กรณีศึกษา BEST Express ทำอย่างไร ถึงทำให้โมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ แข็งแกร่ง

กรณีศึกษา BEST Express ทำอย่างไร ถึงทำให้โมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ แข็งแกร่ง

4 ก.พ. 2022
ถ้าถามว่าแฟรนไชส์ไหนในเมืองไทยกำลังโตระเบิด จนน่าจับตามอง
ชื่อของ BEST Express ก็น่าจะเป็นหนึ่งในลิสต์รายชื่อ
เมื่อวันนี้จำนวนส่งพัสดุกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ปี 2020 จำนวนขนส่งพัสดุเติบโต 380% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ปี 2021 จำนวนขนส่งพัสดุเติบโต 200% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
เบื้องหลังการเติบโตครั้งนี้ก็มาจากการพัฒนาบริการให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
พร้อมกับจำนวนแฟรนไชส์ที่เพิ่มขึ้น จนสามารถส่งพัสดุได้ครอบคลุมทั่วประเทศ
ปี 2019 BEST Express มีแฟรนไชส์ทุกประเภท รวม 212 สาขา
ปัจจุบัน BEST Express มีแฟรนไชส์รวมกันกว่า 1,000 สาขา ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ
การเพิ่มขึ้นของจำนวนสาขาแฟรนไชส์ กลายเป็นที่มาของคำถาม
อะไรที่ทำให้นักลงทุนมั่นใจในธุรกิจแฟรนไชส์ของ BEST Express ?
ข้อแรก คือ การมีบริษัทชั้นนำระดับโลกเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจ เช่น Alibaba และ Foxconn
ทำให้ BEST Express กลายเป็นบริษัทขนส่งที่ทรงอิทธิพล
ซึ่งเรื่องนี้ก็ย่อมส่งผลในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คนไทย
ที่คิดจะลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์กับ BEST Express
ข้อต่อมา คือ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา BEST Express ประเทศไทย
ได้พัฒนาระบบการจัดการแฟรนไชส์ ปรับปรุงระบบการรับและขนส่งพัสดุลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมาก จนสร้างความมั่นใจให้แก่เจ้าของแฟรนไชส์และลูกค้าที่ใช้บริการ
ส่วนสิ่งที่คนคิดจะลงทุนในแฟรนไชส์มองหา ก็คือผลตอบแทนที่คุ้มค่า
โดย BEST Express ก็ทำเรื่องนี้ได้ดีเลยทีเดียว
อธิบายให้เห็นภาพ สมมติเราลงทุนในแฟรนไชส์ขนาดใหญ่สุด ที่ดูแลพื้นที่ระยะยาว
เราจะได้ส่วนแบ่งจากพัสดุขารับประมาณ 30% - 45% และขาส่งราว ๆ 18% - 38%
โดยอัตราส่วนแบ่งจะขึ้นอยู่กับพื้นที่รับผิดชอบ, จำนวนพัสดุในแต่ละวัน, ความแตกต่างของพัสดุ เป็นต้น
และขณะที่แฟรนไชส์ขนส่งพัสดุส่วนใหญ่จะได้ส่วนแบ่งแค่ทางเดียวเท่านั้น
แต่ BEST Express กลับให้สองทาง
เชื่อหรือไม่ว่า ณ ปัจจุบัน BEST Express เป็นขนส่งพัสดุไม่กี่ราย
ที่ลูกค้าสามารถส่งพัสดุที่มีน้ำหนักไม่เกิน 300 กิโลกรัม โดยบริการนี้ชื่อว่า Bulky Parcel
ที่กำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมและบริษัทต่าง ๆ
และไม่ใช่แค่นั้น เวลานี้ BEST Express ยังมีบริการส่งพัสดุไปยังต่างประเทศ
ที่เรียกว่า BEST Cross Border ที่ลูกค้าสามารถส่งพัสดุไปยังประเทศจีน, มาเลเซีย และกัมพูชา
อีกทั้งเร็ว ๆ นี้ ยังมีแผนจะขยายไปยังประเทศเวียดนาม, สิงคโปร์, ลาว จนถึงในทวีปยุโรปและอเมริกาอีกด้วย
พอมีการเพิ่มบริการใหม่ ๆ เข้ามา ก็ยิ่งทำให้จำนวนพัสดุเพิ่มมากขึ้น
ผลก็คือ เจ้าของแฟรนไชส์มีโอกาสสร้างรายได้และกำไรมากขึ้นกว่าเดิม
อีกทั้งยังมากกว่าแฟรนไชส์ขนส่งพัสดุรายอื่น ๆ ที่ไม่มีบริการเหล่านี้
ด้วยโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังมีช่องทางสร้างรายได้ที่หลากหลาย
ก็เลยทำให้จำนวนเจ้าของแฟรนไชส์ BEST Express อยู่รอดและเติบโตในธุรกิจนี้
ตัวอย่างเช่น เจ้าของแฟรนไชส์ BEST Express ในพื้นที่จังหวัดลำปาง
เล่าให้ฟังว่า ตอนเริ่มต้นธุรกิจเขาเตรียมเงินสดสำรองไว้ในการขาดทุนนานถึง 6 เดือน
เพราะเข้าใจว่าเป็นช่วงเริ่มต้น ที่เพิ่งเปิดสาขา ลูกค้าอาจยังไม่รู้จักมากนัก
แต่ผลปรากฏว่า ในสาขาลำปาง สามารถทำกำไรได้ตั้งแต่เดือนที่ 2 ที่ทำธุรกิจ
อีกทั้งนับตั้งแต่การระบาดของโควิด 19 ที่ทำให้คนหันมาช็อปออนไลน์มากขึ้น
ส่งผลให้ยอดส่งพัสดุเติบโต 600% ในเวลาแค่ 5 เดือน
เช่นเดียวกับเจ้าของแฟรนไชส์ BEST Express ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์
ที่เล่าให้ฟังว่า สามารถคืนทุนได้ตั้งแต่ 6 เดือนแรกที่เข้ามาทำธุรกิจ
และตอนนี้ในแต่ละเดือนมีกำไรเป็นตัวเลข 6 หลักขึ้นไป
โดยเคล็ดลับสำคัญ คือ การบริหารต้นทุนต่าง ๆ ได้ดี
เช่น ค่าจ้างพนักงาน, การใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างการรับรู้
ขณะเดียวกันการเติบโตของทุกธุรกิจก็ย่อมต้องมีเป้าหมาย
ซึ่ง BEST Express ก็มั่นใจว่าในอนาคตตัวเองจะเป็นบริษัทขนส่งพัสดุที่ทรงอิทธิพลในเมืองไทย
และการจะก้าวไปให้ถึงจุดนั้นได้ BEST Express ต้องพัฒนาโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ของตัวเอง
เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนักลงทุน, ผู้ใช้บริการ และตัวบริษัท
โดยได้วางแผนพัฒนา 3 ระยะ
-ระยะแรก คือ การพัฒนาบริการจากที่ดีอยู่แล้ว ให้ดีขึ้นไปอีก
ซึ่งพอทำแบบนี้ก็จะทำให้ BEST Express มีจำนวนพัสดุต่อวันเพิ่มมากขึ้น
แต่เท่านั้นก็ดูจะไม่น่าเพียงพอเมื่อ BEST Express มองว่าการเติบโตที่สมบูรณ์แบบที่สุด
แฟรนไชส์ก็จะต้องมีกำไรมากขึ้น
ทำให้มีแผนที่จะควบคุมต้นทุนการทำธุรกิจด้วยการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ
-ระยะกลาง รู้หรือไม่ว่า 70% ของแฟรนไชส์ขนส่งในประเทศจีน มีการพัฒนาเครือข่ายของตัวเอง
และอีคอมเมิร์ซไปพร้อม ๆ กัน ทำให้มีรายได้และกำไรที่ดี
ส่วนในประเทศไทยยังอยู่ราว ๆ 30% - 40%
ก็เลยทำให้ BEST Express มีแผนที่จะสนับสนุนให้แฟรนไชส์ตัวเองพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซควบคู่ไปกับธุรกิจขนส่ง
-ระยะยาว BEST Express มองว่านอกจากการพัฒนาบริการให้ดีขึ้น
ยังควรสร้าง Ecosystem ระดับภูมิภาคให้แฟรนไชส์และลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อพัฒนาและเติบโตไปพร้อมกัน
จะเห็นว่า BEST Express ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ
จนถึงคิดค้นบริการใหม่ ๆ เพื่อเอื้อต่อการทำธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทั้งในมุมเจ้าของแฟรนไชส์ และลูกค้าที่มาใช้บริการ
เหตุผลก็เพราะ BEST Express มองว่าการจะทำให้บริษัทขนส่งพัสดุแข็งแรง
และเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องเดินจับมือและเติบโตไปพร้อม ๆ กัน
ทีมให้คำปรึกษาด้านการลงทุนแฟรนไชส์
ลงทะเบียน: https://forms.gle/SBmidHRVQRWexbg36
LINE: @BESTFSCENTER
หรือคลิก: https://lin.ee/jj3oCAb
โทร: 094-685-7600 / 098-816-6263 / 092-668-8528
อ้างอิง :
-เอกสารข้อมูลธุรกิจแฟรนไชส์ บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด
© 2022 Marketthink. All rights reserved.