
การตลาด “โรงแรมเลอทาน่า” เปิดฟิตเนส คอร์ตแบด ให้คนเข้าใช้ฟรี จนตอนนี้แมสมาก
22 ส.ค. 2026
เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะเคยเห็นคลิปของโรงแรม “เลอทาน่า” ผ่านฟีดกันมาบ้าง เพราะตอนนี้โรงแรมเลอทาน่ากำลังแมสมากบน TikTok จากโมเดลธุรกิจที่ค่อนข้างน่าสนใจ
ที่บอกว่าน่าสนใจก็เพราะว่า ทางโรงแรมจะมีการเปิดฟิตเนส, คอร์ตแบดมินตัน, มุมอ่านหนังสือ ไปจนถึงเปิดพื้นที่บางส่วนในโรงแรมให้คนมาขายของฟรี ๆ
จนโรงแรมเลอทาน่า สามารถดึง Traffic มาที่บริเวณโรงแรมได้มหาศาล แม้ว่าตัวโรงแรมจะตั้งอยู่แถว ๆ ย่านบางพลี ซึ่งไม่ใช่ทำเลทองอะไรเลย
แล้วโรงแรมเลอทาน่า มีโมเดลเป็นแบบไหน ? MarketThink ชวนทุกคนมาวิเคราะห์กันในโพสต์นี้
- จุดเริ่มต้นของโรงแรมเลอทาน่ามาจากไอเดียของ คุณนัท-กิตติพันธ์ ลี้ศัตรูพ่าย ทายาทเจ้าของธุรกิจรีไซเคิลของเก่าในย่านบางพลี สมุทรปราการ
ตอนแรกที่บ้านของคุณนัทมีพื้นที่อยู่แห่งหนึ่งและอยากทำอะพาร์ตเมนต์ปล่อยเช่า
แต่คุยไปคุยมาหวยก็มาออกที่ธุรกิจโรงแรม เพราะน่าจะคืนทุนเร็วกว่า
แถมพอเป็นโรงแรมแล้วยังสามารถเอาพื้นที่ในโรงแรมมาทำร้านอาหาร บาร์ หรือธุรกิจอื่น ๆ ได้ด้วย
กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของ “โรงแรมเลอทาน่า” ในปี 2017 ที่เป็นการเอาชื่อ “รัตนา” จากชื่อคุณแม่ของคุณนัทมาเป็นแรงบันดาลใจนั่นเอง
ความแมสของโรงแรมเลอทาน่า เริ่มมาจากตัวคุณนัทเอง ที่มักจะขึ้นไปร้องเพลงยุค 80-90s บนเวทีในโรงแรม คอยเอนเทอร์เทนลูกค้าในโรงแรมด้วยตัวเองอยู่เสมอ
พร้อม ๆ กันก็มีการไลฟ์สด และตัดคลิประหว่างร้องเพลงไปทำคลิป Cover บนช่องทางออนไลน์อีกเยอะมาก
ด้วยความที่คุณนัทมีพื้นเพเป็นคนชอบดนตรีอยู่แล้ว ตัวเขาเคยเป็นนักร้องกลางคืนที่มีฝีมือคนหนึ่ง
คลิปและไลฟ์สดเวลาคุณนัทร้องเพลงในโรงแรมเลยถูกแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก
ทั้งตัวคุณนัทเอง และเวทีของโรงแรมเลอทาน่าที่เป็นฉากหลัง เลยทำให้เริ่มมีคนเห็นเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้คนเรียกเขาว่า “นัท เลอทาน่า” และมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นมาจนถึงตอนนี้
- พอมีฐานแฟนคลับแล้ว คุณนัทก็เริ่มเอาฐานแฟนคลับมาต่อยอด เพื่อโปรโมตจุดเด่นของโรงแรมต่อ
คุณนัทคิดเรื่องการวางคอนเซปต์ให้เลอทาน่าว่า ควรจะต้องเป็นบ้าน 24 ชั่วโมง ที่คนมามีความสุขกัน
ได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ
ได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ
แนวคิดแบบนี้ ทำให้โรงแรมเลอทาน่าเปิดให้คนทั่ว ๆ ไปสามารถเข้ามาใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม เช่น ฟิตเนส, Co-Working Space, คอร์ตแบดมินตัน, โต๊ะปิงปอง, ห้องสมุด ได้ฟรี ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง
คุณนัทก็เลือกโปรโมตสิ่งเหล่านี้ผ่านบัญชี TikTok ชื่อ “Letana” ที่ตอนนี้มีผู้ติดตามกว่า 2.3 ล้านคนแล้ว
คุณนัทก็เลือกโปรโมตสิ่งเหล่านี้ผ่านบัญชี TikTok ชื่อ “Letana” ที่ตอนนี้มีผู้ติดตามกว่า 2.3 ล้านคนแล้ว
แม้จะโปรโมตไปแล้ว ไม่มีคนกล้ามาใช้บริการในช่วงแรก ๆ
แต่สุดท้าย คุณนัทก็ใช้วิธีสื่อสารด้วยความจริงใจ ผ่านการพูด Message ชวนคนมาใช้ของฟรีในโรงแรมซ้ำ ๆ
แต่สุดท้าย คุณนัทก็ใช้วิธีสื่อสารด้วยความจริงใจ ผ่านการพูด Message ชวนคนมาใช้ของฟรีในโรงแรมซ้ำ ๆ
จนคนจำประโยค “มาเถอะ พ่อมึง-แม่มึง” หรือ “ไม่มาเที่ยว แวะเยี่ยวก็ยังดี” ของเขาได้
โรงแรมเลอทาน่าเลยเริ่มแมสขึ้นมานั่นเอง..
ทีนี้มาถึงคำถามที่หลายคนอยากรู้ก็คือ แม้กลยุทธ์แบบนี้จะดึงคนได้เยอะก็จริง แต่โรงแรมเลอทาน่าจะได้อะไรจากการทำแบบนี้ ?
ถ้าไปถามนักการตลาดหลาย ๆ คน เขาจะเรียกกลยุทธ์แบบนี้ว่า “Loss Leader”
การตลาดที่จะเอาสินค้าหรือบริการบางอย่างที่มีราคาถูกมาก ๆ จนคนขายไม่ได้กำไรหรืออาจถึงขั้นขาดทุนมาดึง Traffic เข้าร้านไว้ก่อน แล้วค่อยไปทำกำไรจากสินค้าตัวอื่นที่มีอัตรากำไรสูงกว่า
ยกตัวอย่างเช่น
เคสคลาสสิกของ Costco ห้างค้าปลีกชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ที่เอาไก่ย่างทั้งตัวมาขายในราคา 4.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 160 บาท ซึ่งถูกมากถ้าเทียบกับค่าครองชีพของที่นั่น
ซึ่งไก่ย่างก็ทำหน้าที่ดึงคนให้แห่มาซื้อ และระหว่างทางลูกค้าก็จะมีโอกาสหยิบสินค้าอื่น ๆ ในห้าง Costco ติดไม้ติดมือกลับไปด้วยนั่นเอง
ตัดกลับมาที่เคสของโรงแรมเลอทาน่า..
ถ้าลองวิเคราะห์ดูดี ๆ จะเห็นได้ว่า ฟิตเนส, ห้องสมุด, Co-Working Space, คอร์ตแบดมินตัน ที่คุณนัทเปิดให้คนมาใช้ฟรี 24 ชั่วโมง
จะทำหน้าที่คล้ายไก่ย่างใน Costco คือการดึงคนให้เดินเข้ามาในพื้นที่ของโรงแรมเลอทาน่าทุกวัน
โดยไม่ต้องเสียเงินโปรโมต
โดยไม่ต้องเสียเงินโปรโมต
- คนที่มาตีแบดมินตันฟรี ๆ ก็มีโอกาสใช้บริการร้านอาหารของโรงแรมเลอทาน่า
- คนที่มานั่งทำงานตากแอร์ฟรี ก็มีโอกาสสั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ ของโรงแรมเลอทาน่า
- คนที่มานั่งทำงานตากแอร์ฟรี ก็มีโอกาสสั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ ของโรงแรมเลอทาน่า
ทำให้ในภาพรวม แม้การเปิดให้คนมาใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกแบบฟรี ๆ จะคิดเป็นต้นทุน ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าแรงพนักงานไม่น้อยแน่ ๆ
แต่ก็แลกมากับ Traffic มหาศาล ที่จะมีโอกาสใช้บริการร้านอาหาร, ซื้อเครื่องดื่ม, เปิดห้องพักในโรงแรม ทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ตามแนวทางที่คุณนัทวางเอาไว้แต่แรกนั่นเอง
มาถึงตรงนี้ โมเดลธุรกิจของโรงแรมเลอทาน่าเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่ดีมาก ๆ ของคนทำธุรกิจที่อาจจะไม่ได้มีทุนมากมายขนาดนั้นว่า
ถ้าเราวางโมเดลธุรกิจให้ดีแต่แรก, โปรโมตด้วยวิธีที่ฉลาด ก็สามารถปั้นธุรกิจให้มีชื่อเสียงได้เหมือนกัน
และสุดท้ายนี้ในช่วงหลัง ๆ มานี้ โรงแรมเลอทาน่า ได้มีการเปิดพื้นที่รอบ ๆ โรงแรมให้คนมาเปิดร้านขายของได้ฟรี ทุกวันอังคาร และวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์
ผลก็คือตอนนี้ โรงแรมเลอทาน่าแมสมาก ๆ
จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของย่านบางพลี สมุทรปราการ ที่หลาย ๆ คนตั้งใจขับรถไปเที่ยวเรียบร้อยแล้ว..