
สรุป สูตรไลฟ์ขายของ ให้ขายดี ต้องใช้ TikTok หาลูกค้าใหม่ ใช้แพลตฟอร์มอื่น ๆ ดึงลูกค้าเก่า
10 ก.พ. 2026
ล่าสุด Future Trends จัดงาน Future Trends Ahead Summit 2026 เพื่อรวบรวมเทรนด์ ในด้านธุรกิจ การตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภค ที่กำลังเกิดขึ้นในปีนี้
ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจคือ เทรนด์ของ Live Commerce ที่กำลังเกิดขึ้นในปี 2026 ซึ่งนักการตลาดสามารถนำไปใช้ได้
แล้วจะมีเทรนด์ Live Commerce อะไรบ้าง ? MarketThink สรุปให้อ่านกันในโพสต์นี้
ในเซสชันที่ชื่อว่า “Live Commerce Trends Today: Platforms, Creators and Conversion” ได้มีการพูดถึงเทรนด์ Live Commerce ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2026
จาก Speakers ทั้ง 3 ท่าน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้าน Live Commerce ทั้งสิ้น ได้แก่
- คุณบุญชัย ลิ่มอติบูลย์ เจ้าของช่อง พี่เปี๊ยกจัดให้
- คุณเปา-พีรดนย์ เหมยากร เจ้าของ iHAVECPU
- คุณชนกานต์ ชินชัชวาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง ZWIZ.AI
- คุณเปา-พีรดนย์ เหมยากร เจ้าของ iHAVECPU
- คุณชนกานต์ ชินชัชวาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง ZWIZ.AI
ซึ่งเทรนด์ Live Commerce ที่ Speakers ทั้ง 3 ท่านพูดถึง ได้แก่
1. ขายสินค้า ผ่านไลฟ์อย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องขายผ่านแช็ตด้วย
เทรนด์ Live Commerce แรกที่พบก็คือ เทคนิคการขายสินค้าทั้งผ่านไลฟ์และผ่านแช็ต จะมีความสำคัญพอ ๆ กัน ทำให้แบรนด์อาศัยการขายแค่ช่องทางใดช่องทางหนึ่งไม่ได้
แต่การขายสินค้าผ่านไลฟ์และแช็ต ก็เหมาะกับสินค้าที่ต่างกัน ได้แก่
- การขายสินค้าผ่านไลฟ์
เหมาะกับสินค้าที่มีมูลค่าไม่สูง ผู้ดูไลฟ์สามารถตัดสินใจซื้อได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้แบรนด์สามารถปิดการขายผ่านไลฟ์ได้ทันที
ซึ่งการขายสินค้าผ่านไลฟ์ ก็มีสินค้าที่เราคุ้นเคยกัน ทั้งเสื้อผ้า สินค้าแฟชั่น เครื่องประดับ ของกิน หรือของใช้
- การขายสินค้าผ่านแช็ต
เหมาะกับสินค้าที่มีมูลค่าสูง หรือสินค้าที่มีรายละเอียด หรือเทคนิคมาก ผู้ดูไลฟ์ต้องอาศัยเวลาในการตัดสินใจ
จึงเหมาะกับแบรนด์ที่จำเป็นต้องให้ข้อมูลผ่านไลฟ์ แล้วให้ลูกค้าทักแช็ตเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม แล้วจึงปิดการขายในภายหลัง
อย่างในกรณีของคุณเปา iHAVECPU ที่ขายคอมพิวเตอร์ประกอบ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง
ทำให้การไลฟ์ของคุณเปา คือการไลฟ์เพื่อให้ข้อมูล หรือสร้างการรับรู้ (Awareness) จากนั้นค่อยปิดการขายภายหลังในทางแช็ต
2. ไลฟ์ขายสินค้า ผ่านแพลตฟอร์มเดียว ไม่เพียงพอ
เทรนด์ถัดมา ที่ถูกพูดถึงในเซสชันนี้คือ การขายสินค้า หรือไลฟ์ขายสินค้า ผ่านแพลตฟอร์มเพียงแพลตฟอร์มเดียว ไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะแต่ละแพลตฟอร์ม มีหน้าที่และมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ได้แก่
- TikTok เป็นแพลตฟอร์ม ที่เหมาะกับการหาลูกค้าใหม่
จากอัลกอริทึมของ TikTok ที่นำเสนอคอนเทนต์ ทั้งคลิปวิดีโอสั้น และไลฟ์ ไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ ทำให้ช่วยสร้างการรับรู้ (Awareness) ให้กับแบรนด์ได้ดี
- Shopee และ Lazada เป็นแพลตฟอร์มสำหรับลูกค้าเก่า
หรือลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าจากแบรนด์ในไลฟ์ หรือคอนเทนต์ TikTok ไปแล้ว จะกลับมาซื้อสินค้าซ้ำอีกครั้งที่ Shopee หรือ Lazada จนถูกเรียกว่า “Shelf Commerce” ที่ลูกค้าเลือกหยิบสินค้าด้วยตัวเอง
เพราะมีทั้งระบบการค้นหา และโคดส่วนลด ที่ลูกค้าคุ้นเคย
- Facebook, LINE, เว็บไซต์ของแบรนด์ เป็นช่องทางสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
เป็นเหมือน “บ่อปลา” ที่แบรนด์ขุดขึ้นเอง มีประโยชน์ในด้านการสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว
รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแพลตฟอร์ม ทั้ง TikTok, Shopee และ Lazada
3. ไลฟ์คือคอนเทนต์รูปแบบหนึ่ง ที่แบรนด์ต้องทำให้น่าสนใจ
เรื่องถัดมาก็คือ ทุกวันนี้ ไลฟ์ก็นับเป็นคอนเทนต์รูปแบบหนึ่ง ที่แบรนด์ต้องทำให้น่าสนใจ เพื่อดึงดูดให้คนหยุดดูให้ได้ ไม่ต่างจากคอนเทนต์แบบอื่น ๆ
ทำให้การไลฟ์ขายสินค้า จำเป็นต้องมีช่วง Hook ที่ดึงดูดความสนใจจากคนดู
ตัวอย่างเช่น
- การทำฉากให้สวย
- การแต่งกายให้ดึงดูดสายตา
- การใช้แมสคอต เพื่อดึงดูดความสนใจ
- การทำฉากให้สวย
- การแต่งกายให้ดึงดูดสายตา
- การใช้แมสคอต เพื่อดึงดูดความสนใจ
และเมื่อคนหยุดดูไลฟ์ได้แล้ว ให้รีบปิดการขายให้ได้ ภายในเวลา 5-8 นาที เพราะคนไม่ได้อยู่ดูไลฟ์ตลอดเหมือนอย่างการดูรายการทีวียาว ๆ
นอกจากนี้ การใช้กลยุทธ์ Collaboration ยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับการไลฟ์ เหมือนการแลกเปลี่ยนฐานคนดูระหว่างกันได้อีกด้วย
4. ใช้ AI ไลฟ์ขายสินค้าแทนคน เป็นเทรนด์ที่กำลังมาในประเทศจีน
ซึ่งเทรนด์นี้ เป็นเทรนด์ที่เราเริ่มเห็นกับแบรนด์ไทยกันบ้างแล้ว
โดยเทรนด์การใช้ AI ไลฟ์แทนคนในประเทศจีน มีความน่าสนใจอยู่ตรงที่ง่าย และไม่ต้องใช้คนจริงมายืนไลฟ์
แต่ใช้การอัปโหลดคลิปวิดีโอของคนที่ต้องการให้ AI นำไปใช้เป็นต้นแบบ ความยาวประมาณ 10 นาที ร่วมกับข้อมูล หรือรายละเอียดสำคัญของสินค้า
แล้ว AI จะ Generate สคริปต์สำหรับไลฟ์ขายสินค้าให้โดยอัตโนมัติ
และหากขายสินค้าได้ AI ก็ฉลาดพอที่จะวิเคราะห์ได้ว่า คำพูดในสคริปต์คำใด คือคำที่ช่วยปิดการขาย แล้ว AI ก็จะนำไปปรับปรุงสคริปต์ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ขายสินค้าได้มากขึ้นอีกครั้ง
5. Framework นำสินค้า “ลองตลาด” แบบคนจีน
เรื่องสุดท้ายที่ถูกพูดถึงในเซสชันนี้ ก็คือ Framework นำสินค้าลองตลาดแบบคนจีน เพราะในวันนี้ต้องยอมรับว่า ใคร ๆ ก็ไลฟ์ หรือทำคลิปสั้นขายสินค้าบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ กันเป็นเรื่องปกติ
คำถามคือ แบรนด์ต่าง ๆ จะมีเทคนิคอย่างไร ในการนำสินค้ามาลองตลาด แล้วตัดสินใจว่าสินค้านั้นเวิร์กหรือไม่เวิร์ก
เรื่องนี้คนจีนมี Framework ที่ใช้สำหรับนำสินค้ามาลองตลาด โดยมีทั้งหมด 3 ขั้นตอนด้วยกัน ได้แก่
- Test
ขั้นตอนแรก คือ การเริ่มผลิตสินค้าเพื่อทดลองตลาดก่อน โดยมีกลยุทธ์ที่ต้องทำ คือ
การทำคอนเทนต์ Seeding เช่น คอนเทนต์แนะนำ หรือรีวิวสินค้า ของอินฟลูเอนเซอร์
การทำสคริปต์คอนเทนต์ เพื่อนำเสนอจุดเด่นของสินค้า
ยิงแอด แล้ววัดผล ROAS
รวมถึงการวิเคราะห์ อัตราการซื้อซ้ำ
การทำสคริปต์คอนเทนต์ เพื่อนำเสนอจุดเด่นของสินค้า
ยิงแอด แล้ววัดผล ROAS
รวมถึงการวิเคราะห์ อัตราการซื้อซ้ำ
หากทำแล้วไม่เวิร์ก ก็ให้เปลี่ยนสินค้า หรือหากเวิร์ก แสดงว่าสินค้านั้นสามารถขายได้ และจะเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
- Scale
หลังจากทดลองในขั้นตอนแรกแล้ว หากสินค้าขายได้จริง ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการ Scale โดยสิ่งที่ต้องทำ ก็อย่างเช่น
การจ้างอินฟลูเอนเซอร์ให้มากขึ้น หรือจ้างอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามมากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้า
และเริ่มไลฟ์ขายสินค้าผ่านช่องทางของแบรนด์เองอย่างจริงจัง
และเริ่มไลฟ์ขายสินค้าผ่านช่องทางของแบรนด์เองอย่างจริงจัง
- Brand
และในขั้นตอนสุดท้ายของ Framework คือ การสร้างแบรนด์ เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องทำ เพื่อทำให้แบรนด์ยืนต่อไปได้ในระยะยาว
โดยมีกลยุทธ์ที่ต้องทำ ก็อย่างเช่น
การนำสินค้าไปขายในช่องทางอื่น ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์
การสร้างแบรนด์ ด้วยการทำคอนเทนต์ ที่สร้างภาพลักษณ์ในระยะยาว ไม่ใช่แค่ขายสินค้าอย่างเดียว
การสร้างแบรนด์ ด้วยการทำคอนเทนต์ ที่สร้างภาพลักษณ์ในระยะยาว ไม่ใช่แค่ขายสินค้าอย่างเดียว
ทั้งหมดนี้ก็คือ เทรนด์ด้าน Live Commerce ที่กำลังเกิดขึ้นในปี 2026
ซึ่งจะเห็นได้ว่า ความน่าสนใจของคอนเทนต์ ยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ที่จะดึงดูดลูกค้าได้ แม้ว่าจะมี AI เข้ามาเป็นตัวช่วยแล้วก็ตาม
อ้างอิง :
- ข้อมูลจากเซสชัน Live Commerce Trends Today: Platforms, Creators and Conversion จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026
- ข้อมูลจากเซสชัน Live Commerce Trends Today: Platforms, Creators and Conversion จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026