กรณีศึกษา “การแบ่งรายได้จากโฆษณา” ของ Blockdit มิติใหม่ของวงการคอนเทนต์

กรณีศึกษา “การแบ่งรายได้จากโฆษณา” ของ Blockdit มิติใหม่ของวงการคอนเทนต์

30 พ.ย. 2021
จะดีแค่ไหน ถ้าทุก ๆ บทความที่เราเขียนแล้วโพลต์ลงโซเชียลมีเดีย จะไม่ได้รีเทิร์นกลับมาเป็นแค่ ยอดไลก์หรือยอดแชร์
แต่สามารถสร้างรายได้​กลับมาแบบไม่รู้จบ..
เปิดหัวมาแบบนี้ หลายคนอาจจะนึกถึงโมเดลการหารายได้ของเพจดัง หรือ อินฟลูเอ็นเซอร์ บนโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook, Twitter, Instagram ที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการทำคอนเทนต์
แต่อย่าลืมว่า กว่าจะไปถึงจุดนั้น นอกจากจะต้องหาสไตล์ที่ใช่ของเพจให้เจอ
ตั้งหน้าตั้งตาผลิตคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ชวนให้ลูกเพจอยากมากดไลก์ คอมเมนต์ หรือกดแชร์ เพื่อสะสมฐานแฟนให้มากพอ จะได้เตะตาแบรนด์หรือเจ้าของธุรกิจต่าง ๆ ให้มาสนใจและอยากมาเป็นสปอนเซอร์
พอเป็นแบบนี้ เลยอาจทำให้หลายคนท้อใจและโบกลาไปซะก่อน
เพราะมองว่าหนทางสู่การสร้างรายได้จากการผลิตคอนเทนต์ ช่างยากเย็น..
เพราะเข้าใจหัวอกของคนทำคอนเทนต์เป็นอย่างไร
Blockdit โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มของไทย ที่เน้นการแชร์สาระและความรู้
จึงพัฒนาฟีเชอร์ใหม่ อย่าง “Ads Monetization”
ที่รับรองว่า ลองได้รู้จักแล้ว หลายคนคงคันไม้คันมือ อยากจะลุกขึ้นมารัวคีย์บอร์ดกันเลยทีเดียว
แล้ว Ads Monetization คืออะไร ทำไมถึงน่าสนใจ ?
จุดเด่นที่ทำให้เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ตกหลุกรักฟีเชอร์ Ads Monetization เพราะช่วยให้เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สร้างสรรค์งานเขียนได้ตามสไตล์ แถมยังสามารถสร้างรายได้จากงานเขียนได้แบบอันลิมิต
เพียงแค่กดเปิดให้เพจบน Blockdit สามารถสร้างรายได้
ฟีเชอร์ Ads Monetization ก็จะถูกเปิดโดยอัตโนมัติ
ส่วนที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ระบบหลังบ้านของ Blockdit ในการคัดเลือกโฆษณาที่มีเนื้อหาเหมาะสมกับคอนเทนต์นั้น ๆ มาแสดง​
ทีนี้พอบทความที่เขียน มีคนคลิกเข้ามาอ่าน ก็จะเห็นโฆษณาเป็นแถบปรากฏอยู่ด้านบนบทความของเรา
เพียงแค่นั้น คอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็นั่งชิล ๆ รอรับเงินส่วนแบ่งจากค่าโฆษณานั้นได้เลย
งานนี้ ไม่ต้องกลัวว่า จะไม่มีเวลามามอนิเตอร์ หรือ คอยดูว่าโฆษณาเข้ามามากน้อยแค่ไหน
เพราะระบบหลังบ้าน Blockdit จะช่วยเก็บข้อมูล ทำให้สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา ว่าบทความนั่นทำเงินไปเท่าไรแล้วแบบเรียลไทม์ และจะคำนวณสรุปยอดรายได้ในทุกบทความทั้งหมดให้แบบรายวัน อีกด้วย
เรียกว่า เหมือนเอาบทความไปฝากไว้กับธนาคาร ถึงเวลาก็มีคนคำนวณดอกเบี้ยให้เห็นแบบรายวัน
ที่น่าสนใจ คือ ต่อให้เป็นสินค้าทั่วไปยังมีวันหมดอายุ
แต่บทความไม่มีขีดจำกัดว่า จะมีระยะเวลาในสร้างรายได้ผ่านระบบ Ads Monetization เท่าไร
ตราบใดที่มีคนคลิกเข้ามาอ่าน ไม่ว่าจะเปิดอ่านจากในแอปพลิเคชัน Blockdit เอง หรือค้นหาเจอจาก Google แล้วเห็นแถบโฆษณา
ระบบก็จะคำนวณเพื่อแบ่งรายได้ให้กับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไปแบบไม่รู้จบ
พูดง่าย ๆ การเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์บน Blockdit แล้วเลือกใช้ฟีเชอร์ระบบ Ads Monetization
ก็เหมือนการลงทุนระยะยาว ลงทุนครั้งเดียว แต่ได้ผลกำไรกลับมาอย่างสม่ำเสมอ หรือ ที่หลายคนเรียกว่า การสร้าง Passive Income นั่นเอง
สำหรับฟีเชอร์ดี ๆ แบบนี้ ถือว่าเป็นมิติใหม่ของวงการก็ว่าได้
เพราะ Blockdit เป็นแพลตฟอร์มแรกที่นำลูกเล่นการหารายได้แบบง่าย มาจุดไฟในการเขียนของใครหลายคน

เพราะยิ่งเขียนก็ยิ่ง Win นอกจากจะได้ทำในสิ่งที่รัก ถ่ายทอดสิ่งที่คิดออกมาเป็นตัวอักษร
ยังได้เปลี่ยนความชอบ เป็นรายได้แค่ปลายนิ้ว
ไม่ต้องรอจังหวะ เพื่อฟอร์มทีม สำหรับเปิดเพจ หรือลงทุนทำเว็บไซต์ให้ยุ่งยาก
แค่ใช้ ​Blockdit เป็นพื้นที่เขียนในสิ่งที่อยากเล่า ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน อาจจะตั้งต้นจากการเขียนในสิ่งที่กำลังเป็นเทรนด์หรือคิดว่ามีคนที่อยากอ่าน
จะว่าไปโมเดลนี้ก็คล้าย ๆ กับแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง YouTube ที่ผู้ใช้สามารถสร้างชาแนลของตัวเอง เพื่ออัปโหลดคอนเทนต์วิดีโอ ​แต่สำหรับ Blockdit จะเป็นรูปแบบบทความ
ซึ่งนอกจากจะมีช่องทางการหารายได้ ไม่ต่างจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ เช่น Facebook, Twitter, Instagram ที่เป็นการรับสปอนเซอร์โฆษณา, Tie-in สินค้า
เจ้าของช่อง YouTube ยังสามารถหารายได้จากระบบ Google Adsense ซึ่งจะคำนวณรายได้จากยอดการรับชมโฆษณาได้
หมายความว่ายิ่งมียอดผู้ติดตามมากเท่าไร โอกาสที่คนจะเห็นโฆษณาและสร้างรายได้ ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วโฆษณาที่จะมาปรากฏคู่กับคอนเทนต์ที่เราทุ่มเทเขียน จะหน้าตาเป็นแบบไหน
ทำให้คอนเทนต์เราถูกลดทอนคุณค่าหรือดูไม่น่าเชื่อหรือเปล่า
เรื่องนี้บอกเลยว่าหายห่วง เพราะเนื้อหาและรูปภาพในโฆษณาทุกชิ้น จะต้องผ่านการตรวจสอบจากทีมงาน Blockdit ว่ามีความเหมาะสม และเป็นไปตามกติกาของแพลตฟอร์ม Blockdit
จึงมั่นใจได้ว่า โฆษณาจะไม่ทำให้เสียอรรถรสในการเสพคอนเทนต์
ขณะที่แบรนด์เองก็ Win เพราะมีทางลัดที่ทำให้คอนเทนต์ของแบรนด์ที่บูสต์ (ยิง Ad)​ ไปถึงกลุ่มคนให้รับรู้แบรนด์นั้นมากยิ่งขึ้นในเชิง Content Marketing เพราะในยุคสมัยนี้ การโฆษณาชื่อแบรนด์อย่างเดียวไม่พอ
แต่ผู้ได้รับโฆษณาก็มีความซับซ้อนขึ้น และอยากที่จะเข้าใจถึงเนื้อหาเชิงลึกของแบรนด์นั้นอีกด้วย
ซึ่งอย่างที่หลายคนรู้กัน แพลตฟอร์ม Blockdit ตอบโจทย์การเล่าเนื้อหาลึก ๆ ของแบรนด์ และมีคนจำนวนมากในแพลตฟอร์มที่พร้อมจะอ่านเนื้อหาเชิงลึกเหล่านั้น
ที่สำคัญ อย่าลืมว่า ปัจจุบัน Blockdit มีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 2 ล้านคนแล้ว และยังมีแนวโน้มเติบโตไปเรื่อย ๆ
ยิ่งมีฟีเชอร์เด็ด ๆ แบบนี้มาเสริมทัพฟีเชอร์เดิมที่กระตุ้นให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ มีพลังในการเขียน อย่างระบบให้ดาวและเพชร ก็ยิ่งทำให้ Blockdit เป็นที่หมายตาของเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และแบรนด์ อย่างไม่ต้องสงสัย
โอกาสสร้างรายได้แบบฟิน ๆ อยู่แค่ปลายนิ้ว อย่ารอช้า เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Blockdit กัน..
ดาวน์โหลดแอปฯ www.blockdit.com/download
หรือเข้าเว็บไซต์ www.blockdit.com
© 2022 Marketthink. All rights reserved.