4 ล้านครั้ง และมีเอนเกจเมนต์เฉลี่ย 7,400 ครั้งต่อโพสต์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของธุรกิจกลุ่มอื่น ๆ กว่า 10 เท่า
- ธุรกิจกลุ่ม Gas Station and EV Charging Station มีการเติบโตของยอดเอนเกจเมนต์สูงสุดที่ 46.53% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากคอนเทนต์สร้าง Branding ของ PTT Station
____________________
4. สรุปว่าครึ่งปีหลังที่เหลือ ธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไร ?
- ลดสัดส่วนคอนเทนต์ “ขายตรง” แล้วหันมาทำคอนเทนต์บันเทิงหรือคอนเทนต์ที่สร้างการมีส่วนร่วมเป็นคอมมิวนิตี และ Tie-In สินค้าในคอนเทนต์แทน
- เลือกใช้แพลตฟอร์มให้ถูกธรรมชาติ แทนการโพสต์คอนเทนต์ทุกอย่างลงในทุกแพลตฟอร์ม
ถ้าจะประกาศข่าวสาร หรือบอกโปรโมชันแบบตรง ๆ ให้ใช้ Facebook
ถ้าป้ายยาสินค้าด้วยคลิปสั้น รีวิว แนะนำผลิตภัณฑ์ วิธีใช้ ให้ทำใน TikTok
ถ้าจะสร้างฐาน หรือดึงดูดแฟนคลับ และสร้างการมีส่วนร่วมให้ใช้ Instagram
ถ้าโหนกระแสความบันเทิง และเรื่องฮิตแบบเรียลไทม์ในเวลานั้นใช้ X (Twitter)
- ทำ Community Content ไม่จำเป็นต้องใช้ดาราดังเสมอไป
แต่เป็นการสร้างพื้นที่ให้ผู้ติดตามได้โต้ตอบ แจกของรางวัล รวบรวม Feedback หรือเล่นมุกเฉพาะกลุ่ม จะช่วยปั๊มเอนเกจเมนต์ได้คุ้มค่าที่สุด
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.