ทำไม “วอลล์เปเปอร์เสริมดวง” กลายเป็นเทรนด์สายมูสุดฮอต ที่แม้แต่คนไม่เชื่อ ก็ยังลองใช้

ทำไม “วอลล์เปเปอร์เสริมดวง” กลายเป็นเทรนด์สายมูสุดฮอต ที่แม้แต่คนไม่เชื่อ ก็ยังลองใช้

12 ม.ค. 2022
เชื่อว่าในปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นปีที่โหดหินสำหรับใครหลาย ๆ คนในการใช้ชีวิต
อันเนื่องมาจากโรคระบาดที่ยังไม่จบไม่สิ้น ไหนจะต้องป้องกันตัวเอง จากโรคพิษเศรษฐกิจที่ต้องเผชิญ
ต้องบริหารจัดการทรัพย์สินและค่าใช้จ่าย แถมพบกับข้อจำกัดในการดำเนินชีวิตต่าง ๆ
ทำให้ต้องเจอกับความเหนื่อย และทุกข์ยาก ทั้งทางกายและทางใจ
และทางเลือกของหลาย ๆ คน ก็คือการ “หาที่พึ่งทางใจ” หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เพื่อให้รู้สึกว่ามีที่พักพิงใจ ในยามที่เหนื่อยล้า
เรียกได้ว่า ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ ว่าทำให้ชีวิตดีขึ้นได้จริง ๆ หรือไม่
แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เราจะได้ “ความสบายใจ” นั่นเอง
ซึ่งปีที่ผ่านมา หลายคนอาจเห็นว่าเทรนด์นี้ ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งกระแสหลักในการทำการตลาด
ที่เรียกกันว่า “การตลาดสายมู” และกำลังแผ่ขยายวงกว้างออกไป ซึ่งมีสินค้าและบริการมากมายที่ตบเท้าเข้ามาเล่นกับเทรนด์นี้
ทั้งนี้ “มูเตลู” หรือที่คนเรียกติดปากกันว่าเป็นคน “สายมู” คือคำนิยามของความเชื่อ หรือผู้ที่มีความเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์, ไสยศาสตร์, เครื่องรางของขลัง ที่นับว่าอยู่คู่กับคนไทยมานาน
ซึ่งในช่วงหลัง ๆ มานี้ ก็ได้เติบโตไปกับกระแสโลก ในมุมของวงการแฟชั่น
ตั้งแต่กำไลหิน, เบอร์มงคล, สร้อยข้อมือด้ายแดง, ปี่เซียะ ไปจนถึงสินค้าทั่วไปอย่างเครื่องสำอาง, กระเป๋าสตางค์, เคสมือถือ และที่มาแรงลากยาวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็คือ “วอลล์เปเปอร์เสริมดวง”
ก่อนอื่นก็ต้องขอบอกก่อนว่า ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ หมอดูก็คิดวอลล์เปเปอร์เสริมดวงขึ้นมาเอง เพื่อทำการตลาดให้กับเหล่าสายมู
แต่เกิดมาจากศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังอย่าง “ลิซ่า แบล็กพิงก์” ที่เคยมีภาพลิซ่า โชว์หน้าจอ Lock Screen ของเธอเป็นรูปเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย
ซึ่งเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ถือเป็นเทพเจ้าที่เลื่องชื่อลือนามกันในด้านความร่ำรวย และทรัพย์สินเงินทองของชาวจีน
ดังนั้นบ้านของหลาย ๆ คนที่มีเชื้อสายจีน ก็คงจะต้องมีรูปหรือองค์เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยอยู่ประจำบ้าน
แน่นอนว่าพอสาวกแบล็กพิงก์เห็นแบบนี้ ก็เกิดกระแสการตั้งวอลล์เปเปอร์มือถือไปเป็นรูปเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยตามลิซ่ากันไปตามระเบียบ
แต่เรื่องไม่ได้จบอยู่เพียงเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นกลายเป็นว่า คนที่ตั้งวอลล์เปเปอร์เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ต่างออกมารีวิวความปังของชีวิตกันอย่างล้นหลาม
หลังจากนั้น จึงมีคนปิ๊งไอเดีย นำไพ่ทาโรต์ ที่ปกติจะใช้เปิดไพ่ในการทำนายดวงชะตา มาจัดเรียงเป็นเซตไพ่ที่มีความหมายดี ไปตั้งเป็นวอลล์เปเปอร์โทรศัพท์ เพื่อเสริมดวงให้กับคนที่นำไปใช้
ซึ่งก็มีทั้งแบบที่ทำออกมาแจกฟรี และทำออกมาจำหน่าย
แล้วถ้าถามว่า ทำไม “วอลล์เปเปอร์เสริมดวง” ถึงมีอิทธิพลในการขยายความนิยมของวงการมูเตลู ?
หากมองในมุมการตลาด คงจะเป็นเหตุผลในด้านจิตวิทยาที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนอย่างเช่นในทุกวันนี้
เหตุผลอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้วอลล์เปเปอร์เสริมดวง ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมากกว่าสายมูแบบอื่น ๆ นั่นคือทุกคน “สามารถเข้าถึงได้ง่าย” ด้วยเหตุผลดังนี้
- เป็นสายมู แต่ยังชิกได้
เพราะวอลล์เปเปอร์เสริมดวง ไม่เพียงช่วยเสริมดวง หรือทำให้รู้สึกสบายใจ เพราะหมอดูหลาย ๆ สำนักก็ได้มีการออกแบบให้ดูเก๋ไก๋ น่าใช้
จนคนรู้สึกว่าการเอามาตั้งเป็นวอลล์เปเปอร์สายมูนั้นกลายเป็น “แฟชั่น” อย่างหนึ่งไปแล้ว
- เป็นสายมู ที่เข้าถึงง่ายที่สุด แค่มีโทรศัพท์มือถือ
คงปฏิเสธกันไม่ลง ว่าทุกวันนี้เราอยู่กับโทรศัพท์มือถือกันแทบทั้งวัน ซึ่งเป็นของส่วนตัวที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต การทำงาน และการติดต่อสื่อสาร อีกทั้งยังใช้เก็บ-จ่ายเงินได้อีกด้วย
แน่นอนว่า พอมันเป็นของส่วนตัว สำหรับใครที่ไม่มั่นใจ กลัวคนรู้ว่ามูก็หายห่วง
เพราะเราคงไม่ต้องเปิดหน้าจอมือถือให้ใครดูบ่อย ๆ เป็นแน่ หรืออย่างบางคน ก็เอาไปตั้งเป็นวอลล์เปเปอร์แค่เฉพาะหน้าแอปฯ ธนาคารก็ยังได้
ต่างจากเทรนด์สายมูอย่าง กำไลหิน, พวงกุญแจเครื่องราง, เคสมือถือ หรือแม้แต่สีกระเป๋าสตางค์ของบางคนที่ดูขัดกับบุคลิก จนถูกถามอยู่บ่อย ๆ ว่าทำไมต้องใช้กระเป๋าสตางค์สีนี้ และคำตอบที่ได้คือ ใช้เพื่อ “เสริมดวง”
ทำให้เห็นว่า พอเป็นวอลล์เปเปอร์โทรศัพท์ ความคับข้องใจตรงนี้ก็จะลดลงไปเลย เพราะเป็นเหมือนการมูเงียบ ๆ คนเดียวได้ โดยที่ไม่ต้องประกาศให้โลกรู้
หรือถ้าอยากอัปเดตลง IG Stories ก็ยังดูเป็นคน Trendy อยู่ดี ซึ่งก็อยู่ที่ความสบายใจของแต่ละคนว่าสะดวกจะใช้แบบไหน
ทั้งนี้ วงการมูเตลูด้วยวอลล์เปเปอร์เสริมดวง สามารถมองกลุ่มเป้าหมายได้ 2 กลุ่มหลัก ๆ
1. กลุ่มที่ยังไม่ยอมเสียเงินซื้อ คนกลุ่มนี้แต่เดิมอาจไม่ได้เป็นคนที่มีความเชื่อหรือศรัทธาในวงการมูเตลูเท่าไรนัก แต่แค่รู้สึกว่า “ลองแล้วไม่มีอะไรเสียหาย” เพราะอย่างไรเขาก็ไม่เสียเงิน แถมถ้าชีวิตเกิดดีขึ้นจริง ๆ ก็นับเป็นผลพลอยได้ที่ได้มาฟรี ๆ
ซึ่งอาจได้วอลล์เปเปอร์เสริมดวงมาจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะจากช่องทางของหมอดูโดยตรง ที่ออกมาทำแจกฟรี, จากบนอินเทอร์เน็ต, จากการส่งต่อกันในหมู่เพื่อน เป็นต้น
และถ้าหากความต้องการของคนกลุ่มนี้เป็นจริงขึ้นมา ไม่ว่าจะด้วยความศักดิ์สิทธิ์ หรือความบังเอิญ ก็ย่อมเพิ่มโอกาสที่ในครั้งหน้า คนกลุ่มนี้จะกลายเป็นผู้ใช้บริการแบบเสียเงินซื้อได้
เนื่องจากคนส่วนมากก็ยังคงมีทัศนคติว่า อะไรที่เสียเงินซื้อ ย่อมดีกว่าของที่ได้มาฟรี ๆ และความอยากได้อยากมีของคน ก็เป็นเรื่องที่ยากจะยับยั้งชั่งใจได้
ฉะนั้นหากรู้ว่าซื้อแล้วดี ต่อให้ไม่ดีเท่าที่คาดหวัง ก็ยังมีไว้เพื่อความสบายใจ แล้วทำไมเราจะไม่ตัดสินใจซื้อในครั้งถัดไป
ทีนี้ ลองมามองกันในมุมหมอดูกับคนกลุ่มนี้
สมมติว่า หมอดูทำแจกฟรีในช่องทาง Facebook Fanpage ส่วนตัว แล้วมีคนนำไปใช้จริงฟรี ๆ 100,000 คน
และสัก 1% คิดเป็นผู้ใช้งาน 1,000 คน ที่รู้สึกว่าเห็นผล ชีวิตในด้านที่ต้องการดีขึ้นจนกลับมารีวิวผล และยอมซื้อแบบเสียเงินเพิ่มเติม
ถ้าราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 199 บาทต่อคน ก็เท่ากับหมอดูจะมีรายได้ที่เข้ามาเกือบ ๆ 2 แสนบาทเข้าไปแล้ว..
ซึ่งตัวเลขจริง ๆ ก็อาจไม่ใช่แค่เพียง 1% เท่านั้น..
นอกจากคนที่จะกลับมาซื้อแล้ว Facebook Fanpage หรือช่องทางโซเชียลมีเดียของหมอดู ก็ยังได้ Engagement และได้ผู้ติดตามเพิ่มขึ้นจากยอดแชร์วอลล์เปเปอร์ที่แจกฟรี จนอาจกลายเป็นอีกช่องทางทำเงินจากค่าโฆษณาในระยะยาวก็เป็นได้..
2. กลุ่มคนที่ยอมเสียเงินซื้อตั้งแต่แรก แน่นอนว่าต้องเป็นกลุ่มคนที่มีประสบการณ์ กับวงการมูเตลูมาบ้างไม่มากก็น้อย
เช่น อาจจะเคยดูดวง, ซื้อกำไลปี่เซียะ หรือบูชาเทพอยู่แล้ว ทำให้วอลล์เปเปอร์เสริมดวงนั้น กลายเป็นเรื่องหมู ๆ ที่อย่างไรก็ต้องมีไว้เพื่อความอุ่นใจแน่นอน
ผสมผสานกับความเฉพาะบุคคล (Personalization) ที่เป็นเทรนด์กระแสหลักในตอนนี้ ว่าผู้บริโภคต้องการสินค้าและบริการที่สร้างขึ้นมาให้เพื่อเราคนเดียว ช่วยสร้างความรู้สึกพิเศษ ว่าของชิ้นนี้มีเพียงเราที่ได้เป็นเจ้าของ ซึ่งก็เป็นการตลาดเบื้องหลังความสำเร็จของวงการมูเตลูมาตลอด
อย่างในเรื่องของวอลล์เปเปอร์เสริมดวง ลูกดวงจะสามารถเลือกได้ว่าต้องการเสริมดวงในด้านไหน
เช่น ด้านความรัก, ด้านการเงิน, ด้านการงาน, ด้านการเรียน หรือเมตตามหานิยม
แต่เหล่าพ่อหมอ แม่หมอ ก็ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น เพราะมีการใส่ความเฉพาะเจาะจงสำหรับลูกดวงเข้าไปอีก
เช่น การอิงการวางไพ่จากชื่อ-นามสกุล, วัน-เดือน-ปี และเวลาเกิด, สีประจำตัว, ลัคนาราศี, ศาสตร์ด้านตัวเลข, องค์เทพ และดวงดาว เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
แน่นอนว่า ยิ่งเพิ่ม Option หรือจำนวนเรื่องที่ต้องการเสริมดวงลงไปในวอลล์เปเปอร์เท่าไร จำนวนเงินที่คิดออกมาก็จะเพิ่มเข้าไปอีก
ซึ่งราคาก็มีตั้งแต่หลักสิบปลาย ๆ ซึ่งบางทีก็มีไปจนถึงหลักพันเลยทีเดียว..
อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้ไม่ได้มีเพียงแค่วอลล์เปเปอร์เสริมดวงโทรศัพท์มือถือเท่านั้น
แต่ยังมีสำหรับหน้าจอแท็บเล็ต, หน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วก็ยังมีแบรนด์ดังที่ต่างเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ สนับสนุนคอนเทนต์วอลล์เปเปอร์สายมูอีกมาก
จะเห็นได้ว่า ตลาดนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ เมื่อจับทิศทางในการทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายแล้ว ก็ยังสามารถขยายวงกว้างไปได้อีกเรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังมีคนเชื่อในเรื่องนี้อยู่นั่นเอง..
อ้างอิง:
-https://hilight.kapook.com/view/195285
-https://www.aurora.co.th/news/page_news/152/คำว่า-มูเตลู-มาจากไหน-แปลว่าอะไร--.html
-https://www.facebook.com/Mootaeworld/videos/1170630483340831
© 2021 Marketthink. All rights reserved.