
อธิบาย 10 คำศัพท์กราฟิกดิไซน์ ที่นักการตลาดต้องใช้ บรีฟงานออกแบบบ่อย ๆ
22 พ.ค. 2026
นักการตลาดกับกราฟิกดิไซเนอร์ เป็นคนที่ต้องทำงานร่วมกันบ่อย ๆ เพื่อออกแบบงานกราฟิก ที่ใช้ในแคมเปญการตลาดต่าง ๆ
แต่ปัญหาสำคัญคือ บางครั้งนักการตลาดกับกราฟิกดิไซเนอร์ อาจมีความเข้าใจไม่ตรงกัน เกิดเป็นปัญหาในขั้นตอนการบรีฟงาน
บทความนี้ MarketThink รวม 10 คำศัพท์ เกี่ยวกับกราฟิกดิไซน์ สำหรับนักการตลาด ที่ใช้บรีฟงานออกแบบให้เข้าใจตรงกันทุกฝ่าย
1. Mockup
การจำลองงานออกแบบ เพื่อให้เห็นภาพว่า เมื่องานออกแบบนั้นไปอยู่บนสินค้าจริง จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร โดยไม่ต้องทำการผลิตสินค้าจริงก่อน
ตัวอย่างการใช้จริง
- ออกแบบโลโก แล้วนำโลโกนั้น ไปทำเป็น Mockup ใส่ไว้ในป้ายประชาสัมพันธ์ โปสเตอร์ หรือแก้วกาแฟ ซึ่งเป็นสินค้าของแบรนด์ แล้วนำ Mockup นั้น ไปให้ผู้บริหารอนุมัติการออกแบบ ก่อนนำไปใช้งานจริง
________________________________
2. Brand Identity / Corporate Identity
อัตลักษณ์หรือตัวตนของแบรนด์ ที่คนทั่วไปเห็นแล้วจดจำได้ ช่วยทำให้แบรนด์มีความแตกต่าง โดดเด่นเหนือคู่แข่งที่อยู่ในตลาดเดียวกัน เช่น
- โลโก
- การเลือกใช้สี
- ฟอนต์
- โทนเสียงที่ใช้สื่อสารกับลูกค้า
- การออกแบบกราฟิกอื่น ๆ
- การเลือกใช้สี
- ฟอนต์
- โทนเสียงที่ใช้สื่อสารกับลูกค้า
- การออกแบบกราฟิกอื่น ๆ
ตัวอย่างการใช้จริง
- Apple เป็นแบรนด์ที่มี Brand Identity เรียบง่าย เน้นการออกแบบให้มินิมัล แต่เรียบหรู ใช้โทนสีขาว-ดำ ตัดกับสีอื่น ๆ
________________________________
3. Color Palette
จานสี หรือชุดสีที่ใช้ออกแบบกราฟิก โดยชุดสีที่อยู่ใน Color Palette จะต้องเป็นโทนสีที่สามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้สีในงานออกแบบทั้งหมดไปในทิศทางเดียวกัน ไม่โดด หรือดูสะเปะสะปะจนเกินไป
ตัวอย่างการใช้จริง
- Color Palette ของแบรนด์สินค้าออร์แกนิก อาจใช้สีเขียวในโทนต่าง ๆ เป็นหลัก เพื่อสื่อถึงความเป็นสินค้าออร์แกนิก ซึ่งมีที่มาจากธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่ง
________________________________
4. Hierarchy
การจัดลำดับความสำคัญขององค์ประกอบต่าง ๆ ในงานออกแบบ เช่น การจัดลำดับความสำคัญของข้อความ ที่ต้องการให้มองเห็นก่อน-หลัง เพื่อความง่ายในการสื่อสาร
ตัวอย่างการใช้จริง
- การออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์งานอิเวนต์ที่โพสต์ลง Facebook โดยมีการจัด Hierarchy ให้คนมองเห็น ชื่ออิเวนต์ รายละเอียดอิเวนต์แบบคร่าว ๆ วันเวลา และสถานที่จัดงาน ตามลำดับ
________________________________
5. Mood Board
เป็นเหมือนแผ่นกระดาน ที่รวบรวมไอเดีย รูปภาพ รูปทรง ฟอนต์ หรือโทนสี ที่จะใช้ในงานออกแบบ เพื่อให้เห็นภาพรวมและทิศทางของงานออกแบบ ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำจริง
ตัวอย่างการใช้จริง
- Mood Board สำหรับแคมเปญการตลาดในช่วงสิ้นปี ควรเลือกใช้สีสันสดใส อาจมีรูปภาพของต้นคริสต์มาส เพื่อสื่อถึงการเฉลิมฉลองในช่วงสิ้นปี
________________________________
6. Resolution
คือความละเอียด หรือความคมชัดของภาพ มี 2 หน่วย ที่นิยมใช้กัน คือ DPI ใช้กับงานพิมพ์ และ PPI ใช้กับงานที่แสดงผลบนหน้าจอ
ตัวอย่างการใช้จริง
- DPI ใช้กับงานพิมพ์ ควรใช้ความละเอียดมากกว่า 300 DPI ขึ้นไป เพื่อความคมชัดของงานพิมพ์
- PPI ใช้กับงานออกแบบที่แสดงผลบนหน้าจอ นิยมใช้ความละเอียด 72 PPI สำหรับงานออกแบบทั่วไป
________________________________
7. Contrast
ความแตกต่างระหว่างโทนสีต่าง ๆ ในงานออกแบบ เช่น สีเข้ม กับสีอ่อน ใช้เพื่อสร้างความโดดเด่น ให้แต่ละองค์ประกอบ
ตัวอย่างการใช้จริง
- สีของตัวอักษรบนงานออกแบบควร Contrast กับสีของพื้นหลัง เช่น พื้นหลังสีดำ ใช้คู่กับตัวอักษรสีขาว และมีกรอบของข้อความ เพื่อทำให้ข้อความมีความโดดเด่น มองเห็นได้ชัด และอ่านง่าย ไม่จมไปกับพื้นหลัง
________________________________
8. White Space
การเว้นพื้นที่ว่างในงานออกแบบ เรียกอีกชื่อว่า Negative Space การเว้นพื้นที่ว่างอย่างเหมาะสม จะทำให้งานออกแบบดูสวยงาม สะอาดตา ไม่รก
อย่างไรก็ตาม แม้จะใช้ชื่อว่า White Space ก็ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ว่างในงานออกแบบจะต้องเป็นสีขาวเท่านั้น เพราะจริง ๆ แล้ว ที่ว่างจะเป็นสีอะไรก็ได้
ตัวอย่างการใช้จริง
- หน้าเว็บไซต์ของ Apple มีการกำหนด White Space ไว้ที่ด้านข้างของพื้นที่เว็บไซต์ โดยมักจัดวางสินค้าไว้ตรงกลาง เพื่อความโดดเด่น ช่วยดึงดูดสายตา ไม่ทำให้เว็บไซต์ดูรกเกินไป
________________________________
9. Aspect Ratio
อัตราส่วนภาพของงานออกแบบ โดยเป็นอัตราส่วนระหว่างความกว้างและความสูง เช่น
- 1:1 (สี่เหลี่ยมจัตุรัส)
- 9:16 (แนวตั้ง)
- 16:9 (แนวนอน)
- 9:16 (แนวตั้ง)
- 16:9 (แนวนอน)
ตัวอย่างการใช้จริง
- งานออกแบบแต่ละชนิด มีอัตราส่วนภาพไม่เหมือนกัน เช่น อัตราส่วน 1:1 เหมาะกับงานออกแบบที่โพสต์ลง Instagram แต่อัตราส่วน 9:16 เหมาะกับงานที่โพสต์ลง Stories หรือ Reels เพื่อดูในแนวตั้ง
________________________________
10. CMYK / RGB / HEX Code
คือระบบสีของงานออกแบบชนิดต่าง ๆ ใช้เรียกสี ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน เพื่อลดความสับสน เช่น
- CMYK
ย่อมาจาก Cyan (สีฟ้าอมเขียว), Magenta (สีแดงอมชมพู), Yellow (สีเหลือง) และ Key (สีดำ) เป็นระบบสีสำหรับงานพิมพ์
- RGB
ย่อมาจาก Red (สีแดง), Green (สีเขียว) และ Blue (สีน้ำเงิน) เป็นระบบสีสำหรับงานออกแบบที่แสดงผลบนหน้าจอโดยเฉพาะ
- HEX Code
เป็นระบบสีที่นำระบบ RGB มาใช้สำหรับงานออกแบบบนเว็บไซต์โดยเฉพาะ
ตัวอย่างการใช้จริง
- การเลือกใช้งานระบบสีให้ถูกต้องกับประเภทงานออกแบบ เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เช่น งานพิมพ์ต้องใช้ระบบสี CMYK เพราะหากใช้ระบบสี RGB ในการออกแบบ จะทำให้งานที่พิมพ์ออกมาสีเพี้ยนจากความต้องการในตอนแรก
ทั้งหมดนี้ คือ 10 คำศัพท์ ในวงการกราฟิกดิไซน์ ที่นักการตลาดน่าจะได้ใช้บ่อย ๆ สำหรับการบรีฟงานออกแบบ ให้ไม่งง และเข้าใจตรงกันทุกฝ่าย